พระเจ้าของเราคือใคร??

“ดังนั้น ผู้สร้างย่อมไม่เหมือนกับผู้ที่ถูกสร้าง พวกเจ้าไม่ใคร่ครวญดอกหรือ” (อัลกุรอาน 16:17)

เป็น ไปไม่ได้ที่พระเจ้าที่แท้จริงจะเป็นผลผลิตจากความอ่อนแอของเรา หรือเป็นจินตนาการที่เราอุปโลกน์ขึ้นมา พระเจ้าที่แท้จริงต้องเป็นพระเจ้าที่คู่ควรแก่การสักการะบูชา เป็นพระเจ้าผู้สร้างสากลจักรวาลชั้นฟ้าและแผ่นดิน เป็นผู้ควบคุมและอภิบาลสรรพสิ่งทั้งหลาย

พระ เจ้าที่แท้จริงต้องเป็นผู้ที่ไม่ทอดทิ้งเรา ติดต่อเรา บอกเรื่องราวและชี้ทางเดินของชีวิตแก่เรา พระเจ้าที่แท้จริงไม่มีวันทอดทิ้งบ่าวของพระองค์โดยปราศจากแสงสว่างชี้นำทาง ไม่มีวันทอดทิ้งมนุษยชาติโดยมิได้อธิบายถึงวิถีการดำเนินชีวิต พระเจ้าที่แท้จริงนี้อยู่ที่ไหน??

แท้ จริงแล้ว ความคิดที่สมเหตุสมผลและมีตรรกะที่ถูกต้องย่อมทำให้มนุษย์ประจักษ์กับความ จริง เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์ผู้แสวงหาความจริงจะหลงทาง ตราบใดที่เขายอมรับและนำตรรกะที่ถูกต้องมาใช้ในการค้นหาสัจธรรม

เรามีความสามารถในการอ่าน ค้นหา ค้นคว้า และศึกษาหาความรู้มิใช่หรือ??

แล้วเคยสักครั้งไหมที่จะถามตัวเองว่า “นอกจากวัตถุรูปปั้นหรือเทวรูปที่เรากำลังพึ่งพิงและเคารพสักการะอยู่ มีพระเจ้าอื่นอีกหรือไม่??” “นอกจากมนุษย์ธรรมดาที่อ่อนแอเจ็บป่วยเช่นเดียวกับเรา ซึ่งเราเคารพบูชาให้ความศักดิ์สิทธิ์ ยังมีพระเจ้าอื่นอีกหรือไม่??”

เราเคยสักครั้งไหมที่จะถามตัวเองว่า “มีใครไหมที่ยินยอมน้อมรับ พึ่งพิง และขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าที่แท้จริง??” “มีใครอื่นไหมที่กำลังบูชาสักการะพระเจ้าที่เป็นผู้สร้างสากลจักรวาลทั้งมวล??” พวกเขาเป็นใคร??”

เราเคยถามตัวเองไหมว่า “สัจธรรมจะอยู่กับคนที่บูชาวัวหรือ??”

เราเคยถามตัวเองไหมว่า “สัจธรรมจะอยู่กับคนที่สักการะมนุษย์ด้วยกันหรือ??”

เราเคยถามตัวเองไหมว่า “เป็นไปได้หรือที่สัจธรรมจะอยู่กับชาวบูชาไฟ หรือพวกที่บูชาสิ่งอื่น ๆ ที่อ่อนแอบนโลกใบนี้??”

และเราเคยถามตัวเองไหมว่า “เป็นไปได้หรือที่สัจธรรมจะอยู่กับคนที่บูชาสัญลักษณ์ ไม้กางเขน เครื่องราง หรือของขลังต่าง ๆ ??”

เป็น ที่ชัดเจนว่า มันสมองของมนุษย์ย่อมปฏิเสธที่จะเชื่อว่าสิ่งต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นคือผู้สร้างที่แท้จริงของจักรวาลทั้งมวล ปฏิเสธที่จะเชื่อว่าสิ่งเหล่านั้นคือผู้สรรสร้างชั้นฟ้า แผ่นดิน ดวงดาว ระบบสุริยะจักรวาล และสรรพสิ่งต่าง ๆ รวมทั้งปกครองและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างในสากลจักรวาล..

แน่นอนว่ามันสมองของมนุษย์สามารถคิดเรื่องง่าย ๆ นี้ได้!!

สมอง ของมนุษย์ย่อมต้องรู้สึกสงสัยต่อข้อเท็จจริงต่าง ๆ เช่น บรรดาสิ่งนานาชนิดที่มนุษย์กำลังเรียกว่าพระเจ้านั้นต่างก็มีข้อบกพร่อง ต่างก็ต้องสูญสลายไปในที่สุด และจำต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและคุณสมบัติ และไม่มีคุณสมบัติแห่งความเป็นอมตะใดๆ

พระเจ้าแบบไหนกันที่ถูกตรึงกางเขน!!??

พระเจ้าแบบไหนกันที่ถูกเชือดโดยมนุษย์และนำไปเป็นอาหาร!!??

พระเจ้าแบบไหนกันที่ถูกเนรมิตขึ้นโดยน้ำมือมนุษย์จากเศษหินดินทรายก่อนที่จะเผชิญกับการผุกร่อนและล่มสลายไป!!??

สิ่งเหล่านี้หรือที่เราเรียกว่าพระเจ้า!!?? สิ่งเหล่านี้หรือที่คู่ควรแก่การเคารพบูชา!!?? ถ้าเช่นนั้น เราต้องกลับมาทบทวนความคิดและตรรกะของเราใหม่!!?? ถ้าเช่นนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับการที่เราพยายามดับไฟที่กำลังลุกโชนในหัวใจด้วยการเติมเชื้อเพลิงเข้าไป!!?? แล้วเช่นนี้ เราจะไปสู่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจและตอบคำถามที่ข้องใจของเราได้อย่างไร!!??

เรา ทุกคนต่างยอมรับว่า บางคำถามและบางปัญหาในโลกนี้ สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีง่าย ๆ สามารถค้นพบคำตอบได้ไม่ยาก แล้วทำไมเราจึงไม่ทำให้ข้อสงสัยเรื่อง “การมีอยู่ของพระเจ้าและการสร้างสรรพสิ่ง” เป็นเรื่องที่สามารถหาคำตอบที่ถูกต้องได้อย่างง่ายดาย??

ใช่!! ถ้า แม้นว่าเราได้สดับตรับฟังสักนิดถึงเสียงที่กำลังเรียกร้อง เสียงที่ไม่มีผู้กล้าหาญเปล่งออกมา(ยกเว้นผู้ที่มีความสามารถทำอย่างที่ กล่าวมานั้นจริง) เสียงนี้ดังก้องกังวานว่า :


“ข้าคือพระเจ้าของพวกเจ้า”
“ข้าคือผู้ที่สร้างพวกเจ้า”
“ข้าคือผู้ที่ทำให้พวกเจ้าเกิดขึ้นมา”
“ข้าคือผู้ที่รู้เรื่องราวของพวกเจ้ามากที่สุด”
“ข้าคือผู้ที่สร้างสรรค์ชั้นฟ้าและแผ่นดิน ทั้งดวงดาว ต้นไม้พืชพันธุ์ต่างๆ ทั้งขุนเขาและทะเลทรายทั้งหลาย”
“ข้าคือผู้ที่สร้างมนุษย์ สัตว์ วิหค และทุกสิ่งทุกอย่างในทะเลและมหาสมุทร”
“ไม่มีสรรพสิ่งใดๆ ในชั้นฟ้าและแผ่นดิน เว้นแต่เป็นสิ่งที่ข้าสร้างขึ้นมาทั้งสิ้น และเป็นหลักฐานที่แสดงถึงอำนาจและการมีอยู่ของข้า”
“ข้ารู้ดีที่สุดว่าสิ่งใดที่ดีต่อพวกเจ้า สิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อพวกเจ้า ข้าได้สร้างพวกเจ้าขึ้นมาเพื่อทดสอบว่าพวกเจ้าจะเคารพบูชาข้าหรือไม่”
“ข้ามิได้สร้างพวกเจ้ามาโดยปราศจากจุดมุ่งหมายใด ข้ามิใดทอดทิ้งพวกเจ้าให้หลงทาง แต่ข้าได้ส่งบรรดาศาสนทูตยังพวกเจ้า ข้าได้ส่งสาสน์และคัมภีร์ต่างๆ แก่พวกเจ้า เพื่อเป็นข้ออ้างในการสอบสวนพวกเจ้า จากนั้นพวกเจ้าจะกลับมายังข้า (หลังจากถูกทำให้ฟื้นคืนชีพอีกครั้งในวันปรโลก-ผู้แปล) เพื่อที่ข้าจะได้พิพากษาตัดสินระหว่างพวกเจ้าในสิ่งที่พวกเจ้าขัดแย้งกัน”

เสียงเรียกร้องนี้ไม่มีความหมายอะไรต่อหัวใจของเจ้าเลยหรือ!!??
เจ้าไม่สามารถปิดหูของเจ้าเพื่อมิให้ได้ยินเสียงเรียกร้องที่กึกก้องดังกล่าวได้!!??
แท้จริงแล้วเสียงเรียกร้องนี้ได้เข้าไปยังหัวใจของเจ้า ก่อนที่จะเข้าไปในหูของเจ้าเสียอีก!!
เจ้ากำลังเผชิญกับผู้ที่อ้างว่าเขาคือผู้สร้างจักรวาลและสรรพสิ่งทั้งหลาย
เขากำลังกล่าวแก่เจ้าว่า เขาคือผู้ที่สรรสร้างเนรมิตทุกสิ่งทุกอย่างและควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง!!

เสียง เรียกร้องนี้ได้ดังขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเรียกร้องนี้ได้ไปถึงทุก ๆ ที่ ดังกึกก้องตลอดมาตั้งแต่สิบสี่ศตวรรษที่ผ่านมา.. เสียงเรียกดังกล่าวดังกึกก้องขึ้นเรื่อย ๆ แผ่ขยายไปทุกที่อย่างไม่มีทีท่าว่าจะลดลง.. เป็นเสียงเรียกที่มีคนยอมรับและศรัทธามั่นเป็นล้าน ๆ ทั้งบรรดาผู้มีความรู้ บรรดานักปราชญ์ บรรดานักคิด บรรดาอัจฉริยะบุคคล บรรดาผู้มีชื่อเสียงและตำแหน่งในสังคม คนธรรมดาสามัญ ทั้งคนยากจนและร่ำรวย ล้วนแล้วแต่ยินยอมและนอบน้อมต่อเสียงเรียกดังกล่าว แล้วท่านล่ะ??


ท่านเคยคิดไหมว่าทำไมจึงไม่มีผู้ใดกล้าประกาศว่าเขาคือผู้สร้างดวงดาวและท้องฟ้า??
เคยคิดไหมว่าทำไมจึงไม่เคยมีใครท้าท้ายเสียงเรียกดังกล่าว??
ทำไมจึงไม่เคยมีใครกล้าอ้างตัวว่าเขาคือผู้สร้างโลกนี้ สร้างภูเขา สร้างทะเลและมหาสมุทร??
หรือเป็นเพราะไม่มีใครมีอำนาจที่จะทำตามที่เขาอ้างได้ยกเว้นพระเจ้าที่แท้จริงเท่านั้น??
แล้วพระเจ้าองค์นั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า?? เหตุใดท่านจึงไม่คิดตรึกตรองดู??

มัน เป็นเสียงเรียกที่เอกะ มันเป็นเสียงเรียกที่เป็นเอกลักษณ์ มันเป็นเสียงเรียกที่ไม่มีสิ่งใดเสมอเหมือน มันเป็นเสียงเรียกที่ไม่มีผู้ใดกล้าท้าทาย มันเป็นเสียงเรียกที่ไม่มีสิ่งใดมาร่วมเป็นภาคี..

เสียง เรียกของพระเจ้าที่แท้จริง เสียงเรียกของพระองค์ผู้ซึ่งกล้าประกาศว่า พระองค์คือผู้สร้างจักรวาลและสรรพสิ่งทั้งหลาย พระองค์คือผู้สร้างมนุษย์ พระองค์คือผู้ให้ปัจจัยชีวิต พระองค์คือผู้บริหารและอภิบาลสากลจักรวาลทั้งมวล พระองค์คือผู้ควบคุมชีวิตของมนุษย์ทั้งหลาย

พระองค์ ไม่เพียงแต่ประกาศเท่านั้น แต่ยังทรงบัญญัติหลักการต่าง ๆ ให้เราเดินตามและเรียกร้องให้เราปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นบ่าวที่ดี พระองค์บอกเราว่าการทำหน้าที่ที่พระองค์ทรงสั่งคือหนทางสำเร็จบนโลกนี้ และคือหนทางที่ปลอดภัยจากการลงโทษและได้รับการตอบแทนจากพระองค์ในโลกหน้า…

โลก หน้าหรือ?? วันปรโลกหรือ?? มีโลกหน้าด้วยหรือ? มีการฟื้นคืนชีพหลังจากความตายด้วยหรือ? มีการสอบสวน มีการตอบแทน และมีการลงโทษในสิ่งที่เรากระทำในโลกนี้ด้วยหรือ?? ความจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ “เสียงเรียก” ดังกล่าวได้ตอกย้ำและยืนยันว่า “แท้ จริงแล้วโลกหน้ามิใช่อื่นใดเลย หากเปรียบเสมือนการเริ่มต้นของชีวิตที่แท้จริงของมนุษย์ หลังจากนั้นมนุษย์จะมีชีวิตที่นิรันดร ชีวิตที่ไม่มีวันตาย ชีวิตที่ไม่มีวันสูญสลาย มนุษย์จะมีชีวิตที่เป็นอมตะอยู่ในความสุขนิรันดร์ หรือมิเช่นนั้นก็ทุกข์ตลอดกาล...

ชีวิต ในโลกหน้าเป็นชีวิตที่มนุษย์จะได้รับการตอบแทนการงานที่เขาได้กระทำในโลกนี้ เป็นชีวิตที่มนุษย์จะได้รับผลลัพธ์อันดีงามในสิ่งที่เขาปฏิบัติและยืนหยัดใน สัจธรรม เป็นชีวิตที่มนุษย์จะได้รับสิ่งตอบแทนอันหอมหวานสำหรับสิ่งที่เขาได้เผย แพร่...

ส่วน ชีวิตในโลกนี้เป็นชีวิตที่จะทดสอบว่าพวกเจ้าได้พยายามค้นหาแสงสว่างทางนำและ กระตือรือร้นในการแสวงหาหนทางแห่งความจริงหรือไม่?? หรือพวกเจ้าชักช้าในการแสวงหาหลักฐานที่จะนำไปสู่สัจธรรม?? หรือพวกเจ้าปล่อยชีวิตและยอมให้จุดจบของพวกเจ้าเป็นไปตามยถากรรม ตามประเพณี ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ตามความเชื่อของบรรพบุรุษของพวกเจ้าโดยมิได้ไตร่ตรองสักนิดว่าพวกเขาอยู่ใน สัจธรรมหรือไม่??

เคย คิดบ้างไหมว่าเรากำลังอยู่กับสิ่งหลอกลวง.. เคยคิดบ้างไหมว่าเรากำลังมีชีวิตที่หลงทางและไร้คุณค่า.. มิใช่เรื่องยากเลยหากเราต้องการรู้ว่าเราหลงทางมากมายขนาดไหน!!


เจ้าจงตรึกตรองรูปปั้นที่เจ้ากำลังบูชาอยู่ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าหลงทางมากมายขนาดไหน!!??
เจ้าจงตรึกตรองเทวรูปที่เจ้ากำลังบูชาอยู่ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าหลงทางมากมายขนาดไหน!!??
เจ้าจงตรึกตรองบรรดามนุษย์หรือสัตว์ที่เจ้ากำลังบูชาอยู่ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าหลงทางมากมายขนาดไหน!!??
เจ้าจงตรึกตรองก้อนหินที่เจ้ากำลังบูชาอยู่ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าหลงทางมากมายขนาดไหน!!??
เจ้าจงตรึกตรองต้นไม้ที่เจ้ากำลังบูชาอยู่ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าหลงทางมากมายขนาดไหน!!??
เจ้าจงตรึกตรองกรวดหินดินทรายที่เจ้ากำลังบูชาอยู่ แล้วเจ้าจะรู้ว่าเจ้าหลงทางมากมายขนาดไหน!!??

สิ่ง เหล่านี้ถูกสร้างและอุตริขึ้นมาแล้วถูกแต่งตั้งให้เป็นพระเจ้าของพวกเจ้า พวกเจ้าขอพรจากมัน ขอความช่วยเหลือจากมัน พึ่งพามัน ขอการปกป้องคุ้มครองจากมัน!! ใน ขณะที่พวกเจ้ารู้และสำนึกอยู่เต็มอกว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เคยที่จะประกาศว่าพวก มันคือผู้สร้าง ผู้ทำให้เกิด ผู้สรรสร้างจักรวาลทั้งมวล ผู้ประทานปัจจัยยังชีพ ผู้ควบคุมสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งเล็กและใหญ่ พวกมันไม่มีอำนาจแม้แต่จะเอ่ย แม้เพียงตัวอักษรเดียว.. แต่ไฉนเลยพวกเจ้ากลับเคารพบูชาพวกมันซึ่งเป็นสิ่งที่ถูกสร้าง ยกตำแหน่งมันเสมือนเป็นผู้สร้าง!! แต่พระเจ้าผู้สร้างที่แท้จริงพวกเจ้ากลับละทิ้ง ละเลย และปฏิเสธ!!?? กับ ผู้ที่เรียกร้องและเชิญชวนพวกเจ้าสู่พระเจ้าที่แท้จริง พวกเจ้ากลับเพิกเฉย พวกเจ้ากลับไม่รู้จักเขา ไม่เคยแม้แต่คิดจะค้นหาว่าเขาคือใคร? ไม่เคยคิดที่จะเรียนรู้สิ่งที่เขาได้นำมายังพวกเจ้า??


Chat module by BoWoB Chat for Drupal