โรงเรียนแพทย์ซาแลร์โนกับคอนสแตนติน (ดิอาฟริกัน)


เมือง ซาแลร์โนตั้งอยู่ทางด้านใต้ของอิตาลี ตกอยู่ภายใต้อำนาจของอาณาจักรไบเซนไทน์จวบจนกระทั่งกองทัพนอร์มันซึ่งนำโดย ดยุคโรเบิร์ตแห่งกิสคาร์ด (Robert of Guiscard) เข้ายึดครองในปี 1076 ก่อนหน้านั้นนอร์มันยึดปาแลร์โม เมืองหลวงของเกาะซิซิลีไปจากมุสลิม (ค.ศ.1072) ต่อมาซาแลร์โนก็กลายมาเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งแรกของโลกคริสเตียน ‘Schola Medica Salernitana’ มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในยุคนั้น จวบจนกระทั่งมีมหาวิทยาลัยเนเปิลส์ก่อตั้งขึ้นมาในปี 1244

เบนจามินแห่งทูเดลา (Benjamin of Tudela) ชาวยิวผู้เคยไปเยือนซาแลร์โนในปี 1164 ได้ยกย่องมหาวิทยาลัยซาแลร์โนว่าเป็นมหาวิทยาลัยเอกของโลกคริสเตียน

เหตุผล ของการเชื่อมโยงเมืองซาแลร์โนเข้ากับวิทยาศาสตร์อิสลามก็เพราะซาแลร์โนได้ กลายมาเป็นมหาวิทยาลัยแพทย์แห่งแรกสุดของโลกคริสเตียนหลังจากที่คอนสแตนติน ดิอาฟริกัน (Constantine the African หรือภาษาละติน คอนสแตนตินัส อาฟริกานัส Constantinus Africanus ค.ศ.1020-87) ได้เดินทางมาที่นี่ เขาแปลตำราวิชาการอาหรับออกมาเป็นภาษาละติน ทำให้การแพทย์อิสลามเข้ามามีบทบาทที่ซาแลร์โน และต่อมาในช่วงปลายศตวรรษที่ 12 เมื่อมีการแปลตำราแพทย์อาหรับออกมาล็อตใหญ่ที่สเปน ยิ่งส่งผลให้การแพทย์อาหรับเข้ามามีอิทธิพลที่ซาแลร์โนแบบเต็มๆ

คอนสแตนติน ดิอาฟริกัน

คอนสแตนติน ดิอาฟริกัน เป็นชาวคริสต์ ถือกำเนิดที่เมืองคาร์เทจ ตูนีเซีย (ข้อมูลบางแหล่งระบุว่าเกิดที่เกาะซิซิลี อิตาลี) เคยศึกษาเล่าเรียนด้านการแพทย์ในโรงเรียนอิสลามทั้งในอาฟริกาและตะวันออก กลาง ปี 1065 เขาได้ขนตำราแพทย์อิสลามจำนวนมหาศาลลงเรือจากอาฟริกาไปยังอิตาลี และด้วยการสนับสนุนจากอาร์คบิชอบอัลฟานัสแห่งซาแลร์โน เขาก็ได้เริ่มแปลตำราภาษาอารบิกเหล่านี้เป็นภาษาละติน (แต่ ที่แปลๆ ไป คอนสแตนตินมักไม่ได้ระบุแหล่งข้อมูลไว้ ราวกับเป็นผู้แต่งตำราซะเอง แต่ท้ายที่สุดเมื่อมาดูเนื้อหาแล้วก็รู้ว่าแปลมาจากตำราอาหรับเล่มใด ผู้แปล) ก่อตั้งโรงเรียนแพทย์ที่ซาแลร์โน โดยเลียนแบบโรงเรียนแพทย์ของโลกมุสลิมทั้งที่ตะวันออกและที่สเปน การศึกษาด้านแพทย์มีทั้งในห้องสมุดและในโรงพยาบาล และนักเรียนจะทำงานตามคำชี้แนะของคณะครู จากนั้นโรงเรียนซาแลร์โนก็มีชื่อเสียงขึ้นเพราะการจัดองค์กรใหม่และการแพทย์ แบบใหม่ ซึ่งมีบทบาทนำไปสู่การฟื้นฟูวิทยาการในอิตาลี และยังทำให้มหาวิทยาลัยซาแลร์โนเป็นโรงเรียนแพทย์ที่โด่งดังที่สุดในโลก คริสเตียนตะวันตก

ตำราเด่นๆ ที่คอนสแตนตินแปลมาได้แก่

·         Liber pantegni แปลมาจากตำราแพทย์ Kitab Kamil as-sin'a at-tibbiya (the complete or ‘perfect' book on medical art) หรือรู้จักกันในชื่อ กิตาบ อัล-มาลิกี (Kitab al-Maliki) ของอาลี อิบนุ อับบาส อัล-มาจูซี (Ali ibn Abbas al-Majusi ค.ศ.928-994) ชื่อภาษาละตินคือ ฮาลี อับบาส (Haly Abbas) หนังสือเล่มนี้เขียนเสร็จในปี 980 เป็นตำราวิชาการอาหรับที่สำคัญที่สุดก่อนยุคของอวิเซนนา (Avicenna หรือ อิบนุซินา Ibn Sina ค.ศ.980-1037) และ ตำราแปลชุดนี้กลายเป็นตำราพื้นฐานของวิชาแพทย์ศาสตร์ที่ซาแลร์โนไปในเวลาไม่ นาน และเป็นแนวทางของรูปแบบการศึกษาของโลกสมัยกลางในเวลาต่อมา อัล-มาจูซีเป็นชาวเปอร์เซีย บรรพบุรุษนับถือศาสนาโซโรเอสเตอร์ แต่ตัวเขาเองเป็นมุสลิม ความศรัทธาในอัลลอฮของเขาปรากฎอยู่ทั่วไปในหนังสือที่เขาแต่ง ต่อมา กิตาบ อัล-มาลิกี ก็ถูกแปลใหม่อีกครั้งให้ดีขึ้นกว่าเดิมโดยสตีเฟนแห่งอันติโอกหรือปิซา (Stephen of Antioch หรือ Stephen of Pisa) เขาตั้งชื่อหนังสือเป็นภาษาละตินว่า Liber regalis dispositionis ซึ่ง ในเวลาต่อมาตีพิมพ์ที่เมืองเวนิซในปี 1492 และ 1523 ฉบับแปลของสตีเฟนถือว่าเป็นฉบับสมบูรณ์ แปลครบทุกหมวด มิใช่แปลเพียงบางส่วนอย่างฉบับแปลของคอนสแตนติน

·         Viaticum แปลมาจากตำรา Kitab Zad al-Musafir wa qut al-Hadir (Provision for the traveler and nutrition for the sedentary) ของ อิบนุฮาลิด อัล-กัซซาร์ (Ibn Halid al-Gazzar เสียชีวิตค.ศ.1004) เป็นหนังสืออาหรับที่โด่งดังมากมีเนื้อหาเด่นด้านทันตกรรม อัล-กัซซาร์เป็นชาวอาฟริกาเหนือ

·         Liber de gradibus แปลมาจาก Kitab al-adwiya al-mufrada (Treatise on Simple Drugs) ของอิบนุ อัล-จัซซาร์ (Ibn Al-Jazzar ค.ศ.855-955) แห่งกัยรอวาน ตูนีเซีย

·         Liber de isagogis ของโยฮันนิชัส (Johanitius) นั้น ทำให้โลกตะวันตกได้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ด้านแพทย์ศาสตร์ ตำราโลกตะวันตกพร่ำบอกเราแค่ชื่อละตินแบบนี้ โดยละเลยที่จะบอกว่าโยฮันนิชัสแท้จริงก็คือ ฮูนาอีน อิบนุ อิสหาก (Hunayn Ibn Ishaq ค.ศ.809-873) และตำรา Liber de isagogis ของเขาความจริงก็คือหนังสือ มัสซาอิล ฟีอิลติบ (maasa’il fi’l tib) หรือ medical questions (ปริศนาด้านการแพทย์)

คอนสแตนตินได้แปลตำราอื่นๆ อีกมากมายทั้งด้านโภชนาการ, กระเพาะอาหาร, ภาวะซึมเศร้า, อาการหลงลืม ซึ่งโดยมากเขียนโดยแพทย์มุสลิมในกัยรอวาน เมืองหลวงของตูนีเซียที่บ้านเกิดของเขา หนังสือเหล่านี้เมื่อแปลแล้วคอนสแตนตินตั้งชื่อใหม่เป็นภาษาละติน

บางทีหนังสือแปลของคอนสแตนตินที่มีบทบาทต่อการแพทย์ยุโรปในระยะยาวก็คือ ตำราด้านโภชนาการ, อาการไข้, และด้านปัสสาวะ Liber febribus, Liber de dietis universalibus et particularibus และ Liber de urines ที่เขียนโดย ไอแซค อิสราเอลลี เบน โซโลมอน (Isaac Israeli Ben Solomon ค.ศ.832-932) ชาว ยิวในอียิปต์ เป็นแพทย์ในราชสำนักฟาตีมียาของอียิปต์ คอนสแตนตินแปลตำรามาโดยบอกว่าตัวเองเขียนเองอีกตามเคย จนปี 1515 โรงพิมพ์ที่ลียง ฝรั่งเศส ถึงจับได้ว่าเป็นผลงานของไอแซค อิสราเอลลี

