นักศึกษาหัวใจอิสลาม
“ น้องปีหนึ่งรู้หรือเปล่า ว่ามีใคร ว่ามีใคร เค้าแอบหมายปอง”
เสียงเพลงต้อนรับน้องใหม่ดังขึ้นทุกคนต่างพากันร้องเพลงและทำกิจกรรมกัน อย่างมีความสุข ตรงข้ามกับฉันที่นั่งมองภาพเหล่านั้นตรงม้าหินอ่อนหน้าคณะ ลมพัดสบาย ใบไม้ปลิวว่อนไปทั่วสนามรอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังมาเป็นระยะช่างเป็นการรับ น้องใหม่ที่สนุกกันเสียจริง ภาพที่เห็นเหล่านั้นมันทำให้ฉันอดนึกถึงเบื้องหลังก่อนเข้ามาเป็นน้องปี หนึ่งไม่ได้ บรรยากาศเช้าวันสัมภาษณ์ฉันตื่นแต่เช้านั่งรถจากบ้านมาสัมภาษณ์ที่มหาลัย ฉันตื่นเต้นจนบอกไม่ถูก เสียงเรียกขานชื่อนักเรียนตามลำดับคะแนน ฉันสอบได้อันดับหก ก่อนหน้าฉันเพื่อนใหม่เค้าเป็นเด็กกระบี่ ใส่ฮีญาบเรียบร้อยกำลังนั่งสัมภาษณ์อยู่
"อันดับต่อไปน้องฟาดีละฮ์ค่ะ" พี่นักศึกษาเรียกฉัน ฉันรีบวิ่งไปหน้าห้องสัมภาษณ์และภาพที่ฉันเห็นคือเพื่อนใหม่ของฉันเดิน ร้องไห้ออกมาท่ามกลางความฮือฮาว่าเกิดอะไรขึ้นฉันอยากจะถามแต่ก็ต้องไปสอบ สัมภาษณ์แล้ว คำถามมันผุดขึ้นในหัวเต็มไปหมด หรือว่าเค้าตอบคำถามไม่ได้ เฮ้อ คิดหนัก อยากรู้
What is your name ? ฉันนึกในใจเป็นการสัมภาษณ์ที่ง่ายที่สุด
“ May I would like to introduce my self My name is Fadeelah . เฮ้อ ล่วงอกฉันตอบคำถามได้ แต่ทันใดนั้น อาจารย์ท่านหนึงในสามคนที่นั่งจ้องหน้าฉันอยู่กับยิงคำถามที่ฉันแทบตั้งตัว ไม่ติด “ What happen in the south part Thailand? Who kill people ? Are muslim right ?
ถามมาเป็นชุดฉันเลยตอบเค้าไปว่า I don’t know I don’t live in there.
ทันใดนั้นก็มีเสียงอาจารย์อีกท่านสวนกลับมาว่า "เธอต้องรู้สิ เพราะเธอเป็นอิสลามหากเธอตอบคำถามนี้ไม่ได้ก็เตรียมเรียนที่อื่นได้เลย"
เลยตอบกลับไปว่า “ หนูไม่ขอตอบคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับเอกภาษาอังกฤษที่หนูเรียน”
“งั้น เธอเตรียมเรียนที่อื่นได้เลย”เสียงอาจารย์ท่านนั้นบอก ฉันเดินออกจากห้องคอตรง ฉันต้องไม่ได้ที่นี่แน่ สงสารมามา ดาดา ครอบครัวเราพอมีพอกินไม่ได้ร่ำรวยจะให้ไปเรียนไกลๆ ถึงเมืองหลวงคงไม่ไหวเลยตั้งใจว่าจะหยุดเรียนหนึ่งปี และฉันก็หาคำตอบได้แล้วว่าเพื่อนใหม่ของฉันร้องไห้ทำไม
ฉันกลับบ้านมาพร้อมกับน้ำตาฉันสับสนฉันทำได้แค่ขอดุอาจากพระองค์ วันประกาศผลมาถึงฉันลองไปดูทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไม่มีหวัง แต่แล้วอัลฮัมดุลิลลาฉันสอบติดอันดับที่ 78 จาก 80 คน อัลฮัมดุลิลลา แต่เพื่อนใหม่ของฉันสอบไม่ผ่านนักเรียนที่ใส่ฮีญาบมาสัมภาษณ์ไม่ผ่านสักคน
