แก่นแท้ของซิกิรฺและดุอาอ์

ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวความว่า : "การขอดุอาอ์นั้นเป็นอิบาดะฮฺ" แล้วท่านก็อ่านอายะฮฺ

«وَقَالَ رَبُّكُمُ ادْعُوْنِي أَسْتَجِبْ لَكُمْ، إِنَّ الَّذِيْنَ يَسْتَكْبِرُوْنَ عَنْ عِبَادَتِي سَيَدْخُلُوْنَ جَهَنَّمَ دَاخِرِيْنَ» (غافر : 60)

ความว่า "และพระเจ้าของพวกท่านได้ตรัสว่า จงวิงวอนขอต่อข้าเถิด แล้วข้าจะตอบรับคำวิงวอนของพวกเจ้า ส่วนบรรดาผู้โอหังต่อการเคารพภักดีแก่ข้านั้น พวกเขาจะต้องเข้าไปอยู่ใน นรกญะฮันนัมในสภาพที่ต่ำต้อย" (สูเราะฮฺ ฆอฟิรฺ : 60) (บันทึกโดย อบูดาวูด, อัต-ติรมิซีย์ ดู เศาะหีหฺ อัต-ตัรฆีบ : 1627)

ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ได้กล่าวความว่า :

“ไม่มีสิ่งใดที่มีเกียรติใน ทัศนะของอัลลอฮฺเหนือกว่าการขอดุอาอ์ของบ่าวต่อพระองค์” (หะสัน บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ 3429)

ท่านมุอาซ บิน ญะบัล กล่าวความว่า:

“ไม่มีสิ่งใดที่จะปกป้องคนหนึ่งๆจากการลงโทษของอัลลอฮฺดีไปกว่าการซิกิรต่ออัลลอฮฺ” (อัต-ติรมิซีย์ 2437)

พึงทราบเถิดว่า แก่นแท้ของการซิกิรฺและความลับของการขอดุอาอ์นั้นคือการกล่าวคำขอดุอาอ์และซิกิรฺของผู้ใดผู้หนึ่ง ที่สามารถเสริมสร้างจิตใจของเขาในด้าน :

1. การยอมรับในเอกภาพ(เตาฮีด)ของอัลลอฮฺ โดยไม่ตั้งภาคีกับสิ่งใดๆ กับพระองค์

2. การมอบตน(ตะวักกัล)ต่ออัลลอฮฺแต่เพียงพระองค์เดียว

3. เพียงพอพร้อมกับเชื่อมั่นว่าอัลลอฮฺทรงเคียงข้างบ่าวที่ขอดุอาอ์ต่อพระองค์เสมอ

4. เพียงพอและเชื่อมั่นต่อการคุ้มครองและความช่วยเหลือของอัลลอฮฺเท่านั้น ไม่ว่าในดุนยาหรืออาคิเราะฮฺ

ดังนั้นผู้ใดที่ขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺด้วยความรู้สึกดังกล่าว ก็หมายความว่าดุอาอ์ของเขาจะถูกตอบรับอย่างแน่นอน ไม่ว่าในโลกดุนยาหรืออาคิเราะฮฺ และผู้ใดที่ยังไม่มีความรู้สึกดังกล่าวในจิตใจ ก็หมายความว่าเขายังมิได้ขอดุอาอ์ต่ออัลลฮฺอย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าลิ้นของเขาจะเปียกแฉะด้วยการกล่าวบทดุอาอ์ที่มากมาย ไม่ว่าจะในหรือนอกละหมาด

ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวความว่า:

“พวกท่านจงขอดุอาอ์ต่ออัลลอฮฺด้วยความเชื่อมั่นต่อการตอบรับของพระองค์ และพึงทราบเถิดว่า อัลลอฮฺจะไม่ทรงตอบรับดุอาอ์จากจิตใจที่หลงลืมและไม่อยู่กับเนื้อกับตัว” (หะสัน บันทึกโดย อะหฺมัด 3/17 อัต-ติรมิซีย์ 3545)

ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวความว่า :

“ดุอาอ์นั้นเป็นประโยชน์ต่อ สิ่งที่ได้ประสบกับบ่าวคนหนึ่งและสิ่งที่ยังไม่ใด้ประสบกับเขา ดังนั้นโอ้บ่าวของอัลลอฮฺจงหมั่นขอดุอาอ์เถิด” (หะสัน บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ อัล-หากิม ดู เศาะหีหฺ อัต-ตัรฆีบ 1634)

ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม กล่าวความว่า :

“ไม่มีมุสลิมคนใดที่ขอดุอาอ์ด้วยดุอาอ์ที่ไม่เป็นบาปและไม่มีการตัดสัมพันธ์กัน นอกจากอัลลอฮฺจะทรงประทานหนึ่งในสามประการแก่เขา :

1. พระองค์จะทรงประทานตามที่เขาขอทันที

2. หรือพระองค์จะทรงเก็บมันไว้เพื่อมอบให้แก่เขาในวันอาคิเราะฮฺ

3. หรือพระองค์จะทรงคุ้มครองเขาจากความชั่วร้ายที่เท่าเทียมกับดุอาอ์ที่เขาได้ขอไว้

บรรดาเศาะหาบะฮฺกล่าวขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้นเราจะขอดุอาอ์ให้มากๆ” ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิ วะสัลลัม ก็กล่าวว่า “ความกรุณาของอัลลอฮฺมีมากกว่านั้นอีก” (หะสัน เศาะหีหฺ ดู เศาะหีหฺ อัต-ตัรฆีบ 1633)

ตอบ

เนื้อหาของข้อมูลนี้ถูกรักษาเป็นความลับและไม่แสดงต่อสาธารณะ
CAPTCHA
กรุณากรอกข้อความให้ถูกต้อง

Chat module by BoWoB Chat for Drupal