ใน ช่วง 20 ปีถัดจากนั้น คอนสแตนตินก็ยังแปลตำราอาหรับต่อไปควบคู่กับสอนลูกศิษย์ที่โรงเรียนแพทย์ซา แลร์โน และเสียชีวิตในปี 1087 ที่สำนักสงฆ์มอนเตคัสสิโน อิตาลี

หนังสือ Viaticum คอนสแตนตินแปลมาจากตำรา Kitab Zad al-Musafir wa qut al-Hadir (Provision for the traveler and nutrition for the sedentary) ของ อิบนุ ฮาลิด อัล-กัซซาร์ (Ibn Halid al-Gazzar)

 

จุด เปลี่ยนผันของซาแลร์โนเริ่มต้นราวร้อยปีหลังจากยุคคอนสแตนติน หลังจากที่เมืองโตเลโด สเปน มีการแปลตำราแพทย์อาหรับออกมาเป็นภาษาละตินกันชุดใหญ่ ส่งผลให้ในเวลาต่อมาการแพทย์อาหรับก้าวขึ้นมามีบทบาทเต็มที่ที่ซาแลร์โนและ ทำให้ 'อัล-กอนูน' (Al-Qanun) หรือ Canon ของอวิเซนนาขึ้นมามีอิทธิพลแทนที่ตำราแพทย์ของฮิปโปกราเตส (Hippocrates หรือ ฮิปโปเครตีส ก่อนค.ศ.460 ปี-ก่อนค.ศ.370 ปี) แพทย์กรีกโบราณ การแปลตำราอาหรับหนนี้ส่วนใหญ่เป็นผลงานการแปลของเจอราดแห่งครีโมนา (Gerard of Cremona ค.ศ.1114-87) จากราย ชื่อหนังสือที่ลูกศิษย์เขารวบรวมไว้พบว่า เจอราดแปลตำราแพทย์อาหรับมาเป็นภาษาละติน 87 เล่ม มีบางส่วนที่มาจากตำรากรีก แต่หลักๆ แล้วก็เป็นตำราของนักการแพทย์ชื่อดังของโลกมุสลิมเช่น ตำรา 7 เล่มของราเซส (Rhazes หรือ อัล-ราซี Al-Razi ค.ศ.865-925) ซึ่งรวมทั้งตำราแพทย์ที่ยิ่งใหญ่ของราเซสสองเล่มคือ The Liber al-mansoris และ the Continens; Canon แปลจาก 'อัล-กอนูน' (Qanun) ของอวิเซนนา; De scientiis  แปลจาก Kitab al-lhsa al Ulum (On the Sciences) ของอัล-ฟาราบี (ibn al-Farakh al-Fārābi ค.ศ.872-951); และ The Chirurgia แปลจาก อัล-ตัสรีฟ (Al-Tasrif) ของอัลบูคาซิส (Albucasis หรือ อบูกอซิม อัล-ซาฮ์ราวี Al-Zahrawi ค.ศ.936-1013)

ไมเคิล แมคเวย์ (Michael R. McVaugh) ศาสตราจารย์ ด้านประวัติศาสตร์การแพทย์ของมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ระบุว่า ตำราแพทย์ที่เพิ่งแปลใหม่ๆ เหล่านี้มีความสำคัญต่อวงการแพทย์โลกตะวันตกอย่างมาก เอนไซโกลปิเดียด้านการแพทย์ที่น่าทึ่งของชาวอาหรับ โดยเฉพาะ Canon ขอ งอวิเซนนาเป็นเครื่องยืนยันถึงความเชื่อของแพทย์ในโลกตะวันตกที่ว่า วิชาแพทย์นั้นควรศึกษาอย่างมีระบบเหตุผล และสัมพันธ์ใกล้ชิดกับปรัชญา บนพื้นฐานแห่งแบบแผนตรรกศาสตร์และพร้อมที่จะวิเคราะห์ตรวจสอบ

อวิเซนนาเขียน Canon ขึ้นมาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ครอบคลุมการแพทย์ทุกสาขา และได้กลายมาเป็น ไบเบิลของวงการแพทย์ ของโลกยุคกลาง Canon ใช้เป็นตำราแพทย์ในมหาวิทยาลัยแพทย์ในยุโรปจนกระทั่งปี 1650

ดร.วิลเลียม ออสเลอร์ (Sir William Osler ค.ศ.1849-1919) แพทย์ชาวแคนาดา บอกว่า Canon ยังคงเป็นไบเบิลด้านการแพทย์ที่ยาวนานกว่าตำราเล่มใดๆ

ก่อน ศตวรรษที่ 13 หลักสูตรของซาแลร์โนเน้นที่ตำราของฮิปโปกราเตส แต่หลังจากเจอราดแห่งครีโมนาได้แปลตำราอาหรับออกมาชุดใหญ่ดังกล่าวข้างต้น การแพทย์อาหรับก็เข้ามามีอิทธิพลที่ซาแลร์โนแบบเต็มๆ แทนที่ฮิปโปกราเตส ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกษัตริย์เฟรเดริกที่ 2 (Frederic II ค.ศ.1194-1250) แห่งโฮลี่โรมันรวมอิตาลีและซิซิลี ซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องศิลปวิทยาการอาหรับอย่างเต็มที่

ปี 1221 กษัตริย์เฟรเดริกที่ 2 ได้ออกประกาศห้ามแพทย์คนใดในราชอาณาจักรรักษาผู้ป่วยจนกว่าจะผ่านการทดสอบ และได้รับใบอนุญาตจากโรงเรียนแพทย์ซาแลร์โน และนอกจากนี้พระองค์ยังกำหนดหลักสูตรการเรียนการสอนวิชาแพทย์ที่ซาแลร์โน ใหม่ดังนี้:

·         3 ปีแรกศึกษาปรัชญาและวรรณกรรม

·         จากนั้นศึกษาด้านการแพทย์ 5 ปี

·         ฝึกเป็นผู้ช่วยแพทย์ 1 ปี

·         จากนั้นต้องทดสอบวิชาความรู้แพทย์จากตำราของฮิปโปกราเตสและอวิเซนนา (คล้ายสอบ comprehensive ของนักเรียนปริญญาโทสมัยนี้)

·         รับใบรับรองเป็นแพทย์จากคณาจารย์และกษัตริย์เฟรเดริก

นอกจากคอนสแตนตินแล้ว อาจารย์แพทย์ที่ซาแลร์โนในยุคต่อมาก็แต่งตำราเอง แต่ก็พบว่าจำนวนมากลอกมาจากตำราแพทย์อาหรับอยู่ดี:

  • De Aegritudinum Curatione ไม่ปรากฎชื่อผู้แต่ง (บ้างก็คาดเดาว่าแต่งโดยโทรทูลาแห่งซาแลร์โน Trotula of Salerno) หนังสือ เล่มนี้ประกอบไปด้วยสองส่วน ส่วนแรกอธิบายอาการป่วยไข้ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ส่วนที่สองเป็นความเห็นและคำอธิบายโดยอาจารย์ 7 คนของโรงเรียนแพทย์ซาแลร์โน ปรากฎว่าส่วนแรกของหนังสือเล่มนี้มีความคล้ายคลึงกับตำราของราเซส, อวิเซนนา, และอิบนุ อัล-จัซซาร์ อย่างเห็นได้ชัด
  • Liber Simplici Medicina หรืออีกชื่อหนึ่งคือ Circa Instans เขียนในปี 1258 โดย G.magister fil. mag. Johannes แห่งเยย์ดา (Lleida) สเปน แต่ต่อมาพบว่าแปลมาจากตำราของอัล-กอฟิกี (Al-Gafiki ไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกับ Muhammad Al-Gafequi หรือที่รู้จักกันว่า อัลกอฟิกี จักษุแพทย์แห่งอัล-อันดาลุส อาณาจักรมุสลิมสเปนหรือเปล่า อัลกอฟิกีที่สเปนเสียชีวิตปี 1165) ปัจจุบันหนังสือ Liber Simplici Medicina ยังเก็บรักษาไว้ที่กรุงเบิร์นและมิวนิค เยอรมนี
  • Antidotarium ตำรายาบางส่วนลอกมาจากหนังสือของกาเลนและตำรายาของแพทย์อาหรับ
  • Practica Chirurgiae (The Practice of Surgery) หรืออาจเรียกว่า Chirurgiae Magistri Rogerii (The Surgery of Master Rogerius) เขียนขึ้นในปี 1180 โดย โรเจอรีอุส ซาแลร์นีทานัส (Rogerius Salernitanus ก่อนค.ศ.1140-ค.ศ.1195) อาจารย์แพทย์ที่ซาแลร์โน ดูๆ แล้วราวกับเขียนขึ้นมาเอง แต่ท้ายที่สุดก็พบว่าลอกมาจากตำรา อัล-ตัสรีฟ (Al-Tasrif) ของอัลบูคาซิส

บทบาทของโรงเรียนแพทย์ซาแลร์โนต่อการกำเนิดของวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มีดังต่อไปนี้

ข้อแรกสุด คือได้ความรู้ความคิดที่ชัดเจนทันที (ด้วยการศึกษาจากอาหรับ) แค่จากตำราแปลของคอนสแตนตินรายเดียว ชาวคริสต์ในโลกตะวันตกก็ได้รับความรู้มากมายมหาศาล ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกของยุโรป ตอนที่คอนสแตนตินเสียชีวิต (ปี 1087) โรงเรียนซาแลร์โนได้กลายเป็นโรงเรียนแพทย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในโลก ตะวันตกไปแล้ว ไม่เพียงแต่เท่านั้น ดังที่แคมพ์เบลล์ได้ระบุไว้ว่า ความจริงแล้วคอนสแตนตินได้กลายเป็น หนึ่งในบุคคลสำคัญที่สุดในการพัฒนาจิตใจของยุโรปในโลกสมัยกลาง แนวโน้มที่เห็นได้ชัดเจนจากศตวรรษที่ 12 ทำให้โรงเรียนแพทย์ซาแลร์โนโดดเด่นต่อมาในวงการแพทย์ยุโรปในศตวรรษที่ 13 ภายใต้อิทธิพลของตำราแพทย์อาหรับที่ถูกแปลมาเป็นภาษาละตินในล็อตที่สอง

ข้อที่สอง ตำราจำนวนมหาศาลที่คอนสแตนตินขนลงเรือมาจากกัยรอวาน ตูนีเซีย สู่ยุโรปนั้นได้ทำให้ อาจารย์เก่งๆ ด้านแพทย์แพร่ออกไปเร็วมาก ซาแลร์โนได้กลายเป็นศูนย์กลางในการศึกษาด้านแพทย์ศาสตร์ ซึ่งได้เป็นพื้นฐานของการศึกษาระดับสูงในโลกตะวันตก ดังที่มีมหาวิทยาลัยจำนวนมากมายเปิดขึ้นมาหลังจากนั้นโดยมีต้นแบบมาจากซาแล ร์โน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยทางด้านเหนือของอิตาลีเช่น ปาดัว และอื่นๆ

การแปลตำราแพทย์มุสลิมทำให้โลกตะวันตกได้เรียนรู้การแพทย์สาขาใหม่ๆ ที่แพทย์มุสลิมพัฒนาจนก้าวหน้าไปอย่างมาก อาทิเช่น การผ่าตัด, material medica, และทฤษฎียา โดยเฉพาะด้านการผ่าตัดนั้นคือสาขาแพทย์ยอดเยี่ยมแห่งศตวรรษที่ 13 ที่ได้รับการยกย่องมากว่ามีคุณลักษณะที่ เจริญก้าวหน้า

การรวบรวมข้อมูลวิชาด้านนี้เป็นครั้งแรกของโลกยุคกลางที่เรียกว่า การผ่าตัดแบมเบิร์ก ตอนต้นศตวรรษที่ 12 เกิดขึ้นที่ซาแลร์โน เนื้อหาส่วนใหญ่นำมาจากหนังสือ Liber pantegni ดัง ที่กล่าวไว้ในตอนต้น แต่เมื่อตำราอาหรับที่แปลโดยเจอราดแห่งครีโมนาได้แพร่เข้ามาในโลกตะวันตก เราก็ได้เห็นถึงอิทธิพลของตำราแพทย์อาหรับที่มีต่อศัลยแพทย์ชื่อดังของ อิตาลีเช่น Bruno Longoburgo, Hugh of Lucca และลูกชายของเขา Theodoric, และ William of Saliceto ทั้งหมดเป็นชาวโบโลญญา, และ Lanfranc แห่งมิลาน

ในการพัฒนาศาสตร์ด้านการผ่าตัดดังกล่าว ที่มีอิทธิพลมากที่สุดก็คือตำราของยอดนายแพทย์แห่งโลกมุสลิม: อวิเซนนาและอัลบูคาซิส ซึ่งถูกแปลออกมาเป็นภาษาละตินโดยเจอราด.

ข้อมูลโดย ลานา อัมรีล  www.musliminventionsthailand.com



Chat module by BoWoB Chat for Drupal