ค่ายร็อบบานีย์ ปีที่ 2
ระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2552
ณ สภายุวมุสลิมโลก สำนักงานประเทศไทย
จัดโดย คณะทำงานค่ายร็อบบานีย์ ฝ่ายตัรบียะฮฺ กลุ่มฟิตยะตุลฮัก
1. ชื่อโครงการ โครงการ พัฒนาศักยภาพผู้นำนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม (ค่ายร็อบบานีย์)
2. ที่ปรึกษาโครงการ
เชคริฎอ อะหฺหมัด สะมะดี นักวิชาการกลุ่มอัซซุนนะฮฺ ประธานที่ปรึกษา
อาจารย์มูฮำหมัดเฟาซี แยนา สภายุวมุสลิมโลก สำนักงานประเทศไทย กรรมการ
อาจารย์อิดรีส อุมัร สภายุวมุสลิมโลก สำนักงานประเทศไทย กรรมการ
นายไซนุดดีน ซนีเย็ง Products specialist บริษัท ทรีด เมดจำกัด กรรมการ
นายฮาเรส มะดากะ อาจารย์ภาควิชาคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต กรรมการ
ร.ต.อ.อลัมต์ เมฆารัฐ ร้อยเวร สภอ.แว้ง กรรมการ
นายมูฮำหมัดอัซฮารี หะยีหามะ บันฑิตวิศวกรรมศาตร์มหาวิทยาลัยรังสิต กรรมการ
นายมูฮำหมาด ละใบจิ กลุ่มฟิตยะตุลฮัก / คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กรรมการ/และผู้ดูแลโครงการ
กลุ่มฟิตยะตุลฮัก และกลุ่มชาวต้นไม้
3. ผู้รับผิดชอบโครงการ คณะทำงานค่ายร็อบบานีย์ ฝ่ายตัรบียะฮฺ กลุ่มฟิตยะตุลฮัก
4.หลักการและเหตุผล
นิสิตนักศึกษาคือทรัพยากรที่มีคุณค่าและมีความสำคัญมากต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ด้วยการฝึกอบรมที่ถูกต้องและการปลูกฝังที่ดี สามารถทำให้นักศึกษาเหล่านี้เกิดพลังความสามารถ ในการทำงานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ปัจจุบันนี้ เราพบว่าส่วนใหญ่ของการพัฒนาสังคม ได้มุ่งเน้นเพียงแต่การพัฒนาในด้านการสร้างวัตถุเป็นจำนวนมาก จนกระทั่งละเลยทรัพยากรที่มีคุณค่าเหล่านี้ไป หรือหากจะให้ความสนใจบ้าง แต่ก็ให้ความสนใจต่อเด็กเล็กๆหรือผู้สูงอายุมากกว่า จนเหมือนกับว่ากลุ่มของนักศึกษา ได้ถูกละเลยและไม่ได้รับการสนใจมากเท่าที่ควร จึงทำให้นิสิตนักศึกษา ขาดความตระหนักต่อความสำคัญทำหน้าที่รับใช้ศาสนาและสังคม บางส่วนให้ความสำคัญต่อวิทยาการต่างๆจนละเลยศาสนา และบางส่วนให้ความสำคัญต่อศาสนาในแง่ส่วนบุคคลแต่ละเลยความสำคัญของวิทยาการและสังคม มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ให้ความสำคัญ ทั้งในด้านวิทยาการและศาสนาทั้งในแง่ส่วนบุคคลและสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม
ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องปลูกฝังนิสิตนักศึกษารุ่นใหม่ ให้กลายมาเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาสังคม เกิดจิตสำนึกต่อการพัฒนาตนเองและสังคม มีความตระหนักต่อความรับผิดชอบในการรณรงค์ แก้ไข และพัฒนาสังคมให้เป็นสังคมที่ดี น่าอยู่อาศัยต่อไปในอนาคต
5. วัตถุประสงค์ของโครงการ
1.ปลูกฝังจิตสำนึกในการขัดเกลาตนเองและเชิญชวนผู้อื่น
2.กระตุ้นให้เกิดนักทำงานเพื่อการเชิญชวนสู่การทำความดีและห้ามปรามกันในสิ่งที่ไม่ดี
3.สร้างเครือข่ายในการทำงานเพื่อเชิญชวนสู่การทำความดีและห้ามปรามกันในสิ่งที่ไม่ดี
4.ปลูกฝังให้เยาวชนตระหนักและเห็นความสำคัญต่อการศึกษาทั้งศาสนาและวิทยาการ
5.สร้างจิตสำนึกในการรับผิดชอบต่อการรณรงค์ แก้ไขปัญหาและพัฒนาสังคม
6.ส่งเสริมการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
5. ระยะเวลาและสถานที่ปฏิบัติงาน
ระหว่างวันที่ 10-15 มีนาคม 2552 ณ สภายุวมุสลิมโลก สำนักงานประเทศไทย
7. จำนวนผู้ปฏิบัติงานและผู้เข้าร่วมโครงการ
ผู้ปฏิบัติงาน 20 คน
ผู้เข้าร่วมโครงการ (นักศึกษามุสลีมีนระดับอุดมศึกษา ปี 1 และ 2 ) 40 คน
รวม 60 คน
8. แผนการดำเนินการ
1. นำเสนอโครงการเพื่อพิจารณา
2. ติดต่อขอใช้สถานที่จัดค่าย
3. ประชุมเพื่อแต่งตั้งคณะทำงาน
4. สำรวจสถานที่จัดทำค่าย
5. ประชุมเสนอแผนงานค่ายกับคณะกรรมการดำเนินงาน
6. แต่ละฝ่ายเตรียมงานที่ได้รับมอบหมาย
7. ประชุมสรุปการเตรียมงานก่อนวันจัดโครงการ
8. ดำเนินโครงการ
9. สรุปและประเมินผลโครงการ
9. ลักษณะการปฏิบัติงาน
1.กิจกรรมต้อนรับ
1. "เปิดค่าย"
2. "จากไหนไม่สำคัญ"
3. "รวมกันเป็นหนึ่ง"
4. "รู้ซึ้งเพื่อนพ้อง"
5. "เพราะเราคือพี่น้องกัน"
6. "สตาฟโชว์"
7. "ปาร์ตี้ใต้แสงจันทร์"
2.กิจกรรมกระชับความสัมพันธ์
1. "ฟุตบอล 3 ขา"
2. "พ่อครัวหัวป่า"
3.กิจกรรมแบ่งปันพี่น้อง
1. "ผู้นำแห่งสัจธรรมกับความหวังของประชาชาติ"
2. "เส้นทางสู่อดีตอันรุ่งโรจน์"
3. "สถาปนิกสังคม"
4. "เส้นทางรักศรัทธาชน"
4.เหลียวมองชีวิต
1. กิจกรรม "กระจกเงา"
2. กิจกรรม "แว่นขยาย"
3. กิจกรรม "เราคือใคร"
5.วิจิตรศึกษา
1. คุณสมบัติสู่การเป็นผู้นำ 1
2. คุณสมบัติสู่การเป็นผู้นำ 2
3. คุณสมบัติสู่การเป็นผู้นำ 3
6.เฮฮาสามัคคี
1. "เฮฮาประสาพี่น้อง แต่ต้องสาระ"
2. "น้องให้พี่"
7.มุ่งสู่ชีวิตใหม่
1. กิจกรรมทบทวนชีวิต "ปลดอดีตเพื่อชีวิตใหม่"
2. กิจกรรมอภิปราย "เยาวชนมุสลิมยุคใหม่ต้องเป็นอย่างไร"
3. กิจกรรมระดมสมอง "แนวทางสู่เป้าหมาย"
8.ใส่ใจสังคม
1. ศึกษาวิถีชุมชน
2. การจัดทำโครงการร่วมกัน
9.ระดมสมองไตร่ตรองอนาคต
1. คำมั่นสัญญา
2."สานต่อ"
10.กิจกรรมอำลา
1. การแสดง
2. เปิดใจ
3. กิจกรรมอำลา
4. ปิดค่าย
11.วิชาการหลังละหมาด
1.ฮะละเกาะฮฺอัลกุรอาน
2.นะซีฮัต
3.ท่องจำอัลกุรอาน
4.ออกกำลังกาย
12.กิจกรรมเสริม
1.อะนาชีด
2.วารสารค่าย
3.บันทึกชาวค่าย
10. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1.เกิดจิตสำนึกในการขัดเกลาตนเองและเชิญชวนผู้อื่น
2.เกิดนักทำงานเพื่อเชิญชวนสู่การทำความดีและห้ามปรามกันในสิ่งที่ไม่ดี
3.เกิดเครือข่ายในการทำงานเพื่อเชิญชวนสู่การทำความดีและห้ามปรามกันในสิ่งที่ไม่ดี
4.เกิดการตระหนักและให้ความสำคัญต่อการเรียนศาสนาและวิทยาการควบคู่กัน
5.เกิดจิตสำนึกและทำหน้าที่จะรณรงค์ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน
6.ตระหนักและให้ความสำคัญต่อคุณค่าของเวลาและสามารถบริหารเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้
11. ประเมิลผล
1. จากใบประเมิลผล
2. ติดตามผลการจัดฝึกอบรมโดยการพบประเยี่ยมเยียน เป็นระยะเวลา 1 เดือน
12. คณะวิทยากร
นายอับดุลรอซีด นิริงจือแร ผู้อำนวยการสภายุวมุสลิมโลก (อยู่ระหว่างการติดต่อ)
อาจารย์มุสตอฟา อยู่เป็นสุข วิทยากรในหัวข้อ (อยู่ระหว่างการติดต่อ)
เชคริฎอ อะหมัด สมะดี วิทยากรในหัวข้อ "คุณสมบัติสู่การเป็นผู้นำ 1, 2, 3"
อาจารย์มูฮำหมัดเฟาซี แยนา วิทยากรในหัวข้อ (อยู่ระหว่างการติดต่อ)
11. งบประมาณที่ใช้ในการดำเนินงาน
ร่วมสนับสนุนงบประมาณ : ชื่อบัญชี นายมุฮ์ซิน ไทยประทาน
ธนาคารกรุงเทพ สาขาย่อยมหาวิทยาลัยรังสิต เลขที่บัญชี 020 0084 291
อาหารมื้อละ 30 บาท 21 มื้อ จำนวน 60 คน 37800 บาท
ค่าเดินทางไป-กลับ(ทัศนศึกษา) 15,000 บาท
ที่พัก 7 คืนๆละ 100 บาท จำนวน 60 คน (ขอความอนุเคราะห์จากวามีย์) 1,000 บาท
คัมภีร์อัลกุรอาน ฉบับพกพาเล่มละ 100 บาท จำนวน 60 เล่ม 6,000 บาท
หนังสือนี่ร็อบบานีย์ เล่มละ 40 บาทจำนวน 60 เล่ม 2,400 บาท
เสื้อค่าย 60 ตัว ตัวละ 120 บาท 7,200 บาท
ประกาศณียบัตร แผ่นละ 15 บาท จำนวน 60 แผ่น 900 บาท
คู่มือและเอกสารประกอบการฝึกอบรม จำนวน 60 เล่มๆละ 20 บาท 1,200 บาท
ติดต่อประสานงาน 2,000 บาท
วัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดกิจกรรมภายในค่าย 3,000 บาท
ประเมินผล และสรุปโครงการ 500 บาท
รวม 77,000 บาท
( นายอาดิล หะยีอีแต)
ประธานโครงการ

- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1309 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 5 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน