มูเดฆาร์
มูเดฆาร์ (Mudéjar หรือ มูเดจาร์) เป็นชื่อของชาวมัวร์หรือชาวมุสลิมแห่งอัล-อันดาลุสหรืออาณาจักรอันดาลูเชีย (มุสลิมมัวร์ปกครองสเปนเกือบ 800 ปี ช่วงค.ศ.711-1492) ที่ยังคงอาศัยอยู่ในสเปนหลังดินแดนของตัวเองตกอยู่ภายใต้การปกครองของคริสเตียน และยังเป็นชื่อของสไตล์ศิลปะที่เรียกว่า สไตล์มูเดฆาร์ (Mudéjar style) ที่ปรากฎในสถาปัตยกรรมสำคัญๆ, ดนตรี, ศิลปะ, งานช่างฝีมือของสเปนจนทุกวันนี้
คำว่า มูเดฆาร์ (Mudéjar) มาจากคำภาษาอารบิกว่า มูดัจยัน (Mudajjan مدجن) หมายถึง ผู้ยอมจำนน ซึ่งตีความได้สองอย่างคือ การยอมตนต่ออิสลาม และ การยอมอยู่ใต้อำนาจการปกครองของกษัตริย์คริสเตียน
ชาวมูเดฆาร์
ชาว มูเดฆาร์เป็นลูกหลานของชาวสเปนดั้งเดิมที่เคยเป็นคริสเตียนมาก่อนหน้ากองทัพ มุสลิมเข้ามายึดครองสเปนในปี 711 และต่อมาชาวคริสเตียนสเปนเหล่านี้หันมารับอิสลามตามผู้ปกครองชาวมัวร์
หลังจากกองทัพคริสเตียนเริ่มยึดโตเลโดคืน ได้ในปี 1085 เมืองด้านเหนือของอาณาจักรอันดาลูเชียก็ค่อยๆ ทะยอยตกเป็นของคริสเตียน ชุมชนมุสลิมจะอพยพหนีลงไปทางใต้หรือสามารถเลือกใช้ชีวิตในเมืองต่อไปได้ภาย ใต้การปกครองของกษัตริย์คริสเตียน ส่วนใหญ่อพยพหนี แต่ก็มีมุสลิมจำนวนมากเลือกที่จะอยู่ต่อไป ซึ่งพวกนี้คือลูกหลานชาวสเปนดั้งเดิมที่หันมารับอิสลาม และจากนั้นมาพวกเขาจึงถูกเรียกว่า ชาวมูเดฆาร์ พวกเขาไม่ยอมอพยพลงไปทางใต้เรื่อยๆ เหมือนชาวมุสลิมมัวร์อื่นๆ เพราะถือว่าสเปนคือดินแดนของบรรพบุรุษ พวกเขามิใช่ชาวมัวร์จากอาฟริกา
ชาว มูเดฆาร์ยังคงเป็นมุสลิมและใช้ชีวิตเหมือนเดิม แต่หลังจากศตวรรษที่ 13 ก็เริ่มใช้ภาษาสแปนนิชแทนอารบิกบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อต้องเขียนหนังสือ พวกเขาก็ยังคงใช้ตัวอักษรอารบิกในการเขียนคำภาษาสแปนนิช ซึ่งได้ทำให้เกิดวรรณกรรมที่แปลกและโดดเด่นขึ้นมาเรียกว่า อัลฆาไมโด (aljamaido) ชาวมูเดฆาร์ใช้ภาษาพิเศษนี้เพื่อหลบหลีกผู้ปกครองชาวคริสเตียนโดยเฉพาะตอนโดนข่มขู่เรื่องศาสนา
ชาวมูเดฆาร์อาศัยในรัฐคริสเตียนในฐานะชนกลุ่มน้อย ทำงานเป็นช่างฝีมือ, ช่างศิลป์ ที่ยอดเยี่ยม มีสไตล์ของตัวเองเรียกว่า สไตล์มูเดฆาร์
ต่อ มาหลังอาณาจักรอันดาลูเชียตกเป็นของคริสเตียนอย่างสิ้นเชิงในปี 1492 กษัตริย์และชาวมัวร์ส่วนใหญ่อพยพไปอาฟริกา ชาวมูเดฆาร์ก็ยังคงอยู่ในสเปนเหมือนเดิม แต่ชีวิตเริ่มยุ่งยากขึ้น เพราะกษัตริย์คริสเตียนบังคับให้ชาวยิวและมุสลิมเปลี่ยนศาสนามาถือคริสต์ เริ่มจากปี 1502 ที่คาสติล ต่อมาปี 1526 ที่อารากอน พวกมูเดฆาร์ถูกบังคับให้เปลี่ยนไปเป็นคริสเตียนและถูกเรียกว่าชาว มอริสโก (Morisco) แต่ก็เปลี่ยนซะงั้น ยังแอบปฏิบัติศาสนกิจตามแบบอิสลามเหมือนเดิม เรียกว่าพวก 'คริปโต-มุสลิม' (crypto-muslim นอก จากที่สเปนแล้วก็มีพี่น้องมุสลิมที่คาบสมุทรบอลข่านด้วยที่เจอชะตากรรมแบบ นี้ คือภายนอกต้องบอกว่าเปลี่ยนเป็นคริสเตียน แต่ในใจนั้นคือมุสลิมตลอด และแอบปฏิบัติศาสนกิจแบบลับๆ ในอิสลามเรียกว่าการใช้หลัก 'ตกียาฮ์' หมาย ถึงอำพรางตัวเองว่ามิใช่มุสลิมเพื่อรักษาชีวิตรอด - ผู้แปล) จนทางการสเปนต้องออกกฎบังคับซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซึ่งพวกมอริสโกท้าทายตลอดเช่นกัน ต่อมาทั้งยิวและมุสลิมโดนขับไล่ออกจากสเปนโดยสิ้นเชิงในปี 1614 พวกมอริสโกที่โดนขนลงเรือไปตั้งถิ่นฐานในจักรวรรดิออตโตมัน อาฟริกา และโลกอาหรับ มีประมาณเกือบ 3 แสนคน ส่วนพวกมอริสโกที่บอกว่าเปลี่ยนเป็นคาทอลิกจริงๆ มีเพียง 3,000 คน โดนส่งไปอยู่ที่อิตาลี
และสิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้เบื้องหลังบนแผ่นดินสเปนคือสุนทรีย์แห่งศิลปะที่ประมาณค่ามิได้ สไตล์มูเดฆาร์ ที่ยังคงอยู่คู่กับสเปนตราบจนทุกวันนี้
สไตล์มูเดฆาร์ (Mudéjar style)
สไตล์มูเดฆาร์คือสัญลักษณ์ของเทคนิคและสถาปัตยกรรมของชาวมูเดฆาร์ คืออาคารและศิลปะสไตล์โรมัน, โกธิค, และเรอเนสซอง ที่มีศิลปะอิสลามเข้ามาผสมด้วย เป็นสไตล์ที่ก่อกำเนิดในคาบสมุทรไอบีเรียในศตวรรษที่ 12 มูเดฆาร์ไม่ใช่ศิลปะสไตล์ใหม่ แต่เป็นการให้ความหมายใหม่ของศิลปะตะวันตกที่มีอิทธิพลของศิลปะอิสลาม เห็นได้จากรูปทรงและลายเรขาคณิต, ที่เป็นแบบอิสลามชัดเจน, โดดเด่นออกมาจากอาคารและศิลปะแบบตะวันตก มีทั้งในลายกระเบื้อง, ลายอิฐ, ลายไม้, ลายปูนพลาสเตอร์, และโลหะตกแต่ง โค้งสไตล์มูเดฆาร์คือโค้งรูปเกือกม้าและโค้งที่เป็นลอนเล็กๆ มากมาย หรืออย่างการปูพื้นและผนัง สไตล์มูเดฆาร์ก็จะพัฒนาให้มีรูปแบบการเรียงกระเบื้องที่ซับซ้อนมาก ไม่มีใครสามารถเทียบได้ (เพราะมุสลิมเก่งตรีโกณมิติและเรขาคณิต และไม่สามารถใช้รูปสัตว์หรือคนในศิลปะ) แม้ กระทั่งตอนที่ชาวมุสลิมมิได้อาศัยอยู่ในดินแดนสเปนแล้ว บทบาทด้านศิลปะสไตล์มูเดฆาร์ของพวกเขาก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งที่โดดเด่นของ สถาปัตยกรรมสเปน
คำว่า สไตล์มูเดฆาร์ ถูกขนานนามครั้งแรกในปี 1869 โดย โฆเซ่ อมาดอร์ เดอ ลอส รีออส, นักประวัติศาสตร์และโบราณคดีชาวอันดาลูเชียน

Palacio de la Aljafería หนึ่งใน ‘สถาปัตยกรรมมูเดฆาร์แห่งอารากอน’ (Mudéjar Architecture of
เชื่อกันว่าสไตล์มูเดฆาร์ถือกำเนิดขึ้นในเมืองซาฮากุน (Sahagun) และลีออง (
ตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของสไตล์มูเดฆาร์คือ the Casa de Pilatos ที่เมืองเซวิย่า สร้างช่วงต้นศตวรรษที่ 16 เซวิย่ายังมีสถาปัตยกรรมสไตล์มูเดฆาร์อีกมากมาย โดยเฉพาะพระราชวังดิอัลคาซาร์ (the Alcazar of Seville) ที่ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมอีกแห่งหนึ่ง อัลคาซาร์ประกอบด้วยสไตล์โกธิค, เรอเนสซอง, และมูเดฆาร์ พระราชวังนี้เดิมทีเป็นป้อมปราการของชาวมัวร์ ตอนที่เปโดร เดอ คาสติล ขยายพระราชวังออกไป พระองค์ก็ยังคงสไตล์สถาปัตยกรรมมุสลิมเอาไว้ ส่วน Parish of Santa Catalina ที่สร้างในศตวรรษที่ 14 นั้นก็สร้างบนที่ตั้งของมัสยิด
สถาปัตยกรรมมูเดฆาร์แห่งอารากอน (Mudéjar Architecture of Aragon) ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกในปี 1986 เมื่อก่อนเรียกว่า สถาปัตยกรรมมูเดฆาร์แห่งเทรูเอล (Mudéjar Architecture of Teruel) ประกอบด้วยอาคารในเทรูเอล 4 แห่งได้แก่ Cathedral of Santa María de Mediavilla, Churches of San Pedro, Churches of San Martín, และ Churches of the Saviour ต่อมาปี 2001 เพิ่มอาคารอีก 6 แห่งในซาราโกซาเข้าไปด้วยได้แก่ Santa María in Calatayud, Santa Tecla in Cervera de la Cañada, Santa María in Tobed, Palacio de la Aljafería, Church of San Pablo, และ La Seo Cathedral in Zaragoza.
โดย ลานา อัมรีล
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 588 ครั้ง





ความเห็นล่าสุด
8 weeks 6 hours ก่อน
24 weeks 6 days ก่อน
24 weeks 6 days ก่อน
24 weeks 6 days ก่อน
24 weeks 6 days ก่อน
36 weeks 4 days ก่อน
42 weeks 3 days ก่อน
47 weeks 4 days ก่อน
48 weeks 2 days ก่อน
1 ปี 4 weeks ก่อน