แปลและเรียบเรียงโดย อิคลาศ iklas4you@gmail.com
เขียนโดย Muhammed Ali จาก www.aljazeera.net
จากเหตุการณ์การเปิดฉากถล่มฉนวนกาซ่าของอิสราเอลในสี่ห้าวันที่ผ่านมา ส่งผลทำให้ยอดจำนวนผู้เสียชีวิตได้เพิ่มขึ้นเป็น 400 กว่าคนและบาดเจ็บมากกว่า 2000 กว่าคนแล้ว มุฮัมมัด อะลี ทนายความและนักวิจัยเกี่ยวกับสื่อของ Oxfam ซึ่งเป็นหนึ่งในพลเมืองที่อาศัยอยู่ในฉนวนกาซ่า จะมาเล่าถึงประสบการณ์ที่เขาพบเจอตลอดสามวันที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก และเอามาถ่ายทอดเป็นบันทึกไดอารี่ให้พี่น้องได้รับรู้ถึงส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องมุสลิมในฉนวนกาซ่า
เช้าวันนี้ฉันกำลังพักผ่อนอยู่ในบ้าน เวลาสิบเอ็ดโมงครึ่งแล้ว บนท้องถนนเต็มไปด้วยเด็กๆ ที่กำลังทยอยกันเดินกลับบ้านหลังจากเรียนเสร็จในช่วงเช้า
ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดลูกใหญ่ก็ดังขึ้น ตามมาด้วยลูกที่สอง สาม ...แรงระเบิดทำให้หน้าต่างในห้องนอนของฉันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ฉันรีบลุกนอนทันทีและลองเปิดทีวีดู แต่ก็ใช้ไม่ได้ เพราะไฟฟ้ามีปัญหา ฉันเดินไปเดินมารอบๆห้องพักอย่างไม่ได้สติและวิตกกังวลกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา เวลานั้นฉันไม่รู้เลยว่าจะต้องทำอย่างไรดี...

เสียงระเบิดเริ่มดังถี่ขึ้นและใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ฉันออกมาหน้าประตูบ้าน เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า สิ่งที่เห็นคือควันดำลอยฟุ้งเต็มท้องฟ้าไปหมด
ฉันพยายามมองหาใครสักคนเพื่อที่จะรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ จนกระทั่งเจอพี่น้องท่านหนึ่งและได้รู้ว่า เสียงระเบิดนั้นมาจากเครื่องบินรบอิสลราเอลที่ระดมโจมตีอาคารสถานีตำรวจและบ้านพักต่างๆของบรรดาผู้นำฮามาส รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆในฉนวนกาซ่าอีกด้วย
ต่อมาฉันก็รู้ว่าระเบิดเหล่านั้นได้โจมตีสถานีตำรวจอับบาส ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของฉันเพียงแค่ 300ม. เท่านั้นเอง...
สิ่งแรกที่ฉันนึกออกตอนนั้นคือต้องรีบโทรศัพท์หาภรรยา และถามข่าวคราวเกี่ยวกับเธอและลูกเล็กๆของเราอีกสองคนว่าเป็นอย่างไรกันบ้าง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อกันได้เพราะสัญญาณโทรศัพท์มีปัญหา แต่อัลฮัมดุลิลลาฮฺที่สุดท้ายเราสามารถติดต่อกันได้ และเธอบอกว่าพวกเราทั้งหมดปลอดภัยดีไม่ต้องเป็นห่วง และตอนนี้ได้พักอยู่กับครอบครัวของเธอที่ Khan Younis ทางตอนใต้ของกาซ่า แต่พวกก็เรารู้สึกตกใจและวิตกกังวลกับสิ่งที่เกิดขึ้นมากเช่นเดียวกัน

เธอบอกฉันว่าเธอรู้สึกสลดใจเป็นอย่างมากและร้องไห้ทุกครั้งเมื่อเห็นภาพศพของพี่น้องมุสลิมที่เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้ เธอบอกว่าพี่น้องของเราได้เสียชีวิตไปแล้วอย่างน้อย 50 คน
ตอนนี้ฉันรู้สึกโล่งอกว่าภรรยาและลูกๆ ของฉันทุกคนปลอดภัย แต่คนอื่นๆหล่ะ ทั้งน้องสาวของฉันและครอบครัวของเธอ รวมถึงคนอื่นๆในกาซ่าซึ่งยังไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรกันบ้าง อัลฮัมดุลิลลาฮฺอีกครั้งเมื่อได้รู้ว่าน้องสาวของฉันทั้งสองคนและลูกๆของเธอปลอดภัย แต่ทุกคนก็ตกใจกลัวเป็นอย่างมาก...
อยู่ในสภาวะช็อก
ฉันยืนอยู่หน้าบ้านในสภาพที่ช็อกและตกใจอย่างบอกไม่ถูก ได้ยินเสียงหวีดร้องของพี่น้องมุสลิมะฮฺท่านหนึ่งตะโกนอย่างดังว่า "มุฮัมมัดตายแล้ว" มุฮัมมัดฮับบุช เพื่อนบ้านวัย 26 ปีของฉันเอง! ฉันรู้สึกสลดใจเพราะเพื่อนรักคนนี้ ฉันสนิทและรู้จักกับเขาเป็นอย่างดี…
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป ฉันได้รับข้อความจากโทรศัพท์มือถือ บอกว่าเพื่อนรักของฉันอีกคนหนึ่ง ได้เสียชีวิตแล้ว อินนา ลิลลาฮฺ วะอินนา อิลัยฮิ รอญิอูน...

ครอบครัวของฉันได้เดินทางจาก Khan Younis มาถึงบ้านแล้วในเย็นวันนั้นด้วยความช่วยเหลือจากอัลลอฮฺ ฉันรู้สึกโล่งอกและดีใจมากที่ได้พบหน้าพวกเขาอีกครั้งหนึ่ง
พวกเราต่างนั่งน้ำตาซึมและสลดใจในทุกครั้งที่ได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้น ฉันพยายามเก็บความรู้สึกกลัวไว้ในใจเพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นๆ รู้ จริงๆ แล้วฉันกลัวและกังวลอย่างเป็นที่สุด แต่เพราะไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอของคนที่เรียกว่าเป็นผู้นำครอบครัว เพราะมันอาจจะทำให้ทุกคนรู้สึกยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ ทุกคนต่างเศร้าและเสียใจมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น…
เวลาประมาณห้าทุ่มของวันนั้น โทรศัพท์มือถือของภรรยาดังขึ้น มันเป็นข้อความเสียงจากกองทัพอิสราเอลซึ่งบอกให้ทุกคนกำจัดและทิ้งอาวุธออกจากที่พักโดยเร็วที่สุด มิเช่นนั้นที่พักนั้นจะเป็นเป้าหมายโจมตีของพวกมัน.. ฉันบอกภรรยาว่าเราไม่ต้องกลัวหรอกเพราะบ้านเราก็ไม่มีอาวุธใดๆ อยู่แล้ว สักพักไม่กี่นาทีต่อมาพ่อของฉันอยู่อาศัยอยู่ในห้องด้านบนของตึกเดียวกันบอกว่าท่านก็ได้รับข้อความที่ว่าเช่นเดียวกัน มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกกลัวและวิตกขึ้นมาว่า ต่อแต่นี้ไป ใครจะเป็นเป้าหมายต่อไปของอิสราเอล!
แต่แน่แท้อัลลอฮฺย่อมช่วยเหลือบรรดาผู้ศรัทธาอย่างแน่นอนที่สุด...
คืนนี้เป็นคืนที่สองแล้วที่อิสราเอลยังคงถล่มฉนวนกาซ่า เมื่อใดที่ฉันอยากจะนอนพักบ้าง ฉันก็กลัวว่าจะไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีก จึงได้แค่นอนหลับๆ ตื่นๆ ราวกับว่านอนหลับตาแค่ข้างเดียว เพราะเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของฉัน...
และก็อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงที่ฉันต้องตกใจตื่น ด้วยเพราะเสียงระเบิดที่มาจากการโจมตีอันต่อเนื่องตลอดทั้งคืน...

ฉันตกใจตื่นขึ้นมาอย่างลุกลี้ลุกล้น และรีบตรวจดูความปลอดภัยของคนในครอบครัวของฉัน และคิดอยู่ตลอดว่าบ้านของเราคงจะเป็นเหยื่อรายต่อไปที่จะถูกถล่มโดยเครื่องบินรบของอิสราเอล ขอให้อัลลอฮฺทรงคุ้มครองพวกเราด้วยเถิด...
ในช่วงเช้าตรู่ของวันใหม่ ฉันตกใจตื่นและรีบมองหาลูกน้อยวันสิบห้าเดือนที่กำลังคลานรอบๆห้องพัก ฉันคว้าเขามากอดไว้ในอ้อมแขนซะจนแน่น จนกระทั่งเขาผลอยหลับไปในที่สุด
แม่ของฉันได้เรียกให้พวกเราไปทานอาหารเช้าร่วมกัน ทุกคนต่างไปรวมตัวกันที่โต๊ะอาหารและทานอาหารพร้อมกัน มันอาจจะไม่ใช่มื้อเช้าที่อร่อยสักเท่าไหร่แต่เราก็จำเป็นต้องทาน แม่ของฉันซึ่งท่านมีอาการของโรคหัวใจอยู่ด้วย เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนว่าเธอตกใจตื่นพร้อมกับหัวใจที่เต้นสั่นอย่างแรงในทุกครั้งที่เครื่องบินรบของอิสราเอลได้ยิงถล่มไปยังเป้าหมายโดยเฉพาะเมื่อเป้าหมายนั้นเริ่มใกล้เข้ามายังบ้านของพวกเรามากขึ้นเรื่อยๆ
เสบียงเริ่มหมดแล้ว
ไม่ใช่ความลับอะไรที่จะบอกว่าพี่น้องในฉนวนกาซ่านั้นได้ฝากท้องของพวกเขากับเสบียงและข้าวของต่างๆ ที่ส่งผ่านมาทางอุโมงค์พรมแดนระหว่างกาซ่ากับอียิปต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตอนที่อิสราเอลได้เริ่มปิดล้อมพื้นที่ฉนวนกาซ่าให้โดดเดี่ยวตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ทุกคนต่างก็ต้องพึ่งข้าวของที่ส่งผ่านมาทางนี้ทั้งนั้น เมื่อเราได้ยินข่าวว่าอิสราเอลได้ทำลายอุโมงค์นี้ พ่อของฉันท่านก็ได้ออกไปพยายามหาซื้อเสบียงจากร้านขายของมาเก็บตุนไว้กินไว้ใช้ ท่านได้บอกเราว่า ตอนนี้ราคาข้าวของได้เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่าแล้ว สาเหตุก็เนื่องมาจากการที่อิสราเอลได้ถล่มโจมตีอุโมงค์เหล่านี้จนได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้นั่นเอง
ฉันต้องการซื้อผ้าอ้อมสำหรับลูกเล็กทั้งสอง และน้องชายของฉันก็ช่วยออกไปหาและก็ไม่ได้อะไรติดตัวกลับมาเลย ฉันอดคิดไม่ได้ว่าจะต้องมีสักวันหนึ่งที่เราจะไม่มีเชื้อเพลิงไว้ใช้และจะไม่มีอาหารอะไรให้กินเลย อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงมีพระผู้อภิบาลคอยช่วยเหลืออยู่แล้ว ฮัสบิยัลลอฮุ วะนิมัลวะกีล...อัลลอฮฺทรงพอเพียงแล้วสำหรับบรรดาผู้ศรัทธา…
เราได้ยินเสียงประกาศจากรัฐบาลอิสราเอลว่าการถล่มกาซ่าในครั้งนี้จะคงดำเนินต่อไปอีกหลายวันจนกว่าจะมีการร้องขอจากหน่วยงานและองค์กรทั้งภายในประเทศและต่างประเทศต่างๆ เพื่อจะให้พวกเขาหยุดการโจมตีในครั้งนี้

พวกเราได้ยินทั้งเสียงรถพยาบาลและเสียงสัญญาณเตือนภัยอย่างไม่ขาดสาย ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงระเบิด ก็จะตามมาด้วยเสียงของรถพยาบาลร้องเรียกหวอเพื่อขอทาง ฉันรู้สึกสงสารและเศร้าใจทุกครั้งที่รถพยาบาลวิ่งผ่านเราไป ในรถนั้นคงมีพี่น้องมุสลิมผู้บาดเจ็บหรือไม่ก็ผู้ที่เสียชีวิตจากการถล่มอย่างไม่ต้องสงสัย
ฉันมีความรู้สึกกลัวมากขึ้นอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของฉันและเพื่อนพี่น้องร่วมศรัทธาของฉันคนอื่นๆ ซึ่งไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นอย่างไรกันบ้าง บางทีรถพยาบาลคันต่อไปอาจจะมีฉันหรือไม่ก็ใครคนหนึ่งในครอบครัวของฉันหรือแม้แต่พี่น้องร่วมศรัทธาของฉันนอนเจ็บ หรือเสียชีวิตอยู่ในรถคันนั้นก็เป็นได้ แท้จริงชีวิตของเรานั้นเป็นของอัลลอฮฺ และแท้จริงเรานั้นต้องกลับไปหาพระองค์อย่างแน่นอน...
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ
การสรรเสริญเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ คืนนี้เป็นคืนที่สามแล้วที่อิสราเอลได้เปิดฉากถล่มฉนวนกาซ่าอย่างต่อเนื่อง...
ฉันกับภรรยาของฉัน ลูกเล็กๆ อีกสองคน และลูกพี่ลูกน้องของฉันอีกหนึ่ง กำลังนอนหลับอยู่ในบ้านของเราซึ่งเป็นแค่เล็กๆห้องหนึ่ง อยู่ตรงกลางของแฟล็ตแห่งหนึ่งในเมืองกาซ่าซิตี้

ตลอดคืนที่ผ่านมา มีการทิ้งระเบิดจากเครื่องบินรบของอิสราเอลเฉลี่ยแล้วอย่างน้อยสองลูกในสิบนาทีเฉพาะพื้นที่ในเมืองกาซ่าซิตี้เพียงเมืองเดียว
เราได้ยินข่าวจากทางโทรทัศน์ว่ากองกำลังอิสราเอลได้โจมตีมัสยิดหลังหนึ่งในพื้นที่แคมป์ผู้ลี้ภัยทางตอนเหนือของฉนวนกาซ่า และรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รู้ว่าระเบิดได้ทำลายบ้านหลังหนึ่ง และได้คร่าชีวิตน้องสาวในอิสลามของเราซึ่งอยู่ภายในบ้านนั้น 5 คน และสมาชิกของครอบครัวดังกล่าวได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน เราทุกคนต่างพากันร้องไห้ด้วยกันในห้องพักเมื่อรู้ว่าไม่มีใครปลอดภัยเลยสักคนจากการโจมตีครั้งนั้น…
พวกเราเกือบจะไม่ได้หลับเลยตลอดทั้งคืน เพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้นถัดจากที่พักของเรา เครื่องบินรบอิสราเอลได้ทิ้งระเบิดทำลายตึกของมหาวิทยาลัยอิสลามแห่งกาซ่าเสียหายยับเยิน ฉันจบการศึกษาจากที่นี่ และเมื่อได้รู้ว่าจรวดมิสไซลล์ F16 ได้ทำลายสถานที่อันทรงคุณค่านี้ไปแล้ว ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าการระเบิดในครั้งนี้ได้ทำลายความทรงจำต่างๆที่ฉันเคยมีเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ไปหมดสิ้นเสียแล้ว
ฉันโทรศัพท์หาน้องสาวของฉันคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในบริเวณใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย เธอบอกกับฉันว่าเธอกลัวมากและไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรและไม่รู้ว่าจะหนีไปที่ไหน เพราะระเบิดได้ทำลายอาคารรอบๆมหาวิทยาลัยพังเสียหายไปหมดแล้ว
ฉันฟังเสียงของเธอ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะปลอบเธออย่างไรให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง และฉันจะช่วยบรรเทาความเดือนร้อนของพี่น้องร่วมศรัทธาคนอื่นๆได้อย่างไรบ้าง? ในเมื่อไม่มีใครเลยสักคนที่จะแน่ใจได้ว่าตัวเองนั้นจะรอดและปลอดภัยจากการโจมตีครั้งนี้ได้..
และอัลลอฮฺคือผู้ทรงช่วยเหลือที่ดียิ่งและเป็นผู้รับการมอบหมายที่ดีเยี่ยม...