เรืองเล่าจากอันดามัน
บททดสอบราคาแพง
ตั้งแต่ฟารีนาจำความได้ เธอก็ต้องรับรู้กับเรื่องที่สร้างความปวดใจให้เธอเป็นอย่างมาก
“เธอไม่ใช่ลูกมะฮฺเธอหรอก แม่เธอเค้าทำแท้งเธอตั้งแต่เธอไม่ถึงเดือน จนกระทั่งเธอห้าเดือน ป้าเธอเขารู้ เลยขอร้องให้เก็บเธอไว้และเขาจะเลี้ยงเธอเอง” เสียงแม่นายอามีนที่ฟารีนาไปต่อยปากพูดให้เธอฟัง
ป้าญามินก็คือคนที่ฟารีนาเรียกว่ามะฮฺ แม่ฟารีนามีลูกหญิง คนโต ชื่อ ซารีนา และลูกชายคนเล็ก ชื่อ บัง ซิดดิ้ก มันคงเพียงพอแล้ว หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมด เด็กน้อยวัยเพียงเจ็ดขวบ วิ่งหายไปท้ายซอยอย่างเร็ว ร้องไห้และคิดว่าทำไมแม่ต้องฆ่าหนู ฟารีนาวิ่งมาถึงหน้าบ้านและถามมะฮฺของเธอว่า
“มะฮฺค่ะทำไมแม่ต้องฆ่าหนู หนูไม่ใช่เด็กดื้อ หนูน่ารัก หนูรักมะฮฺ ทำไมค่ะ ” เสียงฟารีนาคร่ำครวญเพื่อต้องการคำตอบ
“แม่เค้าไม่ได้ฆ่าหนูน่ะลูก เค้าเลี้ยงหนูไม่ไหว หนูก็มีมะฮฺอยู่นี้ไง ครอบครัวเราอบอุ่น ตั้งอยู่ในอีหม่าน หนูก็มีความสุขดี ยังไงหนูต้องคิดน่ะว่านี่คือ สิ่งที่พระองค์มอบให้ อัลฮัมดุลิลลาสิค่ะ ยังไงแม่เค้าก็คลอดหนู เค้าเจ็บท้องเจียนตายเพราะหนูนะ หนูก็ต้องรักเค้าน่ะค่ะ” เสียงมะฮฺญามินอธิบาย
ภาพสังคมที่ฉันเห็นจนชินตา มุสลิมะฮฺนุ่งสั้น มุสลิมีนกินเหล้า เมายา มีเพียงบ้านแค่ไม่กี่หลังที่ทำตามหน้าที่บ่าวที่ดีของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) แต่อัลฮัมดุลิลลาที่ฉันเป็นหนึ่งในเจ็ดหลังคาเรือนที่เป็นบ่าวที่ดี ทั้งที่หมู่บ้านฉันอยู่ในเมืองบ้านแต่ละหลังใหญ่โต มีฐานะ มีบ้านตั้งกว่าสี่สิบหลังคาเรือน โต๊ะชายฉันเป็นคอเต็บ น้องเขยโต๊ะชายเป็นอีหม่าม พี่ชายคนโตของมะฮฺเป็นบิลาล ลุงที่ฉันเรียกว่าปะฮฺเป็นมุอัลลัฟ เป็นคนที่สอนฉันละหมาดและมักจะปลุกฉันแต่เช้าให้ไปเรียนฟัรดูอีนเสาร์ -อาทิตย์ ฉันมักจะตื่นมาเห็นภาพที่ปะฮฺพยายามอ่านอัลกรุอ่าน จนบางครั้งท่านก้มหน้าร้องไห้และมีมะฮฺนั่งปลอบใจอยู่ไม่ห่าง ความพยายามของปะฮฺเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันเข็มแข็งจนถึงทุกวันนี้ ฉันเรียนอัลกรุอ่านกับโต๊ะชาย อ่านยังไม่ทันจบท่านก็ถึงอายั้ลของอัลลอฮฺ (ซ.บ.) ฉันเคว้งไม่รู้จะไปทางไหนดี ลูกพี่ลูกน้องฉันที่เรียนพร้อมกันก็หันไปเอาดีทางเกมส์คอมพิวเตอร์ ฉันเลยต้องไปอ่านที่มัสยิดให้โต๊ะอีหม่ามสอนให้ ฉันใส่ฮีญาบอย่างจริงจังตอนฉันอยู่มัธยมหนึ่งแต่เวลาไปเรียนก็ต้องถอด ไม่วายมีคนพูดกันว่า ฉันชอบดะวะเลยใส่ฮีอัลลอฮฺาบ ช่างเป็นความโง่เขลาของพวกเค้าเสียจริง ฉันเรียนฟัรดูอีนชั้นสามตอนมัธยมหนึ่ง และจบตอนมัธยมสี่ ไปสอบฟัรดูอีนทีไร อายคนทุกทีเป็นสาวแล้วแต่ฉันไม่เคยท้อ “จงศึกษาตั้งแต่อยู่ในเปล จนกระทั่งถึงหลุมฝังศพ” ลูกคนอื่นถูกส่งไปเรียนโรงเรียนศาสนาแถวสามจังหวัด กำลังฮิตในสมัยนั้นแต่ฐานะทางบ้านฉันไม่ดีเลยบอกมะฮฺว่า หนูเรียนที่นี่ละค่ะ ถึงฉันจะแอบอิจฉาคนอื่นแต่ก็ไม่เคยแสดงออกไป เรียนจบฟัรดูอีน โต๊ะอีหม่ามเลยขอช่วยให้สอนต่อที่นั้นเลย ฉันก็เต็มใจ แต่สอนอยู่ได้แค่สองปี ฉันก็จบมัธยมหก ฉันเอ็นทรานต์ได้ที่ มอ.ปัตตานี ครุศาสตร์อาหรับ ฉันอยากเรียนศาสนาอย่างเดียวแต่พี่ๆน้องๆของมะฮบอกว่า แกจะจบมาทำงานอะไรเรียนก็เก่งเลือกคณะไม่เป็น ฉันเชื่อและหนักแน่นว่าการทำงานเพื่อศาสนาไม่อดตายแน่นอน พวกพี่ๆน้องๆของมะฮฺต่อต้านและไม่ให้ฉันไป ลืมบอกไปว่า หลังจากโต๊ะชายเสียไป พี่สาวมะฮสองคนแต่งงานไปกับกาเฟรและไปเป็นกาเฟร ส่วนคนอื่น ๆ ก็ไม่ค่อยเอาศาสนาเท่าไหร่รวมถึงครอบครัวแม่ฉันแท้ๆ ด้วย พี่สาวฉันไปเป็นกาเฟร พี่ชายก็แต่งงานกับกาเฟร จากบรรดาลูก ๆ ของโต๊ะ มีเพียง ห้าครอบครัวที่ตั้งอยู่ในอีหม่านอีกหกครอบครัวเกิดอะไรขึ้นกับพวกเค้า มะฮฺญามินทนคำพูดคนอื่นไม่ไหวเลยให้ฉันเรียนที่ราชพัดใกล้บ้าน ฉันน้อยใจมากแต่ก็เข้าใจความรู้สึกมะฮฺ
การจากบ้านเป็นครั้งแรกมาเรียนในเมืองใหญ่ทำให้ฉันสับสนมีหลายครั้งที่ เถลไถลจนล้มไม่เป็นท่า ไปสัมภาษณ์วันแรกภาพที่เห็นคือเด็กที่ใส่ฮีญาบทุกคนสอบไม่ติด แต่มุสลิมะฮฺที่ถอดรวมถึงฉันด้วยเพราะฉันเรียนโรงเรียนสตรีประจำจังหวัดที่ สอบติด เกิดอะไรขึ้น ฉันว่าฉันเริ่มมีงานทำแล้ว มันก็จริงอย่างที่ฉันคิด พระองค์มอบหมายงานให้ฉันซะแล้ว เปิดเทอมวันแรกก็โดนเลย เอกที่ฉันเรียนไม่อนุญาตให้คลุมฮียาบ เฮ้อเอาไงดีละ ปรึกษามะฮฺกับปะฮฺท่านบอกว่าให้ยอมไปก่อน แล้ววางแผนกันทีหลัง ผ่านพ้นไปสามปีเต็ม ๆ ที่ฉันกล้ำกลืนกับสภาพที่ไปเรียนถอดฮีอัลลอฮฺาบหลังเลิกเรียนใส่ คือหากฉันใส่ชุดนักเรียนฉันก็ไม่ต่างสภาพกับมุสลิมะที่หลงลืมทั่วไป
เลยตัดสินใจร่วมมือกับชมรมมุสลิม เขียนเรื่องร้องเรียน แต่เกมนี้มีฉันเป็นเดิมพัน ฉันต้องเสี่ยงและรับสภาพทุกอย่างให้ได้ ฉันไม่เคยกลัวเลยขอแค่ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องสู้เพื่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) เพื่อรุ่นน้องที่เค้าก็อยากใส่เช่นกัน แต่บททดสอบมันหนักกว่านั้น รู้ไหมไม่มีใครอยากจะใส่ จากมุสลิมะฮในเอกตั้งเกือบครึ่ง ทุกคนกลัวติด อีกลัวโดนไล่ออกไหน ๆ ก็จะจบแล้ว ฉันเดินนาซีฮัต เพื่อต้องการหากองทัพ ใช่พี่น้องในชมรมมุสลิมทุกคนพร้อมที่จะร่วมทัพกับเรา แต่หากเอกที่เราเรียนไม่ยอมร่วมด้วยพวกเค้าก็คงมาร่วมไม่ได้ ข้ออ้างจากปากอาจารย์ที่ต่อต้าน เรียกฉันไปต่อว่าทันทีที่หนังสือร้องเรียนถึงมือเธอ ฉันโดนไล่ออกและถูกเรียกว่าไอ้หัวรุนแรง ท่านผิดหวังในตัวฉันและยืนยันคำขาดว่าไม่ต้องใส่ไม่งั้นเจอดี
“ เธอมันเห็นแก่ตัว แล้วจะมีอาจารย์ต่างชาติกล้ามาสอนได้ไงหากใส่ฮีญาบกันเต็ม เธอทำลายสถาบันสร้างเรื่องเดือดร้อน เธอจะไปฝึกงานที่ไหน เธอก็หน้าตาสวย ปล่อยผมก็น่ารักแล้ว จะไปใส่ทำไมให้รุงรัง ฉันไม่คิดเลยว่าเด็กภาคใต้ตอนบนจะหัวรุนแรงแบบนี้ด้วยนึกว่าจะมีแต่สาม จังหวัด มุสลิมเป็นแบบนี้ทุกคนเหรอ” เสียงอาจารย์ก้องอยู่ในหูฉัน
ฉันเดินออกมาด้วยความเครียด แต่งานที่พระองค์มอบหมายนั้นสำคัญเหนือสิ่งใด มีหรือฉันจะยอมง่าย ๆ เอาไงเอากัน ในเมื่อก้าวขาไปแล้วจะไม่ถอยกลับแน่นอน เปิดเทอมปี่สี่ฉันเลยใส่ฮีญาบไปเรียนอะไรจะเกิดก็เกิดพระองค์อยู่เคียงข้าง ฉันเสมอ ใส่ฮีญาบผิดตรงไหน ถอดฮีญาบสิผิด ใช่การทำงานชิ้นนี้ ทำให้เกรดเฉลี่ยฉันตกจากสามกว่าเหลือหนึ่งกว่า แต่มันแลกมาด้วยความภูมิใจ ในเมื่อทางมหาลัยอนุญาตมีหรืออาจารย์จะกล้าต่อต้าน จริง ๆ มันเป็นความโง่เขลาของฉันตั้งแต่แรก ฉันหลงเชื่อชัยตอน สภาพฉันตอนปีหนึ่งปีสองไม่ต่างกับเด็กที่หลงแสงสีทั่วไปไปเล่นไปเที่ยวกับ เพื่อนตามประสา แต่ฉันก็เชื่อว่า คนที่มีอีหม่านหลงทางไปไกลแค่ไหน พระองค์ก็ให้เห็นทางออก ในวันที่ฉันเคว้งคิดว่าต้องใส่ฮีญาบคนเดียวพระองค์ก็มอบเพื่อนที่รู้ใจให้ หนึ่งคนเราสองคนร่วมกันแสดงศักยภาพความเป็นมุสลิมะฮฺ เรากลายเป็นเป้าสายตาของเพื่อน ๆ ในเอก ถูกตราหน้าไอ้หัวรุนแรง แต่ด้วยความเมตตาจากพระองค์เราก็ได้ไปฝึกงานอย่างคนอื่นและเรียนจบอย่าง เพื่อนคนอื่น นั่นเป็นเพราะความเข็มแข็งของเราเอง ถึงจบมาเกรดเฉลี่ยไม่สวยหรูไม่ได้เกียรตินิยม แต่เราก็ได้คะแนนความดีจากพระองค์ อัลฮัมดุลิลลา ยาตูฮัน
ปัจจุบันฟารีนาทำงานในโรงเรียนแห่งหนึ่งที่ครั้งหนึ่งเธอใฝ่ฝันอยากจะเรียน โรงเรียนที่สอนทั้งสามัญและศาสนา แต่ของขวัญที่พระองค์มอบให้คือเธอได้มาเป็นครูผู้ที่ถ่ายทอดความรู้แก่ มนุษยชาติถึงแม้ก่อนหน้านี้ พี่น้องของมะฮฺญามิน จะอยากให้เธอทำงานที่สนามบินที่เธอไปฝึกงาน อยากให้เธอทำโรงแรมที่บรรดาลูกพี่ลูกน้องไปรวมตัวกัน เป็นประชาสัมพันธ์ นุ่งสั้น แต่ครั้งนี้เธอบอกทุกคนว่า
“หนูรู้ว่าทุกคนรักหนู แต่หนูขอเถอะน่ะค่ะให้หนูเลือกเอง”
เป็นครูเงินเดือนน้อย เหนื่อยจะทำทำไม โง่จริง เสียงพี่สาวมะฮฺบอก ใช่ค่ะเงินเดือนน้อย แต่หนูพอใช้ หนูได้ใส่ฮีญาบ หนูรักในสิ่งที่พระองค์ให้ เชื่อหนูเถอะค่ะ การทำงานเพื่อศาสนา มันมีค่ากว่างานชิ้นไหน ๆ
จนกระทั่งวันที่ฟารีนาประสบอุบัติเหตุ ทุกคนคิดว่าเธอคงจากทุกคนไปแล้วจริง ๆ หลานสาวคนเล็กที่ทุกคนรักมากที่สุด ฉันหายใจระทวยหมดแรง สิ่งแรกที่ฉันนึกถึงคือพระองค์อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ฉันเตาบัตวิงวอนขอชีวิต ฉันกำลังจะตัดสินใจแต่งงาน สภาพในโรงพยาบาล ภาพฟารีนาที่ปากเหว่ง ฟันเบี้ยว กรามและขากรรไกรหัก แผลถลอกเต็มตัว หน้าตาดูไม่ได้เปลี่ยนไปมาก หลังจากหมอทำแผล และเรียกสติให้เธอกลับมา ภาพผู้หญิงที่นอนพักฟื้นในโรงพยาบาล มีคนมาเยี่ยมไม่ขาดสาย เพื่อนที่ทำงาน นักเรียน พี่ ๆ น้อง ๆ รวมถึง บรรดาผู้ชายที่หมายปองฟารีนา ทุกคนเห็นสภาพแล้วก็ส่ายหน้า และเดินจากไปทีละคน เสียงข้อความ ดังเป็นระยะ พวกเค้าเหล่านั้นบอกลา และจากเธอไปทีละคน และนั่นก็เป็นอีกดุอาที่เธอร้องขอจากพระองค์ก่อนที่เธอจะประสบอุบัติเหตุ เธอดุอา เพราะมีผู้ชายมากมายมาหมายปองเธอจึงต้องการให้พระองค์ชี้ทางและของขวัญชิ้น นี้ก็ทำให้เธอมีสติมากขึ้น
ผ่านไปสิบเอ็ดวัน หลังการผ่าตัด ทุกอย่างกลับมาเหมือนเดิม จนไม่น่าเชื่อ ความดีของเธอจริง ๆ ฟารีนา หน้าตากลับมาเหมือนเดิม เหลือก็แค่แผลถลอก ถึงแม้ตอนนี้จะมีลวดเต็มปากเธอ ทำให้เธอพูดไม่ได้ แต่หลังจากนี้สิบสองวันก็เอาออกได้ แน่แท้เธอจะกลับมาเหมือนเดิม
ว่าที่เจ้าบ่าวที่ขอฉันแต่งงานก่อนหน้านี้สี่เดือนดีที่ฉันยังไม่ตอบตกลง เค้าเป็นเด็กสามจังหวัดพื้นที่ที่ฉันใฝ่ฝันอยากจะไปอยู่เมื่อเห็นสภาพของฉัน ก็โบกมือลาต้องไปเรียนมาเลย์และให้เหตุผลว่าเด็กสามจังหวัดไม่เอาหรอก เด็กภาคใต้ตอนบน สังคมไม่อีหม่าน ครอบครัวเค้ารับไม่ได้ พระองค์เปิดใจฉันจริง ๆ ดุนยาก็แค่นี้ล่ะ วัตถุ ตอนนี้ เวลานี้ คงยืนยันได้แล้วว่า เราควรจะเลือกผู้ชายจากสิ่งใดควรศึกษาจากสิ่งใด
โอ้บรรดามุสลิมีน อย่าตีค่าว่าทีภรรยาจากสังคมที่นางอยู่ จากตระกูลที่นางเป็น จากทรัพย์สมบัติของนาง จากหน้าตาของนาง แต่อันดับแรกที่ต้องดูคืออีหม่านของนาง
โอ้มุสลิมะฮฺ อย่าเชื่อเพียงคำปาก อย่าเชื่อเพียงคารม อย่าเชื่อเพียงหน้าตา อีหม่านสิสำคัญ
คนที่จะเป็นผู้นำ คนที่อาสามาพัฒนาสังคมที่แย่ให้ดีขึ้น ไม่ใช่พอสังคมที่อยู่ไม่ดีก็ไม่เอา ต้องมาช่วยกันทำให้สังคมนั้นดีขึ้น คนดีคู่คนดี คนไม่ดีคู่คนไม่ดี
คนที่เลือกนางจากสังคมที่แย่ของนาง พระองค์จะเมตตา เพราะนั่นคือบททดสอบของเค้าและนาง
สู้ต่อไปในหนทางของพระองค์ การทำงานเพื่อศาสนาท้อได้แต่ไม่ถอย ล้มได้แต่ต้องลุก
ทำไมฉันอยู่ในสังคมแย่ ๆ ได้ ทำไมฉันยังใส่ฮีญาบ ทำอิบาดะ พ่อแม่ฉันทอดทิ้งฉัน ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวเราไม่ใช่อยู่ที่สังคม วันนึงหากเราตายไป เราก็เอาอีหม่านเราไปไม่ใช่เอาอีหม่านของสังคม เราเห็นภาพคนไม่ใส่ฮีญาบก็ต้องชักชวนเค้าสิ ไม่ใช่ดูถูกและทอดทิ้งเค้า เป็นตัวอย่างให้เค้าดูสิ ค่อย ๆ พูดให้ซึมซับ และตอนนี้สังคมฉันก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ จากละหมาดหนึ่งแถวก็เพิ่มเป็นสามสี่แถว จากใส่ฮีญาบ ไม่ถึงสิบคนก็ เกือบยี่สิบ ทุกอย่างมันค่อย ๆ ทำ หากทุกคนสามัคคีทำให้สังคมที่อยู่ดีขี้นทุกอย่างอยู่ในสายตาของพระองค์
คนที่อยู่ในสังคมดีแล้วก็ อัลฮัมดุลิลลา แต่คงไม่ได้ลิ้มรสความลำบาก ภาพโต๊ะอีหม่ามกอดหลานสาวร้องไห้ เราโดนต่อว่าต่าง ๆ นานา โดนต่อต้าน ก่อนที่จะมาเป็นสังคมบ้านฉันในปัจจุบัน พร้อมหรือยังที่จะเจอบททดสอบชิ้นต่อไป ในเมื่อเรายังมีโอกาสหายใจอยู่บนดุนยา ทำเพื่ออัลลอฮฺ (ซ.บ.) บ้างตอบแทนท่านบ้าง ก่อนที่ลมหายใจจะจากดุนยาไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
วัสลาม ฟารีนา
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 855 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน