ดร.ฟิเดลมา โอ'เลียรี
เขียนโดย jihad เมื่อ 27 กรกฎาคม, 2009 - 01:23.
ดร.ฟิเดลมา โอ'เลียรี เป็นศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยเซนต์เอ็ดเวิร์ด ออสติน, เท็กซัส, สหรัฐอเมริกา นักวิทยาศาสตร์สตรีผิวขาว ผมบลอนด์ ผู้เกิดและเติบโตในไอร์แลนด์ ในครอบครัวคาทอลิกเคร่งศาสนา และเปลี่ยนมาเป็นมุสลิมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์
"ฉันไม่ได้เกิดในร่มเงาแห่งอิสลาม แต่ฉันเลือกอิสลามเป็นทางนำของชีวิต" เธอกล่าว
ก่อนอ่านเรื่องราวของเธออยากให้ทุกคนได้ดูวีดิโอการทำฮัจย์ของเธอเมื่อปี 2002 ก่อน สารคดีชุดนี้ผลิตโดย National Geographic หลัง เกิดเหตุการณ์ 9/11 ได้ไม่นาน ซึ่งตอนนั้นดร.ฟิเดลมารู้สึกว่าเธอควรออกมายืนอยู่แถวหน้าเพื่อให้คนทั่วไป ได้เห็นความจริงแห่งอิสลาม สารคดีชุดนี้เป็นเรื่องราวการทำฮัจย์ของฮุจยาต 3 คน ได้แก่ นักธุรกิจชาวมาเลเซีย, ชาวผิวดำจากอาฟริกาใต้, และ ดร.ฟิเดลมา สตรีอเมริกันผิวขาว ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า
"อิสลามเป็นพัฒนาการทางความเชื่อที่ฉันประสบ อิสลามเข้ากันได้ดีกับฉัน และฉันก็รู้สึกถึงความสงบและสันติภายในใจกับศาสนาของฉัน" เธอกล่าวกับผู้ฟังในห้องประชุม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายของเธอใน "จิฮาดของสตรีอเมริกัน" (An American Woman's Jihad) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2005
"แต่ เป็นการเดินทางที่ยาวนาน และต่อสู้เพื่อสละความต้องการของฉันเพื่อพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ฉันถูกเลี้ยงดูมาในสิ่งแวดล้อมที่บอกว่าห้ามสงสัยเกี่ยวกับศาสนา แต่ตอนนั้นฉันเป็นวัยรุ่น ฉันก็ต้องเป็นกบฏต่อกฎต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กวัยนั้น ฉันเริ่มคิด เริ่มสงสัย"
ตอนเรียนปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยไอร์แลนด์ (
จากนั้นเธอเริ่มศึกษาศาสนาต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบ เธอได้อ่านอัล-กุรอาน ที่เพื่อนมอบให้ และก็ยอมจำนนต่อพระวจนะในอัล-กุรอานโดยสิ้นเชิง
"มีความสวยงามอยู่ในทุกศาสนา แต่อิสลามเป็นหนทางที่รวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน" เธออธิบาย "เมื่อฉันได้อ่านอัล-กุรอาน ทุกๆ อย่างเป็นหนึ่งเดียว มีพระเจ้าเพียงองค์เดียว, มนุษยชาติเดียว, และข่าวสารหนึ่งเดียวเท่านั้น"
แม้การค้นพบอิสลามของเธอช่างง่ายดาย ฟิเดลมากลับพบว่าการเปลี่ยนศาสนานั้นยากยิ่ง พ่อแม่ของเธอเป็นคาทอลิกเคร่งศาสนา ทั้งสองไม่ยินดีกับการที่เธอหันมารับอิสลาม "นั่นคือจิฮาดแรกและการต่อสู้อย่างอดทนครั้งแรกในฐานะมุสลิมของฉัน" เธอบอก
ในอิสลาม ญิฮาด หมายถึง การต่อสู้, ต่อสู้กับภายในจิตใจเพื่อปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นและอดทนต่อความยากลำบาก
และผ่านไป 20 ปีเศษ พ่อแม่เธอเคยชินกับการที่เธอเป็นมุสลิมแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนศาสนา
หลังจบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไอร์แลนด์ เธอย้ายมาสหรัฐฯ ศึกษาต่อปริญญาโทและเอกที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส เมืองฮิวสตัน, รัฐเท็กซัส
ดร.ฟิเดลมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเสรีภาพแห่งศรัทธา (Freedom of Faith Foundation), องค์กรด้านการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนา
เธอหย่าขาดจากสามีในปี 1994 ทั้งคู่มีลูกด้วยกันสองคน ลูกชายชื่อ ยูซุฟ, อายุ 26 ปี, และลูกสาวชื่อ ซาราห์, อายุ 24 ปี, ทั้งคู่ถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กมุสลิม
เมื่อถูกถามความเห็นในฐานะนักวิทยาศาสตร์และผู้อยู่ใต้ร่มเงาศาสนา ดร.ฟิเดลมาตอบว่า "ฉัน คิดว่า ความรู้และปัญญาทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ พวกเรานักวิทยาศาสตร์เพียงแค่พยายามค้นหาออกมาเท่านั้น ฉันไม่เห็นความขัดแย้งในเรื่องนี้เลย"
เธอกล่าวถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์ในสารคดีฮัจย์ของ National Geographic ว่า "พิธี ฮัจย์เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ฉันรู้สึกว่าการต้องถูกจับตาโดยกล้องตลอดเวลาทำให้วอกแวกได้ แต่เพราะอิสลามถูกเข้าใจผิดและถูกบิดเบือนอย่างมากแล้ว ฉันเลยต้องยอมใช้ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์" เธอกล่าว
ตอนขอวีซ่าทำฮัจย์ เธอต้องมีใบรับรองการเป็นมุสลิมจากมัสยิดในเท็กซัส และลูกชายของเธอต้องเขียนหนังสืออนุญาตให้เธอไปทำฮัจย์ได้
"ไม่มีใครยอมทนมาใช้ชีวิตร้อนระอุกลางทะเลทรายร่วมกับมนุษย์อีก 3 ล้านคนหรอก หากไม่ใช่ทำเพื่อพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า" เธอกล่าวในสารคดีชุดนี้ มุสลิมทุกคนยอมอดทนกับความยากลำบากเพื่อเดินตามรอยเท้าของศาสนฑูตอิบรอฮีม (อับราฮัม) และมุฮัมหมัดในพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้
"ฉันละหมาดหันมาทางกะบะฮ์วันละ 5 เวลา...ปีแล้ว...ปีเล่า" เธอกล่าว "และ นี่...ไม่อยากเชื่อเลย...ไม่น่าเชื่อเลย...ตอนนี้ฉันมายืนอยู่ตรงหน้ากะบะ ฮ์แล้ว ช่างเป็นความตื่นเต้นและเป็นความรู้สึกที่วิเศษสุดในชีวิต"
และนาทีที่เธอยืนอยู่บนเนินเขาอาราฟัต "ฉันพบว่าตัวเองได้มายืนสารภาพต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง" ดร.ฟิเดลมาหวนนึกถึงการสารภาพบาปสมัยเป็นคาทอลิก
เธอบอกว่า สารคดีชุดนี้ท้าทายต่อภาพพจน์ที่คนทั่วไปมีต่อชาวมุสลิม และทำให้หลายๆ คนหันมาคำนึงถึงศาสนา
"ต่อไปจะมีฮุจยาตผมสีทอง ตาสีเขียวมาที่นี่กันมากมาย ทั้งมุสลิมตาสีฟ้าจากอังกฤษ มุสลิมผมแดงจากอเมริกา จะมีหลากหลายแบบนี้มากมายขึ้นเรื่อยๆ, ฉันคิดงี้นะ"
และดร.ฟิเดลมาก็ตั้งใจว่าจะกลับไปยี่ยม 'บ้านของอัลลอฮ' อีกครั้ง
แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล
คัดลอกจาก www.newmuslimthailand.com
- แสดงความคิดเห็น
- อ่าน 899 ครั้ง

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 6 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 36 weeks ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 5 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน