แผนการที่ 3 ทำลายระบบจริยธรรม ความคิด ความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิม...
แผนการที่ 3 ทำลายระบบจริยธรรม ความคิด ความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมกับพระเจ้าและการปล่อยพวกเขาไปตามอารมณ์ใฝ่ต่ำ
แผนการณ์ที่ 3 มีความสอดคล้องต้องกันกับนโยบายของผู้นำตะวันตกคนหนึ่ง คือ ซามูเอล ซูวัยเมอร์ (SAMUEL ZUWAIMER) ขณะเดียวกันก็เป็นประธานสมาคมมิชชั่นนารีด้วย เขาได้กล่าวในสภาคองเกรสมัลกิส ในปี 1953 ว่า
“ที่จริงแล้วหน้าที่ของมิชชั่นนารี่ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยรัฐบาลให้ทำงานใน ประเทศมุสลิมนั้น ไม่ใช่เพื่อเชิญชวนมุสลิมให้เข้ารับนับถือศาสนาคริสหรอก เพราะพวกเขาก็มีศาสนาและระบบความเชื่อถือของเขาอยู่แล้ว ภาระหน้าที่ของพวกท่าน คือ ให้พวกเขาหันเหออกจากอิสลามเท่านั้น และคลายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากับพระผู้เป็นเจ้า ตลอดจนทำให้พวกเขาขาดความสนใจต่อมารยาท จริยธรรม ที่เขาเคยยึดถือมาตลอด...”
“ท่านทั้งหลายจงเตรียมความคิดต่าง ๆ ที่จะให้แก่โลกอิสลามให้พร้อม เพื่อให้พวกเขายอมรับในวิธีการต่าง ๆ ที่ท่านทั้งหลายได้ดำเนินการ คือ เพื่อเพิกถอนวิญญาณออกจากเรือนร่างของมุสลิม ท่านทั้งหลายได้โปรดเตรียมไว้ให้พร้อมซึ่งกองกำลังของหนุ่มสาวที่ปราศจาก ความผูกพันกับพระเจ้า ด้วยวิธีการเช่นนี้ ที่ท่านทั้งหลายจะประสบความสำเร็จในการหันเหมุสลิมออกจากอิสลามแต่ก็มิได้ หมายความว่าพวกเขาจะเข้ารับนับถือศาสนาคริสแต่อย่างใด โอ้บรรดานักเผยแพร่ทั้งหลาย จงทำหน้าที่ของท่านให้ดีที่สุด...”
และแล้วก็เกิดชนอิสลามรุ่นใหม่ที่เป็นไปตามความต้องการของจักรวรรดินิยม พวกเขาไม่ได้ให้ความสำคัญกับหน้าที่หลักที่สำคัญของพวกเขา พวกเขาชอบพักผ่อนปล่อยเวลาอย่างไร้สาระ พวกเขาชอบอยู่เฉย ๆ และแสวงหาสิ่งสนองตอบต่อความต้องการของอารมณ์ใฝ่ต่ำของพวกเขา แม้แต่การศึกษาก็มีเป้าหมายเพื่อเรื่องเซ็กส์ การแสวงหาทรัพย์ก็เพื่อเป้าหมายดังกล่าว และแม้แต่เขามีตำแหน่งสูงเขาก็ใช้ตำแหน่งเพื่ออารมณ์เช่นกัน
หากเรามองสังคมปัจจุบัน เราก็สามารถเห็นปรากฏการณ์ต่าง ๆ อย่างชัดเจนว่ามันเป็นไปตามความต้องการ หรือแผนการของพวกเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน พวกเขาประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น จงสังเกตชนรุ่นใหม่ว่าจริยธรรมของพวกเขาเลวทรามลงแค่ไหน มีเพียงชื่ออิสลามเท่านั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวของพวกเขา แต่วิญญาณ พฤติกรรม และวิถีชีวิตของพวกเขามิใช่มุสลิมเสียแล้ว
บทบาท ในการทำลายจริยธรรมประชาชาติอิสลามนั้นหาใช่ว่าถูกทำลายโดยชาวตะวันตกอย่าง เดียวเท่านั้น แต่เป็นเจ้าของประเทศเองซึ่งถูกหล่อหลอมด้วยสีสันจากตะวันตก บุคคลเหล่านี้แหละที่ทำงานเพื่อทำลายชาติของตนเอง โดยผ่านสถาบันการศึกษา หนังสือพิมพ์ ละคร ภาพยนตร์ แฟชั่นการแต่งกาย และพวกเขาพยายามสร้าง คิดค้นกิจกรรมการกีฬาและการละเล่นที่สร้างความเพลินเพลินจนกระทั่งลืมพระผู้ เป็นเจ้า ตลอดจนหันห่างผลักไสพวกเขาจากประตูมัสยิด สุเหร่า ห่างไกลจากมัจลิสอิลมีย์ และการศึกษาอิสลาม
