โรฮิงญา : ส่วนหนึ่งของเรือนร่างเราที่กำลังบาดเจ็บอยู่ใกล้ๆนี่เอง
ก่อนเข้ารอมฎอนไม่กี่วัน มีข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งตีพิมพ์ในหน้าหนังสือพิมพ์หัวสีหลายฉบับ โดยเนื้อข่าวระบุว่าชาวมุสลิมโรฮิงญา 2 คน ซึ่งถูกจับกุมตัวมาประมาณ7-8เดือนได้เสียชีวิตในสถานที่คุมขังจังหวัดระนอง มันเป็นข่าวเล็กๆที่แทบจะไม่มีใครสนใจโดยเฉพาะเมื่อถูกประกบด้วยข่าวความขัดแย้งทางการเมืองและการแต่งตั้งผบ.ตร.ที่คนทั้งสังคมทุ่มเทความสนใจให้ แต่เราจะเป็นหนึ่งในผู้เมินเฉยเหล่านั้นได้ลงคอเชียวหรือ เมื่อทั้งคนที่เสียชีวิต และที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในสภาพอันชวนหดหู่เหล่านั้นคือคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่น้องร่วมเรือนร่างของเราเอง
ย้อนหลังไปเมื่อราวๆต้นปีที่ผ่านมา ข่าวการลักลอบเข้าประเทศไทยของชาวมุสลิมโรฮิงญาจากพม่าเป็นข่าวที่อยู่ในความสนใจของสาธารณชนพอสมควร เนื่องจากมีการให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่รัฐไทยได้ทำการทรมานผู้ลักลอบเข้าเมืองเหล่านี้ รวมทั้งผลักไสพวกเขาบางส่วนไม่ให้ขึ้นฝั่งที่ประเทศไทย ซึ่งก็เท่ากับผลักไสพวกเขาไปสู่ความตายนั่นเอง ไม่ว่าข้อกล่าวหาเหล่านี้จะเป็นความจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นความจริงแน่นอนก็คือผู้คนในสังคมของเราได้ลืมเลือนคนเหล่านี้ไปในเวลาไม่นาน จนกระทั่งมีข่าวการเสียชีวิตในที่คุมขังของชายหนุ่มชาวโรฮิงญา 2 คนช่วงเดือนสิงหาคมนี่เอง ที่หลายภาคส่วนของสังคมเริ่มตระหนักถึงสภาพความเป็นอยู่อันเลวร้ายที่มนุษย์กลุ่มหนึ่งต้องเผชิญอยู่เป็นระยะเวลาหลายเดือน
ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 คน เป็นชายหนุ่มอายุ 15 และ 18 ปี ที่ไม่เคยมีโรคประจำตัวร้ายแรงมาก่อน สาเหตุการเสียชีวิตของทั้งคู่ถูกสันนิษฐานว่าถ้าไม่ใช่เพราะการติดเชื้ออย่างรวดเร็วที่หัวใจก็น่าจะเป็นเพราะการอดอาหาร ในขณะที่ผู้ถูกคุมขังอีกไม่น้อยกว่า10คน อยู่ในอาการอ่อนเพลีย แขนขาลีบเนื่องจากไม่ได้ใช้งานเป็นระยะเวลานาน นี่คือผลลัพธ์ภายนอกที่เกิดจากสภาพความเป็นอยู่ที่ชาวโรฮิงญาจำนวน78 คนต้องเผชิญในระยะเวลาประมาณ 7-8เดือนที่ผ่านมา แต่มันก็คงจะไม่หนักหนาไปกว่าผลที่เกิดขึ้นภายในหัวใจของพวกเขาที่เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าจะเลวร้ายยิ่งกว่านี้สักกี่เท่า ลองจินตนาการภาพตัวเราเองต้องอยู่ร่วมกับคนอีก70คนในห้องๆเดียว โดยไม่ได้ออกไปไหนเลยเป็นเวลานานกว่าครึ่งปีดูเถิด ลองจินตนาการสภาพจิตใจของคนที่ระเหเร่ร่อนจากความอธรรมในบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองมาสู่ห้องขังต่างบ้านต่างเมืองโดยไม่รู้เลยว่าตัวเองจะถูกดำเนินการอย่างไร คนที่ไม่มีที่ให้อยู่ และไม่มีบ้านให้กลับ แค่จินตนาการเราก็คงจะพบว่ามันเป็นความทรมานที่ร้ายกาจแค่ไหน
สิ่งที่เจ้าหน้าที่ไทยได้ลงมือกระทำหลังความตายของชายหนุ่มชาวโรฮิงญา 2 คนนี้ คือการย้ายผู้ถูกคุมขังชาวโรฮิงญาที่เหลือเข้ามายังกรุงเทพฯ อย่างน้อยก็เพื่อลดกระแสตำหนิติเตียนที่องค์กรสิทธิมนุษยชนมีต่อสถานที่คุมขังเดิมซึ่งอุดอู้และคับแคบ แต่อนาคตของชาวโรฮิงญาที่เหลือจะเป็นอย่างไรก็ยังไม่มีใครตอบได้ ไม่ต้องนับปัญหาใหญ่หากมองไกลไปกว่าคน70 กว่าคนที่นี่ เพราะชาวโรฮิงญาอีกเป็นร้อยเป็นพันที่หลบหนีความโหดร้ายของรัฐบาลทหารพม่าเข้าไปยังดินแดนต่างๆ ก็ต้องเผชิญสภาพการณ์อันเลวร้ายไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าที่ชาวโรฮิงญา 70 กว่าคนนี้กำลังเผชิญอยู่ในประเทศไทย มันคือปัญหาใหญ่ที่แทบจะมองไม่เห็นทางออกในโลกที่เส้นแบ่งเขตแดนที่มนุษย์บางคนขีดไว้ได้กลายเป็นเส้นแบ่งความเป็นมนุษย์ ที่ทำให้ความช่วยเหลือไม่สามารถไปถึงคนที่อยู่นอกเส้นนี้ได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าเขาจะเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันก็ตาม
สำหรับเราในฐานะมุสลิม ใครที่อยู่ในตำแหน่งและโอกาสที่สามารถจะช่วยเหลือพี่น้องของเรากลุ่มนี้ได้ ไม่ว่าจะด้วยการเคลื่อนไหวรูปแบบใด หรือแม้แต่การไปเยี่ยมเยียนหรือเอาใจใส่ในข่าวคราวความเป็นไปของพวกเขา ก็ขอให้ลงมือกระทำโดยมิรั้งรอ สำหรับคนที่ยังมองไม่เห็นว่าจะทำอะไรได้บ้างก็อย่าลืมพวกเขาในดุอาอฺ และหากมีเวลาสักนิด ลองใคร่ครวญดูบททดสอบของชีวิตพวกเขา กับชีวิตพวกเรา บางทีเราอาจได้พบว่าปัญหาต่างๆที่รุมเร้าเข้ามาในชีวิตและเราเคยคิดว่ามันช่างหนักหนายิ่งใหญ่นั้น กลับมีขนาดเล็กลงอย่างน่าตกใจ
บทความจากสารมุสลิมะห์ฉบับที่ 8
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.baanmuslimah.com/dp57/?q=node/652
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 752 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน