ดร.ฟิเดลมา โอ'เลียรี

       ดร.ฟิเดลมา โอ'เลียรี เป็นศาสตราจารย์ภาควิชาชีววิทยา มหาวิทยาลัยเซนต์เอ็ดเวิร์ด ออสติน, เท็กซัส, สหรัฐอเมริกา นักวิทยาศาสตร์สตรีผิวขาว ผมบลอนด์ ผู้เกิดและเติบโตในไอร์แลนด์ ในครอบครัวคาทอลิกเคร่งศาสนา และเปลี่ยนมาเป็นมุสลิมสมัยเรียนมหาวิทยาลัยในไอร์แลนด์

       "ฉันไม่ได้เกิดในร่มเงาแห่งอิสลาม แต่ฉันเลือกอิสลามเป็นทางนำของชีวิต" เธอกล่าว

       ก่อนอ่านเรื่องราวของเธออยากให้ทุกคนได้ดูวีดิโอการทำฮัจย์ของเธอเมื่อปี 2002 ก่อน สารคดีชุดนี้ผลิตโดย National Geographic หลัง เกิดเหตุการณ์ 9/11 ได้ไม่นาน ซึ่งตอนนั้นดร.ฟิเดลมารู้สึกว่าเธอควรออกมายืนอยู่แถวหน้าเพื่อให้คนทั่วไป ได้เห็นความจริงแห่งอิสลาม สารคดีชุดนี้เป็นเรื่องราวการทำฮัจย์ของฮุจยาต 3 คน ได้แก่ นักธุรกิจชาวมาเลเซีย, ชาวผิวดำจากอาฟริกาใต้, และ ดร.ฟิเดลมา สตรีอเมริกันผิวขาว ผมบลอนด์ ตาสีฟ้า

       "อิสลามเป็นพัฒนาการทางความเชื่อที่ฉันประสบ อิสลามเข้ากันได้ดีกับฉัน และฉันก็รู้สึกถึงความสงบและสันติภายในใจกับศาสนาของฉัน" เธอกล่าวกับผู้ฟังในห้องประชุม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบรรยายของเธอใน "จิฮาดของสตรีอเมริกัน" (An American Woman's Jihad) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2005

       "แต่ เป็นการเดินทางที่ยาวนาน และต่อสู้เพื่อสละความต้องการของฉันเพื่อพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ฉันถูกเลี้ยงดูมาในสิ่งแวดล้อมที่บอกว่าห้ามสงสัยเกี่ยวกับศาสนา แต่ตอนนั้นฉันเป็นวัยรุ่น ฉันก็ต้องเป็นกบฏต่อกฎต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมชาติของเด็กวัยนั้น ฉันเริ่มคิด เริ่มสงสัย"

       ตอนเรียนปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยไอร์แลนด์ (National University of Ireland) เธอตั้งคำถามเกี่ยวกับศาสนาของเธอ "ฉันฟังรายการวิทยุของคอลลินส์ มีคนโทร.เข้าไปถามในรายการว่า 'ผมไม่ค่อยเข้าใจตรงนี้เท่าไหร่ คือ...ก็ในเมื่อจีซัส (พระเยซู) เป็นพระเจ้า แล้วทำไมท่านถึงสวดมนต์อ้อนวอนต่อพระเจ้าล่ะ'"

       จากนั้นเธอเริ่มศึกษาศาสนาต่างๆ เพื่อค้นหาคำตอบ เธอได้อ่านอัล-กุรอาน ที่เพื่อนมอบให้ และก็ยอมจำนนต่อพระวจนะในอัล-กุรอานโดยสิ้นเชิง

       "มีความสวยงามอยู่ในทุกศาสนา แต่อิสลามเป็นหนทางที่รวมทุกอย่างเข้าไว้ด้วยกัน" เธออธิบาย "เมื่อฉันได้อ่านอัล-กุรอาน ทุกๆ อย่างเป็นหนึ่งเดียว มีพระเจ้าเพียงองค์เดียว, มนุษยชาติเดียว, และข่าวสารหนึ่งเดียวเท่านั้น"

       แม้การค้นพบอิสลามของเธอช่างง่ายดาย ฟิเดลมากลับพบว่าการเปลี่ยนศาสนานั้นยากยิ่ง พ่อแม่ของเธอเป็นคาทอลิกเคร่งศาสนา ทั้งสองไม่ยินดีกับการที่เธอหันมารับอิสลาม "นั่นคือจิฮาดแรกและการต่อสู้อย่างอดทนครั้งแรกในฐานะมุสลิมของฉัน" เธอบอก

       ในอิสลาม ญิฮาด หมายถึง การต่อสู้, ต่อสู้กับภายในจิตใจเพื่อปรับปรุงชีวิตให้ดีขึ้นและอดทนต่อความยากลำบาก

       และผ่านไป 20 ปีเศษ พ่อแม่เธอเคยชินกับการที่เธอเป็นมุสลิมแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังไม่ได้เปลี่ยนศาสนา

       หลังจบการศึกษาวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยไอร์แลนด์ เธอย้ายมาสหรัฐฯ ศึกษาต่อปริญญาโทและเอกที่มหาวิทยาลัยเท็กซัส เมืองฮิวสตัน, รัฐเท็กซัส

       ดร.ฟิเดลมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิเสรีภาพแห่งศรัทธา (Freedom of Faith Foundation), องค์กรด้านการศึกษาเพื่อสนับสนุนให้ทุกคนมีเสรีภาพในการเลือกนับถือศาสนา

       เธอหย่าขาดจากสามีในปี 1994 ทั้งคู่มีลูกด้วยกันสองคน ลูกชายชื่อ ยูซุฟ, อายุ 26 ปี, และลูกสาวชื่อ ซาราห์, อายุ 24 ปี, ทั้งคู่ถูกเลี้ยงดูมาแบบเด็กมุสลิม

       เมื่อถูกถามความเห็นในฐานะนักวิทยาศาสตร์และผู้อยู่ใต้ร่มเงาศาสนา ดร.ฟิเดลมาตอบว่า "ฉัน คิดว่า ความรู้และปัญญาทั้งหมดเป็นของอัลลอฮ พวกเรานักวิทยาศาสตร์เพียงแค่พยายามค้นหาออกมาเท่านั้น ฉันไม่เห็นความขัดแย้งในเรื่องนี้เลย"

       เธอกล่าวถึงการเป็นพรีเซ็นเตอร์ในสารคดีฮัจย์ของ National Geographic ว่า "พิธี ฮัจย์เป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ฉันรู้สึกว่าการต้องถูกจับตาโดยกล้องตลอดเวลาทำให้วอกแวกได้ แต่เพราะอิสลามถูกเข้าใจผิดและถูกบิดเบือนอย่างมากแล้ว ฉันเลยต้องยอมใช้ตัวเองเป็นพรีเซ็นเตอร์" เธอกล่าว

       ตอนขอวีซ่าทำฮัจย์ เธอต้องมีใบรับรองการเป็นมุสลิมจากมัสยิดในเท็กซัส และลูกชายของเธอต้องเขียนหนังสืออนุญาตให้เธอไปทำฮัจย์ได้

       "ไม่มีใครยอมทนมาใช้ชีวิตร้อนระอุกลางทะเลทรายร่วมกับมนุษย์อีก 3 ล้านคนหรอก หากไม่ใช่ทำเพื่อพระประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า" เธอกล่าวในสารคดีชุดนี้ มุสลิมทุกคนยอมอดทนกับความยากลำบากเพื่อเดินตามรอยเท้าของศาสนฑูตอิบรอฮีม (อับราฮัม) และมุฮัมหมัดในพิธีศักดิ์สิทธิ์นี้

       "ฉันละหมาดหันมาทางกะบะฮ์วันละ 5 เวลา...ปีแล้ว...ปีเล่า" เธอกล่าว "และ นี่...ไม่อยากเชื่อเลย...ไม่น่าเชื่อเลย...ตอนนี้ฉันมายืนอยู่ตรงหน้ากะบะ ฮ์แล้ว ช่างเป็นความตื่นเต้นและเป็นความรู้สึกที่วิเศษสุดในชีวิต"

       และนาทีที่เธอยืนอยู่บนเนินเขาอาราฟัต "ฉันพบว่าตัวเองได้มายืนสารภาพต่อพระผู้เป็นเจ้าอีกครั้งหนึ่ง" ดร.ฟิเดลมาหวนนึกถึงการสารภาพบาปสมัยเป็นคาทอลิก

       เธอบอกว่า สารคดีชุดนี้ท้าทายต่อภาพพจน์ที่คนทั่วไปมีต่อชาวมุสลิม และทำให้หลายๆ คนหันมาคำนึงถึงศาสนา

       "ต่อไปจะมีฮุจยาตผมสีทอง ตาสีเขียวมาที่นี่กันมากมาย ทั้งมุสลิมตาสีฟ้าจากอังกฤษ มุสลิมผมแดงจากอเมริกา จะมีหลากหลายแบบนี้มากมายขึ้นเรื่อยๆ, ฉันคิดงี้นะ"

       และดร.ฟิเดลมาก็ตั้งใจว่าจะกลับไปยี่ยม 'บ้านของอัลลอฮ' อีกครั้ง

แปลโดย วาริษาฮ์ อัมรีล

คัดลอกจาก www.newmuslimthailand.com


 

ตอบ

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ
CAPTCHA
กรุณากรอกข้อความให้ถูกต้อง

Chat module by BoWoB Chat for Drupal