สถาบัน เหล่านี้แหละที่เป็นเสมือนโรงงานที่ผลิตชนรุ่นใหม่ เป็นผู้นำแนวความคิดที่จะนำไปสู่ความเสื่อมทรามโดยอาศัยหน้ากากแห่งความ เจริญและทันสมัย พวกเขาเหล่านั้นถูกเตรียมพร้อมสำหรับการรับใช้ตะวันตก ในการเดินตามรอยของนักบูรพาคดีที่ได้หว่านล้อมทางเดินให้แก่พวกเขา และพวกมิชชั่นนารี่ที่สร้างความวุ่นวาย สับสนแก่ประวัติศาสตร์อิสลาม บีบคั้นบทบาทของมันในประวัติศาสตร์ระดับชาติ สร้างความรู้สึกต่ำต้อยแก่ประชาชาติอิสลาม
มิชชันนารี่ตอกเลย์ (TAKLAY) ได้กล่าวว่า “เราจำเป็นต้องสนับสนุนให้มีการสร้างสถาบันการศึกษาในแนวตะวันตก เพราะปัจจุบันนี้มีมุสลิมจำนวนมากที่การศรัทธาของพวกเขาเกิดความเคลือบแคลง ต่ออิสลาม และอัลกุรอ่าน สืบเนื่องมาจากพวกเขาได้ทำการศึกษาตำราต่าง ๆ ของตะวันตก และศึกษาภาษาต่างประเทศมาก”
ลอร์ดโครเมอร์ ได้อธิบายถึงภาพพจน์ของยุทธวิธีที่จัดระบบโดย ฝรั่งเศส อังกฤษ และฮอลแลนด์ แก่ประเทศอิสลาม เขาได้กล่าวว่า “เยาวชนที่ได้รับการศึกษาจากอังกฤษและตะวันตกพวกเขาตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่าง วัฒนธรรมและจิตใจของพวกเขากับประเทศชาติของพวกเขา ในขณะเดียวกันพวกเขาก็พบอุปสรรคในการเป็นสมาชิกของสังคมที่พวกเขาได้รับการ ศึกษามา ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงโซซัดโซเซ”
นี่คือเป้าหมายอย่างแท้จริงที่ชาวตะวันตก (กระทำกับมุสลิม) ไม่ว่าจะในระดับโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย หรือการฝากนักเรียนไปสู่ประเทศยุโรปหรือประเทศอื่นๆ นักเขียนคนหนึ่งชื่อ โจบราน ได้ยืนยันว่า เยาวชนที่ได้รับการศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ ของอเมริกาจะได้เป็นสมุนของอเมริกา นักศึกษาที่สังกัดอยู่ในโรงเรียนซูซุยติก พวกเขาจะเป็นทูตของฝรั่งเศสอย่างแน่นอน ในขณะที่นักศึกษาที่สังกัดในสถาบันการศึกษาของรัสเซียเขาจะได้เป็นตัวแทนของ รัสเซีย
ทัศนะดังกล่าวมีความถูกต้อง เพราะประเทศตะวันตกได้ทำสงครามกับประเทศตะวันออกโดยเฉพาะอิสลามด้วยการส่ง ผู้เชี่ยวชาญ มิชชันนารี่ นักบูรพาคดี นักหนังสือพิมพ์ และสร้างศูนย์กลางที่ใหญ่โตในทุกเมืองหลวงของประเทศมุสลิม โดยเน้นเป้าหมายเพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมของพวกเขาให้แก่ชาวเมืองนั้น ๆ แผนการที่เลวร้ายนี้ได้แทรกซึมไปยังโรงเรียน มหาวิทยาลัย ศูนย์วัฒนธรรมต่าง ๆ สถาบันสาธารณสุข หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ วีดีโอและภาพยนต์
การเคลื่อนไหวของกลุ่มนิยมตะวันตกที่อันตรายนี้ได้มีการทำงานกันอย่างเป็น ระบบ เพื่อเข้าไปอยู่ในทุกส่วนแห่งคุณค่าอิสลาม คุณค่าของอิสลามที่บริสุทธิ์ถูกกล่าวหาว่าเป็นวัฒนธรรมที่ล้าสมัย และภายในระยะเวลาอันนั้นบรรดาเจ้าหน้าที่ของพวกเขาก็ผูกขาดการบริหารหนังสือ พิมพ์ต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยผู้ที่มีแนวคิดต่อต้านอิสลาม สื่อมวลชนเหล่านี้แหละที่พวกเขาได้ใช้อย่างเต็มที่เพื่อที่จะแบ่งแยกความคิด และจิตใจของมุสลิมออกจากคำสอนของอิสลามทุกรูปแบบ จากคุณค่าที่วางอยู่บนพื้นฐานหลักเตาฮีด ศีลธรรม และความศรัทธาต่ออัลลอฮฺ และพวกเขาได้บรรจุสารพิษแห่งการปฏิเสธเข้าสู่สมองอันว่างเปล่านั้นในขณะ เดียวกันพวกเขาก็ใช้เทคนิคบิดเบือนให้เกิดความคลุมเครือ กล่าวคือ การทำโครงการซึ่งมีลักษณะภายนอกเป็นอิสลามแต่แก่นแท้ คือ การบิดเบือนมุสลิมให้ไขว้เขวจากอิสลาม เช่น การประกาศใช้ชื่อ อิสลาม ในโครงการต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ดำเนินการ
พวก เขามิได้หยุดยั้งเพียงแค่นั้น หากแต่เราเคยอ่านพบในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่ตีพิมพ์โดยคนกลุ่มนี้ พวกเขาได้เสนอเรื่องที่ใช้ชื่ออิสลาม แต่เนื้อหาโจมตีอิสลาม และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ได้เกิดหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ฉบับหนึ่งที่มีชื่ออิสลาม แต่เนื้อหาก็ไม่ได้แตกต่างไปจากหนังสือพิมพ์อื่นทั่ว ๆ ไป ซึ่งเต็มไปด้วยรูปภาพที่ไม่ได้ส่อแสดงถึงบุคลิกภาพแห่งอิสลามแม้แต่น้อย ที่จริงแล้วการเกิดมาของหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารต่าง ๆ นี้มีเป้าหมายอย่างเดียวกัน คือ เพื่อทำลายจริยธรรม ตลอดจนการให้สารพิษทางความคิดแก่มุสลิม และกอบโกยผลประโยชน์เข้าหาตัวเองในขณะเดียวกันด้วย และเบื้องหลังของเขามีนักการเมืองซึ่งคอยหวังผลประโยชน์จากการทำงานของสื่อ มวลชน เพื่อเพิ่มพลังอิทธิพลและรักษาเก้าอี้ของตนเองให้คงอยู่ต่อไป แต่ ในขณะเดียวกันก็มีนิตยสารที่ตั้งขึ้นโดยมีเป้าหมายที่บริสุทธิ์ เพื่อเรียกร้องเชิญชวนไปสู่อิสลามที่แท้จริง และต่อต้านสิ่งมุงกัรทั้งหลายทุกรูปแบบที่ปรากฏ ในที่สุดสำนักพิมพ์เหล่านั้นก็จะสูญหายไปที่ละสำนัก ๆ หนำซ้ำยังถูกตีตราว่ามีความงมงาย และสร้างความแตกแยกแก่สังคม หนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่พวกกาฟิรจากตะวันตกอยู่เบื้องหลัง นับวันจะเติบโต และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ พวก เขาได้ดำเนินการในทุกรูปแบบและทุกแง่มุม ช่วงแรกของขบวนการเหล่านี้ชาวตะวันตกเป็นผู้ทำงานเอง แต่ต่อมาภาระหน้าที่เหล่านี้ถูกมอบหมายให้กับนักเรียนมุสลิมเพื่อให้เจ้าของ ประเทศยอมรับโดยปราศจากความลังเลใด ๆ
นักเรียนเหล่านี้แหละที่มีบทบาทในการนำ เผยแพร่ปรัชญาสมัยใหม่ ๆปสู่ชาวพื้นเมืองโดยที่พวกเขาหารู้ไม่ว่าขบวนการสมัยนิยม (MODERNISM) นั้นเป็นขบวนการต่อต้านศาสนาและคุณค่าแห่งจิตวิญญาณ
ตามทัศนะของมัรยัม ญะมีละฮฺ ในหนังสือของเธอ “อิสลามและมอร์เดริ์นนิสม์” ว่า “หากจะเปรียบขบวนการมอร์เดริ์นนิสม์ก็เป็นเสมือนต้นไม้ต้นหนึ่ง และกิ่งก้านของมันก็คือลัทธิต่าง ๆ อันประกอบด้วย คอมมิวนิสต์ สังคมนิยม ทุนนิยม ฟาสซิสต์ เป็นต้น”
ลักษณะของขบวนการสมัยนิยม (MODERNISM) มีสาระสำคัญ ดังนี้
1. การ ปฏิเสธวันปรโลก บาปบุญ และวันแห่งการตอบแทน เป็นต้น ฉะนั้นจึงสนับสนุนให้มนุษย์มีความสนุกสนาน เพลิดเพลินทางร่างกาย และวัตถุเท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงคุณค่าแห่งอะกีดะฮฺและจริยธรรม
2. บูชาในความคิดและเหตุผลของมนุษย์ อำนาจทางวิทยาศาสตร์ถูกทำให้เหนืออำนาจของพระเจ้า
3. ชาติ นิยม เป็นลักษณะสำคัญของขบวนการนี้ ซึ่งมันได้ให้การยกย่องและหยิ่งทะนงต่อประชาคมของตัวเองและปลูกฝังความ รู้สึกเกลียดชังแก่กลุ่มอื่น ๆ
4. มอร์เดริ์นนิสม์ พยายามที่จะทำลายระบบครอบครัว (ลดบทบาทสถาบันครอบครัว) คาร์ล มาร์กซ์ ได้เขียนไว้ในหนังสือของเขาว่า
“เราต้องสนับสนุนให้มนุษย์กำจัดระบบครอบครัวให้สูญสิ้นด้วยวิธีการ 3 ประการ คือ
*
ขยายโรงงานอุตสาหกรรม
*
ขยายสังคมเมือง
*
ให้สิทธิเสรีภาพแก่สตรี”
ทั้ง 3 ประการ นั้นมีความเกี่ยวเนื่องซึ่งกันและกัน โดยนำไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ การทำลายสถาบันครอบครัว เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมได้เปิดรับคนเข้าทำงานและให้ค่าแรงงานที่คุ้มค่า ทำให้สตรีจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่เมือง และเมื่อทั้งสามี ภรรยา ต่างออกทำงานนอกบ้าน ทำให้เกิดปัญหาครอบครัว เช่น ปัญหาการหย่าร้าง ครอบครัวขาดความอบอุ่น เพราะต่างคนต่างเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน
เมื่อบิดาไม่สามารถทำหน้าที่ของตนได้อย่างดีและสมบูรณ์แบบโดยเฉพาะในด้านการอบรม เลี้ยงดูและการให้ความรักแก่ลูกของตน แม้พวกเขาจะส่งศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรืออนุบาลก็ตาม สถาบันเหล่านั้นไม่สามารถที่จะให้ความอบอุ่นได้เท่าเทียมที่พ่อแม่หยิบยื่น ให้ สิ่งนี้มีอิทธิพลต่อจิตใจของเด็กและนี่คือต้นเหตุที่สำคัญที่ทำให้เยาวชนขาด จริยธรรม ซึ่งมีผลต่อสังคมโดยส่วนรวม
สโลแกน เรียกร้องสิทธิของสตรีก็มีบทบาทอีกเช่นกันในการทำลายสถาบันครอบครัวให้ อ่อนแอลง สตรีปัจจุบันมักจะคล้อยตามกับสิ่งล่อใจ นิตยสารบันเทิงและสื่อสิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่สนับสนุนให้ต่อต้านขนบธรรมเนียมประเพณี แม้ภายนอกเราเห็นถึงการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพสามารถให้ความเป็นธรรมแก่สตรี ได้ แต่โดยเนื้อแท้แล้วมันได้ทำลายวิถีชีวิตของสตรีเองต่างหาก เพราะสตรีเองกลายเป็นเครื่องมือทางการค้าธุรกิจ เพื่อกอบโกยผลกำไรของกลุ่มประโยชน์ (นายทุน) ด้วย วิธีการต่าง ๆ เช่น การโฆษณากิจการโสเภณี เป็นต้น นี่แหละนี่สาเหตุที่นำไปสู่ความเสื่อมทรามทางด้านจริยธรรมของสังคม ทำให้เกิดบุตรนอกสมรส โรคทางเพศ การกดขี่ การเข่นฆ่า และอาชญากรรมอื่น ๆ
- เวอร์ชันสำหรับพิมพ์
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1632 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 21 hours ก่อน
1 ปี 24 weeks ก่อน
1 ปี 24 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
1 ปี 52 weeks ก่อน
2 years 2 min ก่อน
2 years 11 weeks ก่อน
2 years 17 weeks ก่อน