เมื่อกองทัพคอมมิวนิสต์โซเวียตบุกเข้าอัฟกานิสถาน

ในปี 1979 เมื่อกองทัพคอมมิวนิสต์โซเวียตบุกเข้าอัฟกานิสถาน ชัยคฺอัซซามซึ่งแน่ใจแล้วว่าเครื่องมือเดียวที่จะนำพาชัยชนะมาสู่อุมมะฮฺนี้คือญิฮาด ได้ออกจากการเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยคิงอับดุลอาซีซในญิดดะฮฺ แล้วพาครอบครัวเดินทางไปยังปากีสถานเพื่อหาทางเข้าสู่อัฟกานิสถานต่อไป ปรากฏว่าท่านเป็นชาวอาหรับคนแรก ๆ ที่ได้เข้าร่วมการญิฮาดต่อต้านโซเวียตในอัฟกันครั้งนี้

‘อุมมุ มุฮัมมัด’ภรรยาของชัยคฺอัซซามได้เล่าถึงวิถีชีวิตของสามีก่อนที่จะเดินทางไปสู่สมรภูมิจริงว่า “นับตั้งแต่แต่งงาน จนกระทั่งก่อนอพยพไปปากีสถาน ชัยคฺอัซซามได้เตรียมตัวของท่านให้พร้อมสำหรับการญิฮาดและสำหรับชีวิตที่ยากลำบากมาตลอด ในฤดูหนาวที่หนาวจัด ท่านเคยออกไปละหมาดฟัจญร์โดยใช้น้ำที่เย็นจัดในการอาบน้ำละหมาด โดยปกติท่านจะรับประทานอาหารเพียงชนิดเดียว บางครั้งก็รับประทานเพียงมื้อเดียวต่อวัน และบางครั้งก็รับประทานแต่เพียงขนมปัง ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านมีกางเกงใช้เพียงสองตัว โดยจะใส่ตัวหนึ่งและซักอีกตัวหนึ่งสลับกัน ถึงอย่างนั้นท่านก็เป็นคนรักความสะอาดมาก ท่านเคยไปใช้ชีวิตในหุบเขาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวันที่จะเป็นมุญาฮิด...ญิฮาดกับชัยคฺอัซซาม ก็เหมือนน้ำกับปลา!”

ขณะ ที่พักในปากีสถาน ชัยคฺอัซซามได้ไปบรรยายในมหาวิทยาลัยนานาชาติ เมืองอิสลามาบัดอยู่บ้าง ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจเลิกหน้าที่นี้ เพื่อไปทุ่มเทให้การญิฮาดภาคสนามอย่างเต็มที่ จากอิสลามาบัด ชัยคฺอัซซามและครอบครัวได้เดินทางต่อไปยังเปชาวาร์เพื่อเข้าใกล้สมรภูมิญิฮาดให้มากยิ่งขึ้น และที่เปชาวาร์นี้เองที่ท่านได้ก่อตั้งศูนย์อำนวยการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ตลอดจนฝึกฝนทักษะทางการทหารให้แก่มุญาฮิดีนในนาม ‘บัยตุลอันซอร’ ในขณะที่ครอบครัวของท่านก็เข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจนี้ด้วยหัวใจชนิดเดียวกัน โดยภรรยาของท่านเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับเด็กกำพร้าภายในอัฟกานิสถานตลอดช่วงเวลาแห่งสงคราม

เปชาวาร์ นับเป็นเมืองสำคัญที่อยู่เกือบติดชายแดนปากี-อัฟกัน ทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงคาบูลเมืองหลวงของอัฟกัน จากจุดนี้ชัยคฺอัซซามสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในสมรภูมิญิฮาดในอัฟกันได้อย่าง ไม่ลำบากนัก ท่านได้เดินทางเข้าไปในอัฟกานิสถานโดยไม่ได้พักอยู่นานในสถานที่เดียว แต่ได้เดินทางไปทั่วเขตแดนอัฟกันไม่ว่าจะเป็นเมืองสำคัญ ๆ อย่างคาบูล ญาลาลาบัด กันดาฮาร์ หรือตามหุบเขาและหมู่บ้านรายทางต่าง ๆ การ เดินทางนี้ได้เปิดโอกาสให้ชัยคฺอัซซามได้พบเห็นเป็นประจักษ์พยานถึงการ ต่อสู้ของเหล่าผู้ขายชีวิตชั่วคราวของพวกเขาเพื่อพิทักษ์ดีนของอัลลอฮฺ ซึ่งในระยะแรกของสงครามดูเหมือนมุญาฮิดีนส่วนมากจะเป็นชาวอัฟกันเสียส่วนใหญ่

จากการเดินทางไปในแนวรบด้านหน้า ชัยคฺอัซซามจะกลับมาที่เปชาวาร์บ้างบางครั้ง โดยท่านจะให้ความรู้เกี่ยวกับญิฮาดอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา นอกจากจะปลุกใจให้มุสลิมผู้นั่งอยู่เบื้องหลังไม่ว่าในมุมใดของโลกออกมาร่วมคาราวานสู่สวรรค์ขบวนนี้แล้ว ท่านยังพยายามที่จะสร้างความเป็นเอกภาพในท่ามกลางมุญาฮิดีนหลากหลายกลุ่มขึ้นด้วย

ตลอดช่วงเวลาแห่งการญิฮาดในอัฟกานิสถานครั้งนี้ ชัยคฺอัซซามได้ทุ่มเททั้งเรียวแรง ความรู้ และทุกสิ่งที่ท่านมีไปในหนทางของอัลลอฮฺ ท่านเป็นผู้นำจากอาหรับที่เป็นที่ยอมรับในสมรภูมิท่ามกลางผู้นำมุญาฮิดีนชาวอัฟกันหลากหลายคน นอกจากประจำการในแนวรบด้านหน้าแล้ว ท่าน ยังได้ใช้ความรู้ที่ท่านมีไปกับการเผยแพร่ เชิญชวน และปลุกเร้าให้ความปรารถนาที่จะทำญิฮาดเปล่งประกายอยู่ในหัวใจของมุสลิมทั่ว ทุกมุมโลก ไม่ว่าจะโดยผ่านงานเขียนที่ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวางของท่าน หรือโดยผ่านการเดินทางไปบรรยายในสถานที่ต่างๆ ในระยะต่อมาสมรภูมิญิฮาดต่อต้านโซเวียตครั้งนี้จึงกลายเป็นแหล่งรวมพลมุญาฮิดีนจากทั่วทุกมุมโลก ญิฮาดที่อัฟกันครั้งนี้ได้ถูกยกระดับขึ้นเป็น“ญิฮาดสากล”ที่ข้ามผ่านกำแพงแห่งเชื้อชาติ สีผิว และภาษา มีแต่อิสลามเท่านั้นที่ทำให้เหล่านักสู้จากทั่วสารทิศเดินทางมายังดินแดนแห่งนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้มีชัยคฺอัซซามเป็นฟันเฟืองที่สำคัญยิ่ง

การ อุทิศชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างที่ชีวิตมีไปในถนนสายญิฮาดของชัยคฺอัซซามเป็น แบบฉบับอันงดงามที่คนหนุ่มสาวรุ่นต่อ ๆ มา จะได้ยึดเอาเป็นแบบเรียน ครั้งหนึ่งชัยคฺอัซซามได้กล่าวว่า “ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองเพิ่งมีอายุเพียง 9 ปีเท่านั้น 7 ปีครึ่งฉันใช้มันไปในญิฮาดที่อัฟกันนี้ อีกปีครึ่งฉันใช้มันไปในญิฮาดที่ปาเลสไตน์ นอกจากนั้นแล้ว...ไม่มีค่าอะไรเลย!”

ชัยคฺอัซซามไม่เพียงแสดงให้ประชาชาตินี้ได้เห็นถึงความกล้าหาญทั้งในคำพูดและการกระทำ แต่ท่านยังแสดงให้เห็นบุคลิกภาพและมารยาทแห่งอิบาดุรเราะฮฺมานที่แข็งกร้าวนักกับศัตรูของดีนนี้ แต่ยอมจำนนอย่างศิโรราบต่อผู้อภิบาลของทุกชีวิต ชัยคฺอัซซามใช้ชีวิตอย่างสมถะที่สุด ท่านถือศีลอดวันเว้นวันตามแบบของนบีดาวุด และให้สิทธิ์แก่มุญาฮิดีนคนอื่นก่อนตนเองเสมอ

ความสมถะและมักน้อยในวิถีชีวิตนี้เป็นสัญลักษณ์ที่เห็นได้ในมุญาฮิดีนเกือบทุกคน นับตั้งแต่อดีตกาลจนปัจจุบัน รวมทั้งมุญาฮิดคนสำคัญของโลกทุกวันนี้อย่างอุซามะฮฺ บิน ลาดิน ชัยคฺอัซซามเคยกล่าวถึงเขาว่า “ขออัลลอฮฺคุ้มครองเขาเถิด...อบูอับดุลลอฮฺ – อุซามะฮฺ บิน ลาดิน ดวงตาของฉันไม่เคยพบใครเหมือนเช่นเขาบนหน้าแผ่นดิน เขาใช้ชีวิตเหมือนเป็นพลเมืองของประเทศที่ยากจนที่สุด เมื่อตอนที่ฉันไปทำฮัจญฺ ฉันเคยไปพักที่บ้านของเขาในญิดดะฮฺ ปรากฏว่าบ้านของเขาไม่มีแม้แต่โต๊ะหรือเก้าอี้สักตัว เขามีภรรยาสี่คน และไม่มีบ้านใครในสี่คนนั้นที่มีโต๊ะหรือเก้าอี้สักตัว! คนงานในอียิปต์หรือจอร์แดนยังจะมีบ้านที่ดีเสียยิ่งกว่าที่อุซามะฮฺมี แต่เห็นเขาเป็นแบบนี้เถอะ หากคุณขอเงินเขาสักล้านเหรียญเพื่อไปให้มุญาฮิดีน เขาจะหยิบเช็คออกมาเซ็นให้คุณในทันที! ”

ข้อมูลจาก http://pee-nu-d.spaces.live.com/


Chat module by BoWoB Chat for Drupal