ยาซิร กอฎีร เข้าห้องเรียนกับ ขุนโจร
หลัง จากยา ซีร กอฎีร ได้เผยให้เราเห็นแล้วว่าเขาได้ไปทำอะไรที่มหาวิทยาลัยเยล ก็ได้มีการตั้งข้อสังเกตและวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆนาๆเกี่ยวกับการกระทำของเขา บางคนก็พยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อพิสูจน์สิ่งที่อยู่ในใจของเขา เพื่อที่จะรักษาภาพพจน์ของ ยาซีร ว่าเปรียบเสมือนผู้บุกเบิกในการสนทนากับขุนโจร ในเวลาเดียวกัน ก็มีบางคนที่ไม่ยอมรับคำตอบเหล่านั้น เพราะเขาเห็นว่า ยาซีร ก็แค่คนทรยศคนหนึ่งเท่านั้นและสิ่งนี้เองที่ทำให้ผมเห็นว่า การกระทำของ ยาซีร ครั้งนี้ควรได้รับการอธิบายอย่างยิ่ง ดังนั้นพวกท่านสามารถเข้าใจได้เลยว่าทำไมผมถึงได้เอาภาพบาดตานี้มาให้ดู
มี บางคนได้เตือนผมให้พิจารณาคำพูดของเขาที่มีต่อโทนี่แบลร์ในห้องเรียนนั้น แต่ผมจะบอกว่าผมไม่ได้ลืมมันหรอก อย่างไรก็ตาม ประเด็นก็คือภาพรวมทั้งหมดว่าทำไมเราจึงมองเขาด้วยกับความไม่เชื่อมั่น นี่คือสิ่งที่ผมจะมาระบายที่นี่

ทั้ง หมดนั้น มันเริ่มตั้งแต่มีการจับกุมชัยคฺอาลี อัตตามีมี(ขออัลลอฮฺทรงปลดปล่อยท่าน) ก่อนการจับกุมท่าน การดะฮฺวะฮฺอันบริสุทธิ์ที่อเมริอกาต่างดำเนินไปด้วยดี และยาซีรเองก็เคยเป็นบุคคลสำคัญสำหรับนักเรียนที่นั่น ยาซีร กอฎีเคยเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องหลักศรัทธา ดังนั้นแนวคิดและหลักเตาฮีดของเขาได้เคยกุมหัวใจของมวลมุสลิมหลายๆคน อย่างไรก็ตามหลังจากที่ได้มีการจับกุมชัยคฺ(อาลี อัตตามีมี)อันเป็นทีรักยิ่งของเรา การมองโลกของยาซีรก็เริ่มผิดเพี้ยนไป การจับกุมชัยคฺตามีมี ได้ถูกมองว่า “เป็นสิ่งที่เราพึงหลีกเลี่ยง” หาไม่แล้ว หากเรายังคงทำการดะฮฺวะฮฺต่อไป เราก็จะมีจุดจบเช่นนั้น
ดังนั้น ผู้นำอิสลามคนใหม่ที่หลายคนได้คาดหวังไว้ก็ได้ถูกความกลัวของคนๆนี้โค่นลงไป แต่ก็ต้องขอบคุณชัยคฺอันเป็นที่รักยิ่งของเรา อิหม่ามอันวารฺ อัลเอาลากี ที่รับตำแหน่งนี้อย่างไม่ได้ตั้งใจ เมื่อการบรรยายาเรื่องญิฮาดอันโด่งดังของเขาได้ออกสู่สาธารณชน(เรื่องราวของ อิบนฺ อัลอักวา และ มั่นคงในหนทางของญิฮาด)
เราเริ่มที่จะเห็นความคิดที่แปลกประหลาดที่บ่งบอกถึงความอ่อนแอของยาซีรจาก คำพูดของเขา เช่นใน “พันธะสัญญาฮูไดบียะฮฺและความสัมพันธ์กับยุคของเรา” และเรายังสามารถเห็นเขาพ่นความคิดประหลาดๆได้อีกในบทความเกี่ยวกับกาซา และเรายังเห็นเขาอนุญาตให้ส่งมุสลิมที่ถูกกล่าวหาว่ามีข้อหาเป็นพวก ” ลัทธิก่อการร้าย”แก่เจ้าหน้าที่
อย่าง ไรก็ตาม ด้วยกับการกระทำส่วนมากของเขาในปีสองปีที่ผ่านมา มันมีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราสามารถบอกได้ว่ามันขัดกับคัมภีร์อัลกุรอานและ ซุน นะฮฺ และที่ผิดมากกว่านั้นคือเขาได้พิสูจน์ถึงความอ่อนแอของเขายิ่งขึ้นไปอีก เช่นในการบรรยายของเขาในหัวข้อ “มุสลิมในตะวันตก : เรากำลังจะเดินไปทางไหน?” นอกจากคำฟัตวาอันนี้แล้ว ส่วนมากก็ยังมีถูกนะ แต่ก็ควรพูดให้ถูกที่ถูกสถานการณ์ด้วย
เขาเคยพูดกับเยาวชนที่อยากออกไปญิฮาดต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮไหม? หรือเขาเคยพูดกับเยาวชนที่อยากอพยพในหนทางแห่งการฮิจเราะฮฺไหม? หรือเขาเคยพูดกับเยาวชนที่ต้องการออกไปเพื่อแสวงหาความรู้ไหม? ที่ เราถามนี่ ก็เพราะว่า ทุกวันนี้ เสียงเพรียกแห่งการฮิจเราะฮฺที่มาจากอุลามาอฺของเรานั้น ก็คือ การอพยพออกไปญิฮาดต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ เนื่องจากความจริงที่ว่า มันเป็นข้อบังคับเหนือบุคคลตั้งแต่ซีกโลกตะวันออกจนถึงซีกโลกตะวันตก(สำหรับ ผู้ที่อยู่ไกล้) มิเช่นนั้นแล้ว การอพยพในหนทางของอัลลอฮก็จะเป็นเพียงแค่ความดีเพียงอย่างเดียว ก็ในเมื่อเราสามารถหาสถานที่ที่ได้รับการยกเว้น แล้วก็เคารพภักดีต่ออัลลอฮฺโดยปราศจากความกังวลใดๆทั้งสิ้น
ปัญหา อื่นๆที่เกิดจากการสบประมาทเกี่ยวกับการฮิจเราะฮฺของเขาก็คือ แทนที่เขาจะมองว่าบรรดาผู้นำมุสลิมในดินแดนต่างๆนั้นคือฏอฆูตที่ควรถูกกำจัด เขากลับปฏิเสธมันอย่างสิ้นเชิงต่อภารกิจที่มีความสำคัญนี้ และทำให้ดูเหมือนว่า มุสลิมยุคนี้ไม่มีภาระกิจอะไรที่ต้องทำต่อการกลับมาของอิสลาม ณ ดินแดนต่างๆ ทั้งๆที่ช่วงเวลาที่เราอยู่นี้ มันคือช่วงเวลาที่ประชาชาติอิสลามต้องตื่นตัวถึงที่สุดต่อการก่อตั้งชารีอะ ฮฺโดยการญิฮาด แต่เขากลับทำให้มันดูเหมือนว่าที่จริงแล้วเรานั้นไม่ได้อยู่ในช่วงเวลาดัง กล่าว และในบางกรณีเขาทำให้สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนว่าเป็นปัญหาและเป็นการขัดขาง มากกว่าเป็นทางออกด้วยซ้ำไป
แทน ที่เขาจะมานั่งเตือนเยาวชนถึงข้อด้อยของพวกเขาในการเผชิญหน้าต่อการโจมตีของ นักรบครูเสด เขาควรปลุกระดมเยาวชนของเราโดยการเตือนให้รำลึกถึง คอลิด อิบนฺวาลีด,ซอลาฮุดดีน,อัลกออฺกอ,คอฏฏ็ อบ ฯลฯ ครั้นเมื่อเรามัวแต่เตือนเยาวชนเกี่ยวกับจุดด้อยของพวกเขาในสงคราม โดยพูดว่า พวกมันมีอำนาจเหนือพวกเรา และพวกเราควรก้มหัวแก่ไห้ทรราชเหล่านั้น เพียงเพราะพวกมันมีเทคโนโลยีเหนือกว่าพวกเรา แล้วคุณคิดหรือว่า ชัยชนะของอิสลามจะปรากฏ? หรือนั่นคือความรัก? ความรักที่มีต่อชัยชนะของอิสลาม ถึงขนาดยอมเป็นส่วนหนึ่งในแผนการของมันกระนั้นหรือ ? ที่เราต้องถามถึงขนาดนี้ ก็เนื่องจากการแปรพักรของเขานั่นเอง
“ความอัปยศของมุสลิม คือสิ่งที่เรียกว่า สันติวิธี และการที่อาหรับขาดผู้นำ(ไม่มีสมอง)และเอาแต่นอนเกียจคร้าน”
โดย เนื้อแท้แล้ว แม้ว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดีๆ และเริ่มที่จะเพ่งไปที่งานดะฮฺวะฮฺอันบริสุทธิ์ ตัวเขาเองก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้
ประเด็นก็คือ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตาม มันก็เหมือนกัน คือมีแต่ถอยหลัง เพราะตึกไม่อาจก่อสร้างได้โดยปราศจากวัสดุที่เหมาะสมฉันใด รัฐอิสลามก็ไม่อาจกลับมาโดยปราศจากการกระตุ้น,การสนับสนุน,หยดเลือดและกอง กระดูกฉันนั้น
นั่น คือเหตุผลที่มุญาฮิดีนได้ออกไป และนั่นคือเหตุผลที่คนๆหนึ่งได้รีบเร่งไปสู่เป้าหมายนั้น และได้แสดงให้เราเห็นผลลัพธ์ของมันด้วยกับการสถาปนาชารีอะฮฺขึ้นในหลายส่วน บนโลกใบนี้ เป็นการท้าทายโลกตะวันตกและเหล่าทรราช
เนื่อง ด้วยบารมีของเขา ยาซีรจะสนับสนุนบุคคลเหล่านี้(รวมทั้งผู้สนับสนุนพวกเขาและนักวิชาการของพวก เขา) หรือ จะแสดงออกให้ชัดเจนไปเลยว่าจุดยืนของเขาคืออยู่ร่วมกับการพยายามของคนทั้ง โลกที่จะนำอิสลามกลับมาอีกครั้งโดยไม่มีการก้มหัวต่ออิทธิพลตะวันตก แล้วอะไรคือสิ่งที่ยาซีรทำ?
ง่าย มาก นั่นก็คือ การอ้างว่าไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนั้น เพราะมันอาจจะทำให้เขาติดคุกหัวโตหรือไม่ก็อาจจะได้รับการมาเยือนของเจ้า หน้าที่รัฐบาล แทนที่เขาจะทำตามแนวทางของอะฮฺหมัด อิบนฺฮัมบัล เราเห็นเขากลับทำตามแนวทางของผู้ที่ไม่อยากเจอความทุกข์ยากในชีวิตและหลีก เลี่ยงบดทดสอบ
เมื่อไรที่เราได้เห็นยาซีรกำลังนั่งโต๊ะคุยกับโทนี่ แบร์ ก็เป็นอีกครั้งที่เราได้เห็นความอ่อนแอที่เขาได้แสดงออกมาให้เห็น หลังจากที่ได้อ่านบทความของเขา เราจะสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล ที่บางคนมักจะสัมผัสหลังจากพี่น้องที่ประท้วงต่อต้านสงครามป่าวประกาศว่า “เราได้รับบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่แล้ว” ทั้งๆที่ความจริงมันคือการเสียเวลาอย่างมหาศาลดีๆนี่เอง
ผู้ที่ชื่นชอบยาซีรบางคนมักจะอ้างเหตุผลถึงนบีมูซาว่า “ที่ยาซีรไปหาแบลร์ มันก็เหมือนกันกับที่นบีมูซาไปหาฟิรอาวน์นั่นแหละ” นี่เป็นการดูถูกนบีของอัลลอฮเป็นอย่างยิ่ง นบีมูซา(อะลัยฮิสลาม)ไม่ได้ไปหาฟิรอาวน์เพื่อเรียนรู้ว่าฟิรอาวน์ใช้เวทมนต์ อย่างไรหรือเรียนรู้ว่าฟิรเอาวน์ขยายอิทธิพลอย่างไร แต่ท่านได้ไปเพื่อเตือน เปิดเผยสิ่งผิดและเรียกร้องมัน หลังจากนั้นท่านก็ไม่ได้ไปหามัน ไม่เหมือนกับยาซีรที่ยังคงไปหาแบลร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อนั่งในชั้นเรียนแล้วถามคำถามที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการดะอฺวะฮฺสู่เตา ฮีดและออกห่างจากชิรกฺ
“มูซาไปหาฟิรอาวน์ด้วยเกียรติยศ แต่ยาซีรไปหาแบลร์ด้วยความอัปยศ”
“มูซาอำลาพวกทรราชด้วยชัยชนะ แต่ยาซีรจากพวกทรราชด้วยความเอ็นดู”
เมื่อ เราเชื่อมโยงการกระทำของยาซีรตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน และบารมีของเขาต่อมุสลิมอเมริกาและคำฟัตวาในการโหวตเลือกโอบามา ภาพก็จะชัดเจนว่าเขาก็แค่หนึ่งในบรรดาผู้ชอบโอ้อวด ทุกๆย่างก้าวของเขานำไปสู่ฝั่งแห่งกุฟรฺ ฝั่งที่เต็มไปด้วยพวกฏอฆูต เต็มไปด้วยพวกมุสลิมที่คอยเลียตีนพวกกาเฟร เต็มไปด้วยพวกรัฐบาลที่ปฏิเสธศรัทธา เต็มไปด้วยพวกฟุกอฮาอฺของกองทัพศัตรู เต็มไปด้วยพวกที่คอยปกป้องผู้รุกราน และก็ยิ่งไกลออกไปจากฝั่งแห่งอีหม่านเข้าทุกที ฝั่งที่เต็มไปด้วยมุสลิมที่รักมุสลิมคนอื่นๆมากกว่าอัลกะอฺบา บรรดาอุลามาอฺที่ไม่ยอมอ่อนข้อผู้ที่ตามแนวทางของสะลัฟุศฺอและฮฺ และมุญาฮีดีนผู้สถาปนากฏหมายชารีอะฮฺและท้าทายมหาอำนาจแห่งยุคสมัย
ข้อแนะนำสำหรับลูกศิษย์ของยาซีรและผู้ที่ชื่นชอบเขา : ยาซีร กอฎีรอาจเคยเรียนที่มหาวิทยาลัยมาดีนะฮฺถึง 10 ปี และเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้ไปอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำทางตะวันออก ของอเมริกา แต่พี่น้องของเราที่มีเจตนาบริสุทธิ์ พวกเขานอนในสถานที่ที่หนาวเหน็บ ท่ามกลางภูเขาหิมะ คอยส่องกล้องผ่านเมฆหมอกด้วยความอดทนเพื่อคอยซุ่มโจมตีศัตรู และได้รับการยกระดับโดยอัลลอฮฺ-อัลญับบาร ไม่ต้องสงสัยเลยว่า นี่เป็นฐานะที่ยาซีรไม่พึงพอใจอันเนื่องจากความลำบากที่เป็นปกติวิสัย
ชัยคฺ อบูอนัส อัล ชามี (ขออัลลอฮฺทรงเมตตา) ท่านได้เลือกเดินบนหนทางนี้(ญิฮาดต่อสู้ในหนทางของอัลลอฮ) ท่านคือผู้ที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยมาดีนะฮฺ ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ยาซีรได้เรียน คนหนึ่งได้ไปเพื่อพบอัลลอฮฺ แต่อีกคนหนึ่งได้ไปเพื่อพบฏอฆูต
“บรรดาผู้ที่นั่งอยู่จากหมู่มุอ์มินที่มิใช่ผู้มี ความเดือดร้อน และบรรดาผู้ต่อสู้และเสียสละในทางของอัลลอฮ์ ทั้งด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขาและชีวิตของพวกเขานั่น หาได้เท่าเทียมกันไม่ อัลลอฮ์ทรงให้บรรดาผู้ที่ต่อสู้และเสียสละด้วยทรัพย์สมบัติของพวกเขา และชีวิตของพวกเขา เหนือกว่าบรรดาผู้ที่นั่งอยู่ขั้นหนึ่ง และทั้งหมดนั้นอัลลอฮ์ได้ทรงสัญญาไว้ให้ซึ่งสิ่งที่ดีเยี่ยมแต่อัลลอฮ์ทรง ให้บรรดาผู้ที่ต่อสู้และเสียสละเหนือกว่าบรรดาผู้ที่นั่อยู่ด้วยรางวัลอัน ใหญ่หลวง (คือพวกเขาจะได้รับ) หลายขั้นจากพระองค์ และ (จะได้รับ) การอภัยโทษ และการเอ็นดูเมตตาด้วย และปรากฏว่าอัลลอฮ์นั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษ ผู้ทรงเอ็นดูเมตตาเสมอ ” [4 : 95-96]
Source http://revolution.thabaat.net
and http://baitulansar.wordpress.com
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1257 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 19 hours ก่อน
1 ปี 24 weeks ก่อน
1 ปี 24 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
2 years 11 weeks ก่อน
2 years 17 weeks ก่อน