เอสตานิสเลา โซเรีย จากบาทหลวงสู่ทางนำแห่งอิสลาม
เขียนโดย jihad เมื่อ 28 ตุลาคม, 2009 - 07:50. เขาเคยถูกรู้จักกันดีในชื่อ "คุณพ่อสแตน" (Father Stan) ของชุมชนชาวคริสต์ในเขตใจกลางกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ เดี๋ยวนี้เขากลับใช้ชื่อ "มุฮัมมัด" ตามชื่อของศาสนฑูตผู้ยิ่งใหญ่ของอิสลาม
เมื่อ ปี 2002 เอสตานิสเลา โซเรีย บาทหลวงในเขตปกครองของอาร์คบิชอปแห่งมะนิลา ประกาศเปลี่ยนศรัทธาจากคริสต์ศาสนามาเป็นอิสลาม เขาเปลี่ยนชื่อเป็น มุฮัมมัด โซเรีย ท่ามกลางความตกตะลึงของสมาชิกในตระกูลคาทอลิกที่เคร่งครัดของเขา
"ครอบครัวผมเสียใจมาก ไม่มีใครยอมพูดกับผม มีเพียงภรรยาของญาติผมคนนึงเท่านั้นที่เข้าใจ" โซเรียกล่าว ในขณะที่เพื่อนนักบวชและเพื่อนฝูงอื่นๆ ขุ่นเคืองต่อการตัดสินใจของเขาอย่างมาก
โซเรียบอกว่าเขาตัดสินใจแล้ว และจะไม่หันหลังกลับ ไม่มีอะไรจะมาหยุดยั้งเขาจากการถอดเสื้อคลุมนักบวชคริสต์ออกแล้วหันมารับอิสลามได้
เรื่องนี้เริ่มต้นอย่างท้าทายทีเดียว...
การเปลี่ยนศรัทธาของเขาเริ่มต้นมาจากคำพูดของอดีตผู้นำมุสลิมมินดาเนา นูรมิซซัวรี ที่ประกาศว่า ทุกคนในเกาะมินดาเนาเป็นชาวโมโร (Moro มาจากคำว่า Moor มัวร์ เนื่องจากมุสลิมมัวร์จากอาฟริกาเหนือเคยยึดและปกครองประเทศสเปนช่วงค.ศ.711-1492 เรียกว่าอาณาจักร "อันดาลูเซีย" และเมื่อโลกมุสลิมเสื่อมถอย ยุโรปเจริญขึ้นแทนที่ ต่อมาออกล่าอาณานิคมไปทั่วโลก สเปนมายึดเกาะฟิลิปปินส์ก็เจอว่า ที่เกาะตอนใต้ของฟิลิปปินส์มีชาวมุสลิมอาศัยอยู่ ชาวสเปนเลยเรียกชาวมุสลิมในฟิลิปปินส์ว่า โมโร แผลงมาจากคำว่า มัวร์ มุสลิมที่พวกเขาคุ้นเคยมากว่าพันปี)
โซเรียแย้งผู้นำโมโรว่า ที่มินดาเนายังมีคนอีกตั้งหลายเผ่าพันธุ์เช่น มาโนโบ และ ซามา ช่วงนั้นโซเรียสอนศาสนศาสตร์อยู่ที่มหาวิทยาลัย Ateneo de Manila กรุงมะนิลา
จากนั้นเขาเริ่มศึกษาประวัติศาสตร์มินดาเนาเพื่อยืนยันข้อโต้แย้งของเขาและเป็น หลักฐานทางสังคมวิทยา แต่สิ่งที่เขาค้นพบมิใช่เพียงแค่รู้เรื่องประวัติศาสตร์และสังคมวิทยาเท่า นั้น โซเรียได้ค้นพบอย่างอื่นด้วย
"ผมพบว่าข้อกล่าวหาต่างๆ ต่อชาวมุสลิมนั้นไม่จริงเลย พวกเขาโดนกดขี่จากพวกล่าอาณานิคม"
"ผมคิดว่าพวกมุสลิมน่ะโง่และก็ไม่ค่อยได้รับรู้ข่าวสาร ผมเลยมีความคิดอยากเปลี่ยนคนพวกนี้ให้เป็นคริสเตียน" โซโรกล่าว
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงข้ามกับความตั้งใจของเขา
กอสเปลที่ต่างกัน
โซเรียเริ่มต้นศึกษาอิสลามด้วย "คือผมคล่องภาษาละติน กรีก และฮีบรูมาก่อนแล้ว ผมว่าเรียนภาษาอารบิกน่ะง่ายนิดเดียว (รากภาษาคล้ายกัน) ผมต้องการแปลงานเขียนภาษาอารบิกเป็นภาษาอังกฤษ รวมทั้งแปลงานเขียนของตะวันตกอย่าง เอ็กซิสแองเจลิสม์ไปเป็นภาษาอารบิก แต่ผมก็พบว่ายากพอสมควร" เขาเชื่อว่าการแปลงานเขียนของตะวันตกเป็นภาษาอารบิกจะทำให้ชาวมุสลิมในมินดาเนาหันมาศรัทธาในศาสนาคริสต์มากกว่าอิสลาม
"ผมต้องการเปิดหัวใจพวกเขาสู่คริสตศาสนา เพราะผมได้ยินเรื่องเสียๆ หายๆ ของมุสลิมมานักต่อนัก ผมบอกกับตัวเองว่าต้องให้การศึกษาแก่พวกมุสลิม"
แต่เมื่อยิ่งศึกษาลึกลงไป โซเรียกลับพบว่า พวกที่ถูกเรียกว่า "บิดาแห่งคริสตจักร" อย่างเช่น เซนต์โทมัส อากินัส (Saint Thomas Aquinas) กลับได้ความรู้มาจากปรัชญาในอิสลาม
โซโรยังอ่านกอสเปลของนักบุญ บาร์นาบาส (Barnabas) ซึ่งระบุว่าพระเยซูมิได้เสียชีวิตบนไม้กางเขน ท่านถูกนำตัวขึ้นไปไว้บนสวรรค์ก่อนหน้านั้นแล้ว ผู้ที่ถูกตรึงกางเขนคือ จูดาส อิสคาเรียต (Judas Iscariot) ผู้ทรยศต่างหาก กอสเปลฉบับนี้ยังได้พยากรณ์ถึงการมาของมุฮัมมัด
นักวิชาการส่วนใหญ่ทั้งของคริสต์และอิสลามต่างก็ลงความเห็นว่ากอสเปลฉบับนี้ถูก ปลอมแปลงขึ้นมา มีเพียงนักวิชาการมุสลิมจำนวนน้อยเท่านั้นที่เชื่อว่าเป็นกอสเปลฉบับจริง
สงสัยในตรีเอกานุภาพ
โซเรียบอกว่า เขามีความสงสัยในคำสอนของคริสต์ศาสนามาตั้งแต่เริ่มเทรนเป็นนักบวชใหม่ๆ คำถามที่สำคัญก็คือเรื่อง ตรีเอกานุภาพ (Trinity) ความจริงเขาเคยถกกับพ่อของเขาเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนอายุเพียง 21 ปี แต่การเติบโตในครอบครัวคาทอลิกที่เคร่งครัดมีอิทธิพลทำให้เขาเข้าสู่วงการ ศาสนา อย่างไรก็ตามนั่นก็มิได้ทำให้เขาหยุดถามเกี่ยวกับคำสอน
โซเรียเป็นบาทหลวงในปี 1988
เขาทำงานเป็นบาทหลวงในคริสตจักรแขวง Taguig และที่เมือง
แต่บรรยากาศเสรีประชาธิปไตยที่มหาวิทยาลัยกลับยิ่งทำให้เขายิ่งเด็ดเดี่ยวต่อการตัดสินใจที่นำไปสู่การเปลี่ยนศรัทธาเป็นศาสนาอิสลาม
จบความสงสัยทั้งปวง
โซเรียเปลี่ยนเป็นมุสลิมในวันที่ 2 กันยายน 2002 คือประมาณ 14 ปีหลังจากบวชเป็นบาทหลวงของคริสต์
ตอนนี้ช่างต่างกับตอนที่เขาเป็นบาทหลวงที่มีความสงสัยไม่เลิกรา การเปลี่ยนมารับอิสลามคือสิ่งที่เขามั่นใจอย่างที่สุด โซเรียกล่าว
ตอนนี้เขาใช้ชีวิตแบบมุสลิม ไปเมกกะกับกลุ่มดะวะฮ์มาแล้วหลายครั้ง
แต่งงานมีครอบครัว
ปี 2004 โซเรียแต่งงานกับ ฮันน่าห์ หญิงสาววัย 24 ปี
ตอนเป็นบาทหลวงโซเรียต้องครองตัวโสด แต่เมื่อเป็นมุสลิมเขาปฏิบัติตามคำสอนในอัล-กุรอาน การมีครอบครัวเป็นเรื่องปกติของมนุษย์โลก ไม่ใช่เรื่องที่น่ารังเกียจ
สิ่งที่มุสลิมควรเรียนรู้จากคริสเตียน
โซเรียบอกว่าหากมีอะไรที่มุสลิมต้องเรียนรู้จากคริสเตียนแล้วละก้อ สิ่งนั้นก็คือ ระบบการบริหาร เขาบอกว่าโครงสร้างที่ดีจะช่วยให้การเผยแพร่อิสลามก้าวหน้ากว่านี้มาก ดังเช่นระบบการบริหารที่ดีมากๆ ของคริสเตียนทำให้ศาสนาคริสต์เผยแพร่ไปอย่างรวดเร็ว
อย่างเช่น มุสลิมต้องตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นทุกมุมโลก ดังเช่นที่มิชชันนารีคริสต์ทำ "ทำไมประเทศมุสลิมทั้งหลายถึงไม่ผลิตครูสอนศาสนาแล้วก็ทำแบบที่มิชชันนารีคริสเตียนทำเล่า?" โซเรียตั้งคำถาม (ประมาณว่าสินค้าดี แต่โปรโมทไม่เป็น - ผู้แปล)
ยังคงเป็น "คุณพ่อสแตน"
แม้เขาจะเปลี่ยนชื่อมุฮัมมัดแล้ว เพื่อนๆ ของโซเรียก็ยังเรียกเขาว่า คุณพ่อสแตน แม้แต่ชาวมุสลิมก็ยังเรียกเขาแบบนี้
"เพื่อนๆ ชาวอาหรับบอกว่า ผมไม่ควรเปลี่ยนชื่อ เพื่อที่ใครๆ จะได้รู้ว่า ผมเคยเป็นบาทหลวงคาทอลิกก่อนหันมารับอิสลาม" เขากล่าว
"พวกอาหรับเค้าภูมิใจน่ะ" โซเรียบอก
แปลและเรียบเรียงโดย วาริษาฮ์ อัมรีล www.newmuslimthailand.com
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 1114 ครั้ง


ความเห็นล่าสุด
25 weeks 6 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 36 weeks ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน