แผนการที่ 10 ทำลายสตรีและขยายสังคมเสรี

แผนการทำลายล้างอิสลามและประชาชาติมุสลิม แผนการที่ 10 ทำลายสตรีและขยายสังคมเสรี

แผนการที่ 10 เป็นแผนการที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจากบรรดาแผนการที่ตะวันตกทำลายอิสลาม ได้รับคำยืนยันอย่างภาคภูมิใจจาก แอนท์ มาลีคัม (Ant Maligam) ว่า

“เราประสบความสำเร็จในการรวบรวมบรรดาหญิงสาว (นักเรียนหญิง) ใน ระดับมัธยมและระดับสูงทุกชั้นปี ในวิทยาลัยตะวันตกในไคโร ไม่มีที่ใดที่เราสามารถรวบรวมหญิงสาวมุสลิมได้มากเท่านี้ เพราะไม่มีวิธีการใดที่ใกล้กว่านี้อีกแล้วในการทำลายป้อมปราการอิสลาม”

การแทรกแซงทางการศึกษาเป็นวิธีการที่ได้ผลที่สุดของตะวันตก ในการลบล้างอะกีดะฮฺอิสลาม ในขณะเดียวกันก็เบี่ยงเบนพวกเขาให้หันออกจากอิสลาม บางคนต้องออกจากสามี หรือเพื่อน ๆ พวกเขาใช้สตรีเป็นเครื่องมือในการทำลายเอกลักษณ์ของสังคมมุสลิม

หากเราพิจารณาจากแฟ้มประวัติศาสตร์แล้ว เราจะพบกับความเสื่อมเสียและความล่มสลายของชาติใดชาติหนึ่งหรือประเทศใด ประเทศหนึ่งซึ่งมักจะเกิดขึ้นโดยสตรีเป็นเหตุเสมอ

เรา จะพบเห็นบ่อย ๆ ในหน้าหนังสือพิมพ์และนิตยสารต่าง ๆ ในเรื่องการมั่วสุมกับสตรีของบุคคลระดับประเทศ ในที่สุดก็ต้องเสียตำแหน่งของตัวเองไป เช่นเดียวกันกับประเทศมาเลเซีย มันช่างสอดคล้องกันเหลือเกินกับคำกล่าวของท่านนบี (ศ็อลฯ) ว่า

“จะไม่มีภัยพิบัติใดสำหรับชาย หลังจากฉัน (เสียชีวิต) ยิ่งไปกว่าสตรี”

จากการรายงานข่าวจากฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจอร์แดนรายงานว่า พวกผู้นำยิวได้เปิดทางให้หนุ่มอาหรับได้สังคมกับหญิงชาวยิวโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งบริเวณชายหาด และสนับสนุนให้หญิงชาวยิวได้ผิดประเวณีกับหนุ่มอาหรับ และในเขตพื้นที่ที่มีมุสลิมเป็นส่วนใหญ่ ก็จัดส่งภาพยนตร์ลามก สร้างสถานอาบอบนวด ดิสโก้เธค ทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายเพื่อทำลายจริยธรรมของประชาชาติอิสลามและทำ ให้พวกเขาได้ละเลยจากสนามแห่งการญิฮาด แผนการข้อนี้สอดคล้องกับกฎบัตรของยิวข้อที่ 6 ตราไว้ว่า

“เรา (ยิว) จะ เล่นบทบาทในการทำลายเยาวชนที่ไม่ใช่ยิว โดยพ่นสารพิษเข้าไปในความคิดของเขา ด้วยทฤษฎีและหลักการต่าง ๆ จนในที่สุดสตรีจะเป็นเครื่องมือในการบำเรอผู้ชาย ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม”

แต่สิ่งที่ทำให้เรารูสึกหดหู่ใจเป็นอย่างหนักก็คือ ผู้ที่ไหลไปตามกระแสแห่งความหลอกลวงนี้มิใช่เฉพาะสตรีที่ไม่มีความรู้ทาง ศาสนาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสตรีที่มีความรู้เรื่องศาสนาด้วย

อาจ เป็นเพราะว่าอิสลามที่พวกเขายึดถือเป็นอิสลามสมัยใหม่เสียแล้ว ซึ่งมันมีท่าทีประการหนึ่งว่าเหมาะสมกับทัศนคติทางโลกนิยมที่ถูกเผย แพร่อย่างกว้างขวางแถบทุกตารางนิ้ว

นักคิดอย่าง กอเซ็ม อามีน , เชคคอลิด มูหัมหมัด คอลิด , ดุรรียะฮฺ ศอฟิก ลุตฟี , อัซซัยยิด ฏอฮา ฮูเซ็น , ซัยยิด อามีร อาลี , เมาลานา มูหัมหมัด อาลี ลาโฮร์ , ซิยาร์ โกคัลป์ , มุสตาฟา เคมาล อตาเตริก , อดีบะตุซซะมาน วาฮานี , ราเด็น อัดเจง การ์ดนี , อัซ ซัยยิด เชค อัลฮาดี และคนอื่น ๆ ที่เป็นพวกสมัยนิยม เช่นเดียวกับบรรดาอูลามาอฺที่อยู่ในตำแหน่งรัฐบาลจัดให้ บุคคลเหล่านี้แหละที่เป็นตัวจักรในการปลดปล่อยสตรีภายประชาชาติอิสลาม และความพยายามของพวกเขาได้รับการปรบมือจากบรรดาผู้ปฏิเสธจากมิตรชาวตะวันตก เช่น ซามูเอล สุวัยเมอร์ , เคนเนช แครก , วิลเฟรด คอนเวล , และบุคคลอื่น ๆ จากนักบูพาคดี


Chat module by BoWoB Chat for Drupal