ต่อต้านการคลุมฮิญาบคือขบวนการก่อการร้ายข้ามโลก
อ่านหัวข้อดูอย่างเพิ่งตก ใจนะครับ เพราะมันมีที่มาที่ไปที่จะเล่าให้ฟังกันต่อไปครับ แต่ที่ต้องเขียนบทความชิ้นนี้อันเนื่องมาจากได้เฝ้าติดตามสถานการณ์ในการดำเนินการของขบวนการต่อต้านศาสนาอิสลามที่มีการดำเนินการผ่านทางเว็บไซด์ ทีวีดาวเทียม วิทยุ สื่อสิ่งพิมพ์ หรือแม้แต่หลักสูตรที่ใช้ในมหาวิทยาลัยศาสนาบางแห่ง ซึ่งถือเป็นขบวนการที่มีการทำอย่างเป็นระบบในประเทศแห่งนี้ ประเทศที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน ดินแดนที่มีมุสลิมอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก แต่ประเทศเล็กๆ อย่างประเทศไทยกลับมีขบวนการใต้ดินที่ให้ร้ายทำลายกันอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะการหยิบเอากรณีของการต่อต้านการคลุมฮิญาบในโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอก มาเป็นโดบิโนตัวแรกในการเปิดหน้าการต่อต้านอิสลามอย่างเปิดเผย หลังจากที่ทำแบบแอบๆ มานาน
แต่เมื่อความพยายามยั่วยุปลุกปั่นให้สังคมเกิดความแตกแยกรุนแรงเหมือนที่ตนเองต้องการไม่เป็นผลเพราะคนส่วนมากของสังคมต้องการความศานติมากกว่าที่จะกระโจนเข้าสู่ไฟสงครามอย่างที่ชนกลุ่มนี้ต้องการ แต่ด้วยสถานะของผู้ที่อ้างตนเองว่าอยู่ในศีลธรรมทำให้ถอยไม่ได้ เพราะจะทำให้ถูกลิ้วล้อจับได้ว่าตนเองเป็นพวกโกหกพกลม ไร้ศีลธรรม
เมื่อดูการขับเคลื่อนของคนกลุ่มนี้ที่ต้องการปลดแอกโรงเรียนมัธยมวัดหนองจอกออกจากการปกครองของรัฐบาลไทย หรือเรียกภาษาง่ายๆ ที่เข้าใจกันก็คือการประกาศเอกราชนั่นเอง
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?
ก็เพราะโรงเรียนแห่งนี้อยู่ภายใต้สังกัดของสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เป็นโรงเรียนของรัฐบาล ไม่ใช่เอกชนของใครคนใดคนหนึ่งแต่อย่างใด ดังนั้นโรงเรียนแห่งนี้ก็ควรที่จะเหมือนกับโรงเรียนแห่งอื่นที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะกรณีนี้คือระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียน พ.ศ.2551 และโรงเรียนนี้ตั้งอยู่ในประเทศไทย ที่มีธรรมนูญแห่งรัฐเป็นเครื่องมือในการปกครองประเทศ โดยเฉพาะใน มาตรา 37 ที่ระบุว่า "บุคคลย่อมมีเสรีภาพบริบูรณ์ในการถือศาสนา นิกายของศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และย่อมมีเสรีภาพในการปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือของตน เมื่อไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อหน้าที่ของพลเมืองและไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ในการใช้เสรีภาพตามวรรคหนึ่ง บุคคลย่อมได้รับความคุ้มครองมิให้รัฐกระทำการใด ๆ อันเป็นการรอนสิทธิหรือเสียประโยชน์อันควรมีควรได้ เพราะเหตุที่ถือศาสนา นิกายของศาสนา ลัทธินิยมในทางศาสนา หรือปฏิบัติตามศาสนธรรม ศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรมตามความเชื่อถือ แตกต่างจากบุคคลอื่น"
เมื่อพิจารณาเรื่องนี้โดยหลักการของกฏหมายแล้ว ย่อมถือว่าการทำเนินการดังกล่าว เป็นการปฏิเสธกฏหมายของประเทศไทยอย่างชัดเจนนั่นเอง
แล้วในต่างประเทศละ?
เมื่อไปดูกติกาสากลระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะที่ประเทศไทยลงนามเป็นภาคีสนธิสัญญาระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน มีอยู่ 5 ฉบับประกอบด้วย
1.กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (International Covenant on Economic, Social and Cultural Rights-ICESCR)
2.กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenent on Civil and Political Rights-ICCPR)
3.อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติชาติในทุกรูปแบบ(International Covenent on the Elimination of All Forms, of Radical Discrimination-ICERD)
4.อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ (Covention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women-CEDAW)
5.อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก-(CRC) (Convention on the Rights of the Child)
ซึ่งมีหลายข้อที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในการนับถือศาสนา และเสรีภาพในการแสดงออกของอัตลักษณ์ โดยเฉพาะใน กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ICCPR ที่เน้นว่า “รัฐ” ต้องให้ความสำคัญและปฏิบัติตามสนธิสัญญาที่เป็นสมาชิกอยู่ โดยประชาชนจะต้องได้รับความคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานการจากการละเมิดของรัฐ เช่น เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการสื่อสาร สิทธิเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น
นี่คือกติการะหว่างประเทศที่มีการใช้ร่วมกันทั้งโลก
แล้วฝรั่งเศสละ?
เมื่อไปดูข้ออ้างที่ยกเอาฝรั่งเศสโมเดลมาเป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ คงน่าจะเทียบกันไม่ได้ เพราะกฏหมายของฝรั่งเศสห้ามการแสดงสัญลักษณ์ทางศาสนา มิได้ห้ามเฉพาะการคลุมฮิญาบแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งที่เป้าหมายในการออกกฏหมายดังกล่าวคือการจำกัดสิทธิของมุสลิมก็ตาม แต่ฝรั่งเศสก็ยังไม่กล้าที่จะทำอย่างชัดเจน ต้องใช้วิธีการออกกฏหมายแบบคลุมๆ ซึ่งถ้าไปหยิบเอากฏหมายนี้มาใช้ในประเทศไทยจริง ก็เชื่อว่าคนที่ไปเอามาใช้นั่นละจะเดือดร้อน เนื่องจากนักบวชจะออกนอกศาสนสถานไม่ได้เลย เพราะผิดกฏหมาย
นอกจากนี้การออกกฏหมายดังกล่าวของฝรั่งเศส และความพยายามของบางประเทศในยุโรป กลายเป็นตราบาปที่ยุโรปส่วนมากต้องออกมาประณามในการกระทำดังกล่าว และทำให้ฝรั่งเศสต้องเปลี่ยนสถานะจากผู้วิจารณ์ชาติอื่นในประเด็นสิทธิมนุษยชน กลายเป็นประเทศที่ถูกวิจารณ์ในประเด็นของการละเมิดสิทธิมนุษยชนเสียเอง
แม้ว่าฝรั่งเศสถือว่าเป็นยักษ์ใหญ่ของโลก ในฐานะของประเทศสมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยังถูกโลกรุมประณามเพียงเพราะกฏหมายดังกล่าว และชัดเจนว่าคนฝรั่งเศสส่วนมากไม่เห็นด้วยกับกฏหมายดังกล่าวดังจะเห็นได้จากผลการเลือกตั้งท้องถิ่นของฝรั่งเศส รวมถึงคะแนนนิยมในตัวประธานาธิบดี ที่การเลือกตั้งสมัยหน้าคงยากที่จะได้นั่งเก้าอี้ผู้นำบริหารประเทศอีกครั้ง
เมื่ออยู่ในสังคมไม่ได้เพราะทำตัวแปลกแยกเขารักสงบกัน ตัวเองกลับพยายามปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรง
อยู่ในประเทศไม่ได้เพราะปฏิเสธทุกระดับของกฏหมายที่มีบังคับใช้ในประเทศ
อยู่ในโลกไม่ได้ เพราะคนในโลกส่วนมากต้องการความสันติ แต่คนกลุ่มนี้กลับเรียกร้องให้มีการละเมิดกฏเกรณ์ของสังคมโลก ที่อาจนำพาไปสู่ความรุนแรง
ดังนั้นที่อยู่เดียวของคนกลุ่มนี้คือนอกโลก ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อกลุ่มก่อการร้ายข้ามโลกนี้ออกไปอยู่ในอวกาศแล้ว จะได้รับการต้อนรับจากขยะอวกาศหรือไม่!?!
-Abu Jihad-
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 512 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
27 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 27 weeks ก่อน
1 ปี 27 weeks ก่อน
1 ปี 37 weeks ก่อน
2 years 2 weeks ก่อน
2 years 2 weeks ก่อน
2 years 2 weeks ก่อน
2 years 2 weeks ก่อน
2 years 14 weeks ก่อน
2 years 19 weeks ก่อน