เริ่มวันแรกที่เข้าเรียนฉันก็มีปัญหาซะแล้ว ฉันขออนุญาตใส่ฮียาบมาเรียนกลับโดนปฏิเสธ ฉันยอมรับว่าฉันโง่เขลาไปจริง ๆ ทำไมฉันไม่สู้ฉันสงสารครอบครัวหากไม่ได้เรียนที่นี่ก็ไม่รู้จะเรียนที่ไหน เลยจำทนถอดฮียาบไปเรียน ใส่ชุดนักศึกษาเหมือนกับคนอื่น ๆ เสื้อตัวเล็ก กระโปรงเลยเข่า ปล่อยผมไปเรียน แต่หลังจากเลิกเรียนทุกครั้งฉันไม่เคยแม้จะถอดฮียาบเลย ฉันกำลังทำอะไรฉันกำลังหลอกตัวเองเหรอนี่
เวลาผ่านไปสองปีจนฉันย่างเข้าปีสาม สองปีที่ผ่านมาอีหม่านฉันอ่อนลงมาก เที่ยวเล่นกับเพื่อนจนลืมละหมาด บางคืนกลับดึกตื่นสายก็ลืมละหมาด จนวันหนึ่งฉันได้รู้จักรุ่นพี่คนนึงเค้าเป็นประธานชมรมมุสลิม ชมรมที่ฉันไม่เคยแม้แต่จะไป ไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรม รุ่นพี่เค้าบอกฉันว่า เค้าจับตาฉันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง คนอะไรชอบลอกคาบหลอกตัวเอง ใส่ฮีญาบบ้างถอดบ้างผู้หญิงคนเดิมที่ใส่ฮีญาบไม่เคยขาดละหมาดครบห้าเวลามัน เกิดอะไรขึ้น คำพูดเหล่านั้นทำให้ฉันกลับมาคิด และคิดว่าฉันจะต้องใส่ฮีญาบไปเรียนให้ได้ ทำไมต้องกลัวมนุษย์ด้วยกัน เลยปรึกษากับประธานชมรมและเรารวมถึงอาจารย์ประจำชมรมมุสลิมได้ร่วมกันเขียน หนังสือร้องเรียนเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้มุสลิมะฮฺ แต่ฉันคนเดียวที่อยากใส่ฮีญาบตรงข้ามกับเพื่อนและรุ่นน้องร่วมเอกไม่มีใคร อยากใส่ เค้ากลัวติด E เรียนไม่จบกลัวมีปัญหา ทุกวันหลังเลิกเรียนฉันจะเรียกน้อง ๆ มานั่งคุยกันว่า หากใส่แล้วมันดีกับเราอย่างไรทุกคนก็ตอบตกลงว่า หากฉันทำได้พวกเค้าจะใส่ ฉันเลยมีกำลังใจที่จะต่อสู้ แต่แล้ววันนึง อีกห้านาทีจะสอบวิชา writing อาจารย์ที่ปรึกษาเรียกพบฉันกะทันหัน
“นี่ทำไมเป็นคนแบบนี้ เธอกำลังสร้างความเดือดร้อนให้โปรแกรม เธอไปเขียนร้องเรียนทำไม ยังไงเราก็ไม่อนุญาตให้เธอใส่ฮีญาบมาเรียนหรอก เดี๋ยวสอบเสร็จลงมาหาฉัน” เสียงอาจารย์ที่ยืนดุฉันด้วยสายตาที่โกรธมาก
ฉันสอบไปเครียดไปเขียนอะไรไม่ออก เลยเดินไปส่งกระดาษคำตอบเท่าที่ฉันทำได้เพราะหากนั่งนานกว่านี้ฉันคงอาเจียน แน่นอน ฉันลงไปหาอาจารย์ที่ปรึกษา
“นั่งสิ” อาจารย์พูดดีชวนฉันนั่ง อาจารย์จะมาไม้ไหนน่ะเมื่อกี้ดุฉันยังกะจะกินเลือดกินเนื้อแต่คราวนี้ยิ้ม ดีฉันนึกในใจ “ฉันจะบอกเธอให้รู้น่ะว่ายังไงฉันก็ไม่ให้เธอใส่ ทำไมเธอเป็นคนแบบนี้ ฉันดีกับเธอมาตลอดรักเธอเหมือนลูก หางานให้เธอทำเพราะครอบครัวเธอจน เธอไม่สงสารครอบครัวเหรอที่เธอทำแบบนี้ ทำไมเธอถึงหัวรุนแรงอย่างนี้ ฉันไม่คิดเลยว่าคนอย่างเธอจะหัวรุนแรงด้วย นึกว่าจะมีแค่สามจังหวัด เธอลาออกเถอะน่ะ ฉันจะส่งเธอไปเรียนมหาลัยอื่นที่นโน่นคงใส่ได้แต่อย่าเรียนที่นี่เลยเธอ กำลังสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น อาจารย์ต่างชาติเค้ากลัวผู้หญิงใส่ผ้าคลุมรู้ไหม เธอเห็นแก่ตัว หากมีนักเรียนใส่กันเต็มแล้วจะมีอาจารย์ต่างชาติที่ไหนเค้ากล้ามาสอนแล้ว น้องๆ เธอจะเก่งได้อย่างไร ทำอะไรไม่คิดถึงส่วนรวม เธอสวยเวลาปล่อยผมอยู่แบบนี้เถอะ ยังไงฉันก็ไม่ให้เธอใส่ ฉันไล่เธอออก ลูกศิษย์เนรคุณ” เสียงอาจารย์ดุฉันอย่างโกรธกริ้ว
“ ยังไงหนูก็จะใส่ค่ะอาจารย์ค่ะหนูขอเถอะค่ะให้หนูได้ทำตามหลักการศาสนาเถอะน่ะค่ะ” เสียงฉันอธิบาย
“ไม่บอกว่าไม่ก็ไม่สิไปจะไปไหนก็ไปไม่ต้องมาเรียนที่นี้อีก เธอมีปัญหาแน่ๆ” อาจารย์ไล่ฉันออกจากห้อง ฉันเดินออกมาเศร้ามาก
แต่ไม่เป็นไรกำลังจะปิดเทอมยังไงเปิดเทอมฉันจะใส่ไปเรียนฉันเลยนึกถึง เพื่อนอีกห้องคนนึงที่เค้าก็ไม่ต่างสภาพกับฉันที่กลับบ้านใส่อยู่มหาลัยถอด ฉันเลยโทรไปคุยกับเค้าและชวนเค้าใส่ฮีญาบกันสองคน ถึงแม้เราจะเป็นหนึ่งเดียวของห้องแต่เป็นสองคนในเอกและเป็นสองคนในชั้นปี และเค้าก็ตอบตกลง
วันเปิดเทอมมาถึง ฉันใส่ฮีญาบมาเรียนและพบกับอาจารย์ชมรมมุสลิม
"สวยจัง” อาจารย์ประจำชมรมมุสลิมบอกฉัน
“อัลฮัมดุลิลลาค่ะอาจารย์” “นี่แหละถึงจะเรียกว่าสวยตามหลักการศาสนาฟาดีละฮฺคนใหม่ของครู”
ลืมบอกไปว่าอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมท่านก็เป็นท่านเดียวที่ใส่ฮีญาบในมหาลัยและอาจารย์นี่ละคือแบบอย่างที่ดีของฉัน
“นี่เธอสองคนออกมานี่เลยน่ะใครใช้ให้พวกเธอใส่มาฉันเตือนเธอแล้วนะ”
อัลฮัมดุลิลลาปีนี้ปีสี่ เค้ายุบห้องเป็นห้องเดียวกันทำให้ฉันและเพื่อนได้มาเรียนห้องเดียวกันเพราะ นักเรียนเหลือน้อยบ้างก็โดนรีไทร์บ้างก็ลาออกไปตามสภาพ อาจารย์ค่ะเรามีหนังสือจากทางมหาลัยแล้วว่า อนุญาตให้ใส่ฮียาบได้แต่ต้องหาที่ฝึกงานเองก็อาจารย์อ้างเองนี่ค่ะว่าให้ใส่ ได้แต่ต้องหาที่ฝึกงานเอง เราก็ทำตามข้อตกลง อาจารย์นิ่งและพูดไม่ออก ปีสี่แล้วต้องหาที่ฝึกงาน เพื่อน ๆ คนอื่น ๆ ก็หาโรงแรมดีๆ แต่เราสองคนคงไปไม่ได้เพราะโรงแรมระดับห้าดาวคงไม่รับเด็กใส่ผ้าคลุมเพื่อน ๆ ต่างทยอยกันไปสอบตามโรงแรมต่างๆ เพื่อฝึกงานแต่เราสองคนนั่งคิดคอตก แต่แล้วก็อัลฮัมดุลิลลา เพื่อนฉันมีญาติที่ทำงานที่ฉันจะไปฝึกงานเลยแนะนำให้เราลองไปสอบดู อัลฮัมดุลิลลา เราสองคนสอบได้ รู้ไหมว่าเราเป็นนักศึกษาคู่แรกที่ใส่ฮีญาบฝึกงานเป็นนักเรียนคู่แรกที่ทำ ได้ อัลฮัมดุลิลลาทุกอย่างอยู่ในหนทางของพระองค์เราเอาผลสอบไปยื่นและขอทำเรื่อง ส่งตัวไปฝึกงานแต่เหตุการณ์ก็ต้องชะงัก เพราะอาจารย์ท่านอ้างว่าฉันยังสอบพิมพ์ดีดไม่ผ่าน เพื่อนฉันไปได้คนเดียว อะไรกันนี่มีกฎแบบนี้ด้วยเหรอสอบพิมพ์ดีดไม่ผ่าน ไม่ต้องไปฝึกงานมันเกิดอะไรขึ้น
ฉันเลยถามกลับไปว่า “แล้วให้ทำยังไงถึงไปฝึกงานได้ไม่ใช่หนูคนเดียวที่ไม่ผ่านยังมีอีกหลายคนขออาจารย์เขียนชื่อเพื่อนคนอื่นด้วย”
ฉันเลยไปสอบที่ร้านอินเตอร์เน็ตหน้ามหาลัยเพื่อเอาผลสอบมาส่ง แต่กลับไม่ผ่านต้องมีเครื่องหมายรับรองของร้านด้วยว่ามีคุณภาพ อะไรมันจะยุ่งยากขนาดนี้ ฉันเลยไปเอาเครื่องหมายการค้าจากทางร้านมาส่งก็ยังไม่ผ่าน ฉันและเพื่อน ๆ เลยตัดสินใจไปเรียนพิเศษที่โรงเรียนสารพัดช่างเพราะที่นี้รับรองผลด้วย ตรากระทรวงศึกษาดูสิว่าจะผ่านอีกไม่ ทุกวันหลังพวกเราเลิกเรียนพวกเรายี่สิบชีวิตต้องไปเรียนจนบางวันนอนดึก ไม่ได้ทำการบ้านพักผ่อนไม่เพียงพอ สารพัดที่ฉันถูกทดสอบ
และอัลฮัมดุลิลลา ฉันและเพื่อนนำผลสอบมาส่งเพราะพวกเราสอบผ่านกว่าจะผ่านภาพบรรยากาศในห้อง เรียนพิมพ์ดีดก็แลกมาซึ่งน้ำตา เราพยายามพิมพ์กันให้ได้ 40 คำต่อนาทีทั้ง ๆ ที่เราเก่งแต่จิ้มดีดๆ ไม่เก่งสัมผัส ผลสอบออกมาไม่ผ่าน 5 คน แต่ฉันโชคดีที่ทำได้ สงสารเพื่อน ๆ ทั้งห้าที่ได้แค่ฝึกงานในมหาลัยทั้ง ๆ ที่อนาคตหน้าจะไปได้สวย หากฝึกนอกสถานที่เพราะเราเรียนเอกอังกฤษไม่ใช่เอกถ่ายเอกสาร ส่งแฟกซ์ พิมพ์งานด้านธุรการ การฝึกงานราบรื่นดีมาก หัวหน้าที่ดูแลพวกเราท่านก็เป็นกันเองท่านดีกับเราสองคนมากๆให้การดูแลอย่าง ดี เราได้ไปฝึกตรงด่านตรวจคนเข้าเมือง ต้อนรับผู้โดยสารอินเตอร์ฝั่งขาเข้า เราเจอทุกเชื้อชาติ เราดีใจที่เราได้แสดงศักยภาพของอิสลามต่อหน้าเพื่อนร่วมโลกชาติต่าง ๆ ที่เค้ากำลังสับสน ดูหมิ่นศาสนาอิสลามแต่เราสองคนก็ให้การช่วยเหลือพวกเค้าอย่างดีเพราะเราไม่ ใช่หัวรุนแรง เราเป็นมนุษย์ธรรมดาอย่าตีภาพคนทุกคนจากศาสนาควรศึกษากันให้ลึกถึงใจ
ฝึกงานเสร็จแล้วเราสองคนเรียนจบ เพื่อนฉันก็ อัลฮัมดุลิลลาได้ใช้ชีวิตครอบครัวกับสามีที่เปี่ยมด้วยอีหม่านและความเข้าใจ ฉันทำงานเป็นครูในโรงเรียนสองสาย สายสามัญและศาสนาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข รอยยิ้มและกำลังใจจากพระองค์ทางออกเวลาเจอปัญหา อาจเป็นเพราะความตั้งใจของเราเราถึงได้ประสบความสำเร็จ อยากฝากไว้ว่า ถึงแม้เราจะไม่สมบูรณ์ทางร่างกายแต่เราสมบูรณ์ทางศาสนาได้ ถึงเราจะอยู่กับพ่อแม่บุญธรรมหรือครอบครัวแตกแยกเราก็เป็นมุสลิมะฮฺที่ดีได้ เพราะเราเป็นบ่าวของพระองค์ สู้เพื่ออัลเลาะฮฺมันน่าภูมิใจกว่าสู้เพื่อชัยตอน
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1137 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน