รักกันเพื่ออัลลอฮฺ
โดยธรรมชาติของความรักซึ่งอัลลอฮทรงประทานแก่หัวใจมนุษย์ทุกคน มันจะอยู่ในหัวใจ และแสดงออกสู่สิ่งที่ตนรัก เช่น รักพ่อแม่ รักลูก รักหน้าที่การงาน รักในสถาบันของตน รักในเกียรติของตน และอื่นๆ แต่อย่างไรเล่า ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นว่า ที่สุดแห่งความรักนั้นคืออะไร นั่นคือการที่เรารับรู้ถึงเป้าหมายแห่งชีวิต รู้จักตัวเอง รู้จักผู้มีพระคุณ สุดท้ายแล้วคงต้องกลับมาสู่อัลลอฮ เราจะรำลึกถึงความเมตตา ความรัก ความโปรดปรานที่พระองค์ทรงมีให้กับเราอย่างมากมาย เราจะทำทุกอย่างเพื่ออัลลอฮ ทำทุกอย่างเพื่อทำให้อัลลอฮทรงยินดีและพอใจต่อเรา เราจะหลีกห่างสิ่งที่ทำให้ผู้ที่เรารักต้องโกรธต่อเรา เราจะแสวงหาความใกล้ชิด และที่สุดของหัวใจ เราจะขอถวายชีวิตยอมตายเพื่อพระองค์อัลลอฮอันเป็นที่รักของเรา "...และฉันได้รีบเร่งมายังพระองค์ท่านแล้ว เพื่อให้ท่านทรงพอพระทัย"ซูเราะฮตอฮา : 84
ถัดมาคือความรักต่อท่านนบี(ซล) ต่อพ่อแม่ ต่อครอบครัว และต่อบรรดาพี่น้องผู้ศรัทธา แต่ ณ ที่นี้เราจะพูดถึงความรักที่เราจะมีให้กับเพื่อนพี่น้องของเรา
แปลกใจจังเมื่อได้อยู่ร่วมกับพี่น้องร่วมศรัทธา เมื่อได้ทำงานร่วมกัน พูดคุยกัน หรือแค่ได้พบหน้า เรารู้สึกมีความสุขอย่างมิอาจอธิบายได้ แม้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ด้วยสัญลักษณ์แห่งผู้ศรัทธา เราเจอกัน ยิ้มให้กัน รู้สึกได้ถึงสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด นั่นถือเป็นความเมตตาของอัลลอฮที่ทรงประทานความรักและสายสัมพันธ์ที่ดีให้แก่ผู้ศรัทธา เราขอสรรเสริญและขอบคุณต่ออัลลอฮอย่างสุดใจ แต่ทั้งนี้เราก็ตระหนักดีว่าสิ่งนี้พระองค์จะทรงประทานให้แก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์เท่านั้น เราไม่มีความสามารถใดๆที่จะสร้างความรู้สึกเหล่านี้ได้ นอกจากที่พระองค์จะทรงมอบให้กับเราอัลลอฮทรงกล่าวไว้ว่า
وَلَـكِنَّ اللّهَ أَلَّفَ بَيْنَهُمْ إِنَّهُ عَزِيزٌ حَكِيمٌ
"... หากแม้ว่าเจ้าจะใช้สิ่งที่มีอยู่บนหน้าแผ่นนี้ทั้งหมดใช้จ่ายไป เจ้าก็จะไม่สามารถสมานหัวใจของพวกเขาได้ แต่ทว่าอัลลอฮเท่านั้นที่จะทรงสมานหัวใจของพวกเขา ..." ซูเราะฮฺ อัลอันฟาล : 63
อัลลอฮได้ทรงผูกความรักและความเป็นพี่น้อง กับความศรัทธาเข้าด้วยกัน ดังที่ทรงกล่าวไว้ในซูเราะฮ อัลฮุจรอจญ์ : 10 "...แท้จริงบรรดาผู้ศรัทธาเป็นพี่น้องกัน..." ผู้ศรัทธาจะมีความรักต่อกัน ความรักของคนหนึ่งคนใดที่มีต่อพี่น้องของเขาจะเพิ่มพูนความศรัทธาในตัวเขา และความศรัทธาที่มีอยู่ในตัวเขาก็จะแสดงออกมาด้วยความรักที่มีต่อพี่น้องร่วมศรัทธาด้วยเช่นกัน ท่านนบีได้บอกถึงความสัมพันธ์ระหว่างความรักและความศรัทธาว่า
" ถือว่าไม่มีอิมาน(ความศรัทธา) สำหรับคนหนึ่งคนใดในหมู่พวกเจ้า จนกว่าเขาจะรักพี่น้องของเขา ดังเช่นที่เขาจะมีความรักต่อตนเอง" บันทึกโดยบุคอรี และมุสลิม
จากอนัสรายงานว่าท่านนบี(ซล)ได้กล่าวว่า
"สามประการ ผู้ใดที่ปฏิบัติมัน เขาจะได้รับรสชาดความหอมหวานของอิมาน (1) การที่อัลลอฮและรอซูลเป็นที่รักของเขาเหนือสิ่งอื่นใดทั้งหมด (2) การที่เขาจะรักใครคนหนึ่ง มิใช่อื่นใด นอกจากเพื่ออัลลอฮ (3) เขาจะรังเกียจการกลับไปสู่กุฟรฺ(การปฏิเสธศรัทธา)ภายหลังจากที่ได้รับทจากอัลลอฮ เหมือนดังที่เขารังเกียจที่จะไปสู่ไฟนรก" บันทึกโดย บุคอรี และมุสลิม
นอกจากนี้ผู้ที่รักกันเพื่ออัลลอฮ เขาจะมีสถานะอันสูงส่ง ณ ที่อัลลอฮ ดังฮะดิษของท่านนบี(ซล)ว่า
"แท้จริงในปวงบ่าวของอัลลอฮนั้น มีคนกลุ่มหนึ่งซึ่งพวกเขามิได้เป็นนบี และมิได้เป็นชะฮีด แต่บรรดานบีและบรรดาชะฮีดต่างต้องการมีสถานะอย่างพวกเขา เนื่องจากฐานะ(อันสูงส่ง) ที่พวกเขาได้รับจากอัลลอฮในวันกิยามะฮ" บรรดาซอฮาบะฮพากันถามว่า "โอ้ท่านรอซูลุลอฮ โปรดบอกพวกเราเถิดว่า พวกเขาเป็นใคร? ท่านกล่าวว่า "พวกเขาคือกลุ่มคนที่รักกันด้วยวิญญานแห่งอัลลอฮ ทั้งๆที่พวกเขาก็ไม่ได้มาจากสายเลือดเดียวกัน ไม่ได้มีทรัพย์สินเป็นผลประโยชน์ต่อกัน ขอสาบานด้วยอัลลอฮ แท้จริงบนใบหน้าของเขาจะมีรัศมี และแท้จริงพวกเขาจะอยู่บนแสงสว่าง พวกเขาจะไม่มีความหวาดกลัวในขณะที่ผู้คนมีความหวาดกลัวกัน และพวกเขาจะไม่มีความเศร้า ในขณะที่ผู้คนโศกเศร้ากัน ..." บันทึกโดยอบูดาวูด
และในวันกิยามะฮ อัลลอฮจะทรงเรียกพวกเขาเข้าสู่ร่มเงาของพระองค์
اليوم اظلهم في ظلييوم لا ظل الا ظلي" (( رواه مسلم))
ความรักของผู้ศรัทธาจะทำให้เขาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน สามัคคี รู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นห่วงกัน
ท่านนบี(ซล)กล่าวว่า "เปรียบเทียบบรรดาผู้ศรัทธาที่มีความรักต่อกัน ความเอื้ออาทรกัน และการช่วยเหลือเกื้อกูลต่อกัน เปรียบประหนึ่งเรือนร่างเดียวกัน เมื่ออวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดเจ็บปวด อวัยวะส่วนอื่นก็เจ็บปวดและเป็นทุกข์ด้วย" บันทึกโดยมุสลิม
บรรดาผู้ศรัทธาจะติดต่อ ทักทายด้วยการยิ้มแย้ม จับมือสลามต่อกัน โดยอบูซัรรฺเล่าว่า ท่านรอซูลลุลลอฮ(ซล) กล่าวว่า "ท่านทั้งหลายจงอย่ามองข้ามความดีแม้จะเล็กน้อยก็ตาม เมื่อใดก็ตามที่ท่านพบพี่น้องของท่าน จงยิ้มแย้มด้วยความปรีดา" บันทึกโดย มุสลิม
และอีกฮะดิษท่านนบี(ซล)กล่าวว่า
“ขอสาบานด้วยผู้ที่ชิวิตข้าอยู่ในมือของพระองค์ พวกท่านจะไม่ได้เข้าสวรรค์จนกว่าพวกเจ้าจะศรัทธา และพวกเจ้าจะไม่มีศรัทธา จนกว่าพวกเจ้าจะรักกัน เอาไหม ฉันจะบอกถึงสิ่งหนึ่งที่พวกเจ้าปฏิบัติแล้ว พวกเจ้าจะรักกัน นั่นคือ พวกเจ้าต้องให้สลามต่อกัน” มุสลิม
พร้อมกับการสลามนั้น เขาจะจับมือและหวังต่อการอภัยโทษจากอัลลอฮ ท่านนบี(ซล.)กล่าวว่า "ไม่มีมุสลิมสองคนที่เขาพบกันและจับมือกัน นอกจากเขาทั้งสองจะได้รับการอภัยโทษ(จากอัลลอฮ) จนกว่าเขาจะวางมือจากกัน" บันทึกโดย อบูดาวูด จากบัรรออฺ
ผู้ศรัทธาที่รักกันจะช่วยเหลือกันสู่ความดีงาม ดังที่อัลลอฮทรงแนะนำแก่พวกเราไว้
"...และพวกเจ้าจงช่วยเหลือกันในความดี และในการยำเกรง(ตักวา)และพวกเจ้าจงอย่าช่วยเหลือกันในการทำบาปและการเป็นศัตรูต่อกัน"ซูเราะฮฺ อัลมาอิดะฮ 2
ผู้ศรัทธาที่รักกันจะเยี่ยมเยียนกัน โดยท่านอบูฮุร็อยรอฮฺ(รฎ.)รายงาน จากท่านนบี(ซล)ได้บอกถึงคุณค่าของการเยี่ยมเยียนกันว่า
"มีชายคนหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมพี่น้องของเขายังอีกเมืองหนึ่ง ต่อมาอัลลอฮ(ตะอาลา)ได้ส่งมลาอิกะฮฺมาพบกับเขาระหว่างทาง เมื่อมลาอิกะฮมาพบกับเขาแล้วกล่าวว่า ท่านจะไปไหนหรือ? เขากล่าวว่า ฉันมุ่งไปพบ(เยี่ยม)พี่น้องของฉัน ณ เมืองนี้ (มลาอิกะฮ)กล่าวว่า ท่านมีผลประโยชน์ที่ท่านแสวงหาอยู่จากการไปนี้หรือเปล่า เขากล่าวว่า "ไม่ใช่ นอกจากเสียว่า จริงๆแล้วฉันรักเขาในหนทางของอัลลอฮ" (มลาอิกะฮ)กล่าวว่า "แท้จริงแล้วฉันเป็นทูตของอัลลอฮมายังท่าน เพื่อมาบอกท่านว่า แท้จริงอัลลอฮทรงรักท่าน ดังที่ท่านรักเขาในหนทางพระองค์" บันทึกโดย มุสลิม
ท่านนบี(ซล)ได้บอกถึงสิทธิที่มุสลิมคนหนึ่งพึงได้รับจากพี่น้องของเขาดังฮะดิษว่า "สิทธิของมุสลิมเหนือมุสลิมด้วยกัน มีหกประการ: (1)เมื่อพบกันจงให้สลาม (2)เมื่อเขาเรียกร้องขอต่อท่าน ท่านจงปฏิบัติตอบต่อเขา (3) เมื่อเขาขอคำตักเตือน(นาซีฮะฮ) ท่านจงให้คำนาซีฮะฮแก่เขา (4)เมื่อเขาจาม แล้วกล่าวสรรเสริญต่ออัลลอฮ ท่านจงกล่าวตอบ(ยัรฮะมุกัลลอฮ) (5) เมื่อเขาป่วย จงไปเยี่ยมเขา (6)เมื่อเขาตาย จงไปตามมัยยิตไป"บันทึกโดย มุสลิม
และอีกฮะดิษท่านนบี(ซล)กล่าวว่า "มุสลิมกับมุสลิมเป็นพี่น้องกัน จงอย่าทำการอธรรมต่อกัน จงอย่าปล่อยปละละเลยกัน ผู้ใดก็ตามที่ช่วยปลดเปลื้องภาระของพี่น้องของเขา อัลลอฮจะทรงปลดเปลื้องภาระของเขาให้ และผู้ใดก็ตามที่ปล่อยให้ความยากลำเค็ญเกิดขึ้นแก่พี่น้องมุสลิม อัลลอฮจะทรงปล่อยให้เกิดความยากลำเค็ญแก่เขาซึ่งความลำเค็ญแห่งวันกิยามะฮ และผู้ใดก็ตามที่รักษาความลับ(ที่ควรปกปิด)ของพี่น้องมุสลิม อัลลอฮจะทรงปกปิดความลับของเขาในวันกิยามะฮด้วย" บันทึกโดยมุสลิม
นอกจากนี้เราจะดุอาอ ขอต่ออัลลอฮในสิ่งที่ดีงามให้แก่กัน ท่านนบี(ซล)ได้บอกถึงผลตอบแทนของผู้ที่ขอดุอาอฺแก่พี่น้องของเขาว่า "ไม่มีมุสลิมคนใดที่เขาจะขอดุอาอฺแก่พี่น้องของเขาโดยลับๆ เว้นแต่ทว่ามลาอิกะฮจะกล่าวว่า:และสำหรับท่านก็เช่นเดียวกัน" บันทึกโดย มุสลิม
เราจะเห็นถึงความเป็นอยู่ระหว่างผู้ ศรัทธาที่มีความรักต่อกัน เขาจะอยู่อย่างมีความสุข จริงใจต่อกัน ช่วยเหลือกัน เยี่ยมเยียนกัน แนะนำกัน ตักเตือนกันด้วยความบริสุทธิใจ ชักชวนกันสู่การทำความดี ห้ามปรามการทำความชั่ว เราจะให้อภัยกัน รักษาและให้เกียรติกันและกัน ปกปิกความอับอายให้แก่กัน และจะกล่าวอวยพรต่อกันในวาระโอกาสต่างๆ นอกจากนี้เราจะมอบของขวัญให้แก่กัน เพื่อเป็นตัวแทนแห่งความรู้สึก และผสานความรักในหัวใจของเราด้วย
และสุดท้ายอย่าลืมที่จะแสดงความรักของเรา ด้วยการบอกให้เขาทราบว่าเรารักเขา โดยฮะดิษของท่านนบี(ซล) จากท่านอนัส ได้รายงานว่า
มีชายคนหนึ่งอยู่กับท่านนบี(ซล) จากนั้นมีชายอีกคนหนึ่งเดินผ่านมา เขาจึงกล่าวว่า "โอ้ท่านรอซูลลุลลอฮ แท้จริงฉันรักเขา" ท่านนบี(ซล)จึงกล่าวว่า "ท่านบอกให้เขาทราบหรือยัง" เขากล่าวตอบว่า "ยังมิได้บอก" ท่านนบีกล่าวว่า "จงแจ้งให้เขาทราบเถิด" เขาจึงไปแจ้งยังชายผู้นั้นแล้วกล่าวว่า "แท้จริงฉันรักท่านในหนทางของอัลลอฮ" ชายผู้นั้นจึงกล่าวว่าตอบว่า
"หวังว่าอัลลอฮจะทรงรักท่านดังเช่นที่ท่านรักฉัน" บันทึกโดย อบู ดาวูด
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1404 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 5 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน