เริ่มต้นจากภายใน ... ท่ามกลางวิกฤติของประชาชาติ
มุสลิมทุกวันนี้รู้ตัวดีว่าพวกเขากำลังตกอยู่ภายใต้ความกดดันอันหนักหน่วง ที่มาจากทั่วทุกทิศและหลากหลายรูปแบบ มีทั้งแยบยลและโจ่งแจ้ง การคุกคามเกิดขึ้นกับมุสลิมทั้งที่เป็นรายบุคคล ครอบครัวและชุมชน ความกดดันเข้ามาเกี่ยวข้องกับสายตาของพวกเขาด้วยชุดแฟชั่นฤดูร้อนที่ท้าทาย รวมทั้งโทรทัศน์และภาพยนตร์ที่หยาบโลนขาดการยั้งคิด ใน แคนาดาผู้หญิงได้รับสิทธิที่จะเดินเยื้อย่างบนเวทีสาธารณะ ไม่เพียงเท่านั้น ยังจะเห็นผู้หญิงเดินอยู่บนสนาม อาบแดดและก้าวย่างบนถนน โดยไม่มีชั้นใน(bra)หรือแม้แต่เสื้อ ความกดดันเข้าเกี่ยวข้องกับหูของเราด้วยคำสบถสาบานที่ไม่ขาดสาย การลอบกัด การใส่ร้ายป้ายสีที่เราต้องเผชิญอยู่ทุกวี่วัน ความ กดดันเข้ามาเกี่ยวข้องกับมือของเราด้วยการงานอัปยศหรือเงินกู้และดอกเบี้ย ที่พอกพูน การจำนองและการเสี่ยงโชค การคุกคามของสื่อที่มีต่ออิสลามเพิ่มความถี่ขึ้น มุสลิมถูกกล่าวหาในเรื่องการทำร้ายภรรยา การก่อการร้าย การทำสุหนัตหญิง ไร้การศึกษาและรังเกียจความก้าวหน้า เมื่อเร็วๆนี้พวกยิวในอิสราเอลได้วาดภาพนบีมุฮัมมัดเป็นรูปหมู แล้วนำไปติดตามบ้านของมุสลิมและตามแหล่งธุรกิจการค้า
ผู้ศรัทธาจำนวนมากรู้สึกว่าหลังของเขาพิงอยู่กับกำแพง โลกทั้งใบกำลังประชิดเข้าหาพวกเขา พวกเขาแทบจะมองไม่เห็นทางหนีหรือความช่วยเหลือในระยะเวลาสิบถึงยี่สิบข้าง หน้านี้ อัลลอฮฺทรงแจ้งแก่พวกเขาในอัลกุรอานอันทรงเกียรติว่า "และผู้ใดมอบหมายแก่อัลลอฮฺ พระองค์ก็ทรงพอเพียงสำหรับเขาแล้ว แท้จริงอัลลอฮฺเป็นผู้ทรงบรรลุในกิจการของพระองค์ แน่นอนสำหรับทุกๆสิ่งนั้นอัลลอฮฺได้ทรงกำหนดสภาวะไว้" (3:65)
แม้แต่นบีมุฮัมมัด(ศ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวะซัลลัม)ผู้เป็นมนุษย์ที่ประเสริฐที่สุด ตลอดจนเศาะฮาบะฮฺของท่านซึ่งเป็นกลุ่มชนยุคที่ดีที่สุดยังต้องเผชิญกับการทดสอบอยู่หลายครั้ง เป็นระยะเวลายาวนานถึง 13 ปีที่มุสลิมถูกทรมานอยู่ในมักกะฮฺ พวกเขาถูกขับออกจากบ้าน บางคนถึงขนาดถูกฆ่า พวกเขาต้องเจ็บปวดทรมานจากโรคภัยและความอดอยาก วันหนึ่งนบีมุฮัมมัดเดินผ่านครอบครัวของยาซิรฺ(เราะฏิยัลลอฮุอันฮุม) ผู้เป็นที่รู้จักกันดีในความศรัทธาและการน้อมรับการกำหนดของอัลลอฮฺ พวกเขาถูกทุบตีและถูกทรมานอย่างป่าเถื่อน อัล ลอฮฺยังมิได้อนุมัติให้มุสลิมลุกขึ้นต่อสู้ ดังนั้นท่านนบีจึงช่วยบรรเทาภาระอันหนักอึ้งของพวกเขา โดยการเปิดเผยส่วนหนึ่งจากความเมตตาของอัลลอฮฺว่า "จงอดทนเถิด โอ้ยาซิรฺ รางวัลแทนของท่านอยู่ในสวนสวรรค์"
ความ ทุกข์ทรมานที่เผชิญอยู่ในมักกะฮฺได้หล่อหลอมความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมด้วย กันเอง และชำระความผูกพันของพวกเขาที่มีต่ออัลลอฮฺให้สะอาดบริสุทธิ์ หากใครก็ตามที่เข้ารับอิสลามเพื่อชื่อเสียง การยกย่อง ความมั่งคั่งหรือตำแหน่ง เขาก็จะต้องหันกลับออกไปในทันที ความจองหอง ความลำพอง ความอิจฉา และการดูหมิ่นดูแคลนชาติตระกูลถูกกำจัดออกสิ้น มุสลิมมองผู้ศรัทธาคนอื่นๆด้วยความใกล้ชิดและสำคัญยิ่งกว่าครอบครัวของพวกเขาเอง เราควรจดจำไว้เสมอว่าการต่อสู้ของพวกเขา ก็เป็นเช่นเดียวกันกับที่เราต้องอดทนต่อการทดสอบและความยากแค้นในวันเวลานี้
มุสลิมทั่วทุกหนแห่งกำลังถูกโอบล้อม บางคนกำลังอยู่ในสงครามที่ร้อนระอุที่ซึ่งอาวุธของกองทัพรายล้อมตัวพวกเขา บางคนกำลังอยู่ในสงครามทางความคิดที่กระสุนของมันคือการโฆษณาชวนเชื่อและการดูหมิ่นดูแคลน บางครั้งผลกระทบจากสงครามจิตวิทยาทำความเสียหายยิ่งกว่าสงครามทางการทหาร เนื่องจากมันมันส่งผลยาวนานมากกว่าคนรุ่นเดียว
ท่ามกลางกระแสวิกฤติ ผู้คนกำหนดทางเลือกอย่างสำคัญเกี่ยวกับอิสลาม หลายคนเลือกที่จะรับเอาอิสลาม แม้ จะมีสิ่งที่เป็นลบเข้ามาคุกคาม ถึงอย่างไรก็ตามพวกเขาตระหนักดีว่าอิสลามเท่านั้นที่เป็นทางออกให้กับความ เหลวแหลกของระบบทรราชที่ปรากฏอยู่ อิสลามเท่านั้นเป็นแนวทางที่เป็นระบบของชีวิตที่สามารถคัดค้านแยกแยะ รักร่วมเพศ(homosexuality) การเหยียดหยามชาติพันธุ์(racism) และลัทธิเอาแต่ทางโลก(secularism) เฉพาะอัลกุรอานและแบบอย่างของท่านนบี(ศ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวะซัลลัม)เท่านั้นที่สามารถประสาน ความขัดแย้งและระบบศีลธรรมให้สามารถอยู่ร่วมกับวิทยาศาสตร์ การเมือง การค้า และการดำเนินชีวิตประจำวัน อาจมีคนถามตัวเองว่า "ฉันควรปฏิบัติอิสลามอย่างครบถ้วน หรือเป็นมุสลิมเพียงในนามหรือตามประเพณี?" พวกเขามองการปฏิบัติอิสลามในทุกวันนี้เสมือนกับการว่ายทวนกระแสคลื่น ดังนั้นพวกเขาจึงหาข้อแก้ตัวสำหรับการขายสุกร ของมึนเมา ตั๋วพนัน หรือการผิดประเวณีว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตสมัยใหม่ พวกเขาล้มเหลวในอันที่จะตระหนักว่า สิ่ง "หะรอม"นั้น ใช้กับทุกคนและใช้กับทุกเวลา
เราจะเปลี่ยนแปลงสภาพของเราได้อย่างไร และทำอย่างไรเพื่อให้ผู้ที่ไม่ต้องการปฏิบัติตามอิสลามได้เห็นแสงแห่งสัจธรรมของอัลลอฮฺ มีรายงานว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า "อิสลามเริ่มต้นอย่างคนแปลกหน้า และจะกลับมาอย่างคนแปลกหน้า" บรรดาเศาะฮาบะฮฺถามว่า "โอ้ท่านเราะซูลฯใครคือคนแปลกหน้า?" ท่านตอบว่า "คือผู้ที่ปฏิรูปฟื้นฟูความดีงาม เมื่อผู้คนต่างเสื่อมเสีย"(อัตฏอบรอนีย์ : หะดีษศอฮีฮฺ)
มุสลิมที่ได้รับความโปรดปรานจากการเข้ารับอิสลามหรือปฏิบัติอิสลามอย่างครอบคลุมเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ นบีมุฮัมมัดคือ "อุสวาตุน ฮะสะนะฮฺ"(แบบอย่างที่ดีงาม)ในการปฏิบัติอิสลาม ท่านไม่เพียงแต่พูดคุยเกี่ยวกับอิสลาม แต่ยังใช้ชีวิตตามแบบอิสลามในทุกแง่มุมตลอดระยะเวลาที่ท่านมีชีวิตอยู่ ดังนั้นเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างเอาจริงเอาจัง เราจำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์ศึกษาทฤษฎีและการปฏิบัติอิสลามเสียใหม่ เราช่างให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการ "อิบาดะฮฺ" หรือพิธีกรรมของอิสลาม เวลานี้เราจำเป็นที่จะต้องมุ่งเน้นในประเด็นมุอามาลาต หรือความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กี่ครั้งแล้วที่เราได้ยินเรื่องราวของมุสลิมผู้ปฏิบัติละหมาดและจ่ายซะกาต แต่กลับขาดความซื่อสัตย์ หรือมุสลิมที่แต่งตัวด้วยรูปแบบอิสลามแต่กลับตลบตะแลงเมื่อทำธุรกิจ เราจำเป็นที่จะต้องแสวงหา "มุสลิมภายใน" และนำบุคคลเหล่านี้ออกสู่ภายนอก
ในประวัติศาสตร์อิสลามจะเห็นว่า มีผู้รู้จำนวนมากที่แสวงหาอิสลามที่เป็นตัวตนภายใน แม้ ว่าพวกเขาจะมีความชำนาญในด้านชะรีอะฮฺ(นิติบัญญัติอิสลาม)ก็ตาม ด้วยเหตุที่ว่าในทุกวันนี้ความเท็จจำนวนมากถูกเสนอว่าเป็นความรู้ จึงจำเป็นสำหรับเราที่จะต้องแสวงหาผู้รู้ซึ่งอยู่ในแนวทางสายกลางและได้รับ ความเคารพจากทุกคน อิมาม ยะฮฺยา อิบนุชะร็อฟ อิบนุมุรฺรี อิบนุฮะซัน อันนะวะวีย์ เป็นผู้หนึ่งที่จัดอยู่ในผู้รู้ลักษณะนี้ ท่านเกิดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งของเมืองนะวาในปีค.ศ.1233 เป็นที่ยอมรับนับตั้งแต่อายุยังต้นๆถึงความรอบรู้ในด้านฮะดีษและความเคร่งครัดของท่าน ท่านจำได้ดีว่าญิบรีลเคยมาหาท่านนบีและถามเกี่ยวกับอิสลามและอีมาน และนบียังถูกถามเกี่ยวกับอิฮฺซาน(คุณธรรม) คำตอบของท่านคือ "ท่านต้องภักดีต่ออัลลอฮฺเสมือนท่านเห็นพระองค์ แม้นว่าท่านไม่เห็นพระองค์ แต่แท้จริงพระองค์ทรงเห็นท่าน" ญิบรีลได้ถามถึงมุสลิมภายใน นั่นคือสติรู้สำนึกผิดชอบหรือแก่นแท้ของบุคคล มุสลิมในวันนี้จำเป็นจะต้องตรวจสอบตนเองและมองหาตัวตนภายใน เราจำเป็นที่จะต้องถามตัวเองว่า "เราละหมาด ถือศีลอด จ่ายซะกาต หรือไปทำฮัจญ์ด้วยเหตุผลอะไร? ทั้งหมดนั้นทำเพื่ออัลลอฮฺหรือว่าเพื่อความสนใจและความพึงพอใจของผู้อื่น?"

อิมามนะวะวีย์ได้วางกฎพื้นฐานห้าประการสำหรับอิฮซานซึ่งจำเป็นที่จะต้องศึกษาและนำไปใช้ในชีวิตของเรา ท่านยังได้มอบแผนปฏิบัติแก่เราเพื่อการบรรลุถึงอิฮซานดังนี้
1. การยำเกรงอัลลอฮฺทั้งในที่ลับและที่เปิดเผย ซึ่งสถานะนี้จะเข้าถึงได้โดยผ่านความละเอียดรอบคอบและการยืนหยัด ครั้งหนึ่งท่านเราะซูลฯกล่าวแก่สหายของท่านว่า "จงกล่าวว่า ฉันศรัทธาในอัลลอฮฺ จากนั้นจงยืนหยัด" เราจำเป็นมองดูตัวเองและตรวจสอบเจตนาของเราไม่ว่าจะทำการงานใด
2. ใช้ชีวิตให้สอดคล้องกับแบบอย่างของท่านนบีทั้ง ในคำพูดและการกระทำ สถานะนี้จะเข้าถึงได้โดยผ่านการตักเตือนซึ่งกันและกันพร้อมกับบุคลิกภาพที่ ดี จงจำไว้ว่าท่านเราะซูลฯเคยแจ้งแก่เราว่า "ความรีบเร่งนั้นมาจากชัยฏอน" การนำอิสลามให้มาอยู่ในบุคลิกภาพของเราจะเป็นการบังคับเราให้เอาทางนำไปปฏิบัติ แทนแค่เพียงการเปล่งมันออกมาจากปาก
3. จงวางเฉยแม้ว่าผู้อื่นจะยอมรับหรือปฏิเสธเรา ระดับนี้เข้าถึงได้โดยผ่านความอดทนและมอบหมายการงานต่ออัลลอฮฺ เราจำเป็นจะต้องยุติการเหลือบซ้ายแลขวา ด้วยความหวาดกลัวว่าสังคมจะยอมรับเราหรือผู้คนจะโกรธเกลียดอิสลามของหรือไม่ หากเราอยู่กับอัลลอฮฺ ดังนั้นไม่มีสิ่งใดที่จะต้องกลัว
4. พึงพอใจกับอัลลอฮฺผู้ทรงสูงส่ง สถานะนี้เข้าถึงได้ด้วยการพึงพอใจในสิ่งที่เรามี และยอมรับการกำหนดของพระองค์
5. หันเข้าหาอัลลอฮฺทั้งในยามสุขและยามทุกข์ สถานะนี้เข้าถึงได้ด้วยการกตัญญูต่อพระองค์เมื่อได้รับความสุข และขอความคุ้มครองจากพระองค์เมื่อประสบกับความทุกข์
ขออัลลอฮฺทรงทำให้เราได้รับประโยชน์จากความรู้และความอุตสาหะของผู้ถ่อมตนและยังลึกซึ้งผู้นี้
ขอให้พระองค์ทรงช่วยเหลือพวกเราในการนำคำกล่าวและคำเตือนของท่านนบีมุฮัมมัด(ศ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวะซัลลัม)ไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งท่านได้กล่าวไว้ในหะดีษศอฮีฮฺบันทึกโดยติรฺมิซีย์ว่า "บุคลิกสองประการจะไม่ปรากฏพร้อมกันในตัวผู้กลับกลอก คือ(1)มารยาทที่ดีงามกับ(2)ความเข้าใจในศาสนา(ฟิกฮฺ ฟี-ดีน)"
ขออัลลอฮฺทรงปกป้องอุมมะฮฺมุฮัมมัด(ศ็อลลัลลอฮุอาลัยฮิวะซัลลัม)จากความอ่อนแอและความกดดัน และโปรดประทานความเข้มแข็งเพื่อจะได้ฉายแบบอย่างของแนวทางชีวิตอันชัดเจนนี้ แน่แท้พระองค์คือผู้ทรงให้อภัยและทรงเดชานุภาพเหนือทุกสิ่ง
................................
โดย Dr.Abbdullah Hakim Quick
อบุลอิซซฺ แปลและเรียบเรียง
ข้อมูลจาก http://www.fityah.com/index.php?option=com_content&task=view&id=355&Item...
ประวัติของคนเขียน http://www.fityah.com/index.php?option=com_content&task=view&id=359&Item...
จาก ymat.org เว็บไซต์ทางการของ Young Muslim Association of Thailand (YMAT)
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 927 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 5 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 4 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน