บทความจากบ้านมุสลิมะฮฺ
เมื่อคุณรู้สึกโศกเศร้า พึงระลึกว่า...
เมื่อใดก็ตามที่คุณรู้สึกโศกเศร้า เสียใจ จงอย่าแสวงหา "หนทางที่หะรอม (หนทางที่ชั่วร้าย)" เพื่อที่จะทำให้ตัวเองหลุดพ้นจากความทุกข์ (หรือรู้สึกดีขึ้น) เพราะมันย่อมไม่มีทางที่จะนำมาซึ่งความ "สงบสุข" อย่างที่คุณต้องการ อีกทั้งมันยังอาจสร้างความโกรธกริ้วต่ออัลลอฮฺอีกด้วย ขอเพียงคุณแบกรับสิ่งต่างๆ ไว้ด้วยความอดทน และวิงวอนขอ (ความช่วยเหลือ) ต่ออัลลอฮฺ พึงรู้ว่าชีวิตนี้เป็นเพียง "บททดสอบ" และก่อนที่คุณจะได้รับรู้ถึงมัน มันย่อมเป็นช่วงเวลาี่ที่คุณได้พบกับอัลลอฮฺ (พระผู้เป็นเจ้า) แท้จริงสำหรับบรรดาผู้ที่ฝ่าฝันความยากลำบากทั้งหลายเพื่ออัลลอฮฺนั้นย่อมได้เห็น และ ได้รับผลตอบแทนมากมายอันเนื่องมาจากความพากเพียร อุตสาหะของพวกเขา...ในวันแห่งการตัดสิน แหล่งที่มาเพจ Ideal Muslimah แปลเรียบเรียง بنت الإسلام
สถานะของสตรีในอิสลาม ...
เมื่อเธออยู่ในฐานะ "ลูกสาว" เธอได้เปิดประตูแห่งญันนะฮฺให้แก่บิดาของเธอ
เมื่อเธออยู่ในฐานะ "ภรรยา" เธอได้เติมเต็มความสมบูรณ์แห่งความศรัทธาครึ่งหนึ่งให้แก่สามีของเธอเมื่อเธออยู่ในฐานะ "มารดา" ญันนะฮฺก็อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเธอ หากทุกคนทราบถึง "สถานะที่แท้จริงของสตรีมุสลิมแห่งอิสลาม" แล้ว เป็นไปได้ว่า แม้แต่ "บรรดาบุรุษ" ย่อมปรารถนาที่จะเป็นเช่น "สตรี" (คำกล่าวของ ชัยคฺ อัคฺรอม นะดาวียฺ)
หมายเหตุ ข้อความข้างต้น มิได้มีเจตนาที่จะสนับสนุนให้ผู้ชายปรารถนาที่จะมีพฤติกรรมเช่นสตรี (หรือเบี่ยงเบนทางเพศ) แต่อย่างใด หากแต่เ็ป็นการเปรียบให้เห็นว่า "สถานะของสตรีนั้นสูงส่งเพียงใด" เท่านั้น แหล่งที่มา Say NO to the ban on Niqab and stand up for our sisters แปล بنت الإسلام
นางจะได้อยู่กับสามีในสวนสวรรค์
ช่วงเวลาหนึ่งอัสมา บินติ อบูบักรและสามีของนาง อัซซุบัยรฺ ต้องประสบกับความยากลำบากในการดำเนินชีวิต และมีบางครั้งที่สามีของนางปฏิบัติกับนางด้วยความหยาบกระด้าง ด้วยเหตุนี้ครั้งหนึ่งนางจึงเข้าไปหาบิดาของนาง (ท่านอบูบักรฺ) เพื่อพร่ำบ่นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว และท่านได้กล่าวแก่นางว่า
"ลูกสาวของฉัน จงมีซอบัรฺ (ความอดทน) เถิด เพราะหากสตรีใดที่มีสามีที่ดีมีคุณธรรม และเขาได้เสียชีวิตลง และนางมิได้แต่งงาน (กับผู้ใด) หลังจาก (การเสียชีวิตของ) เขา พวกเขาทั้งสองจะได้อยู่ร่วมกันอีกครั้งในสวนสวรรค์"
คัดลอกและแปลบางส่วนของบทความมาจาก sahaba.net เรื่องราวของอัสมา บินติ อบูบักรฺ
---♥♥--- ---♥♥--- ---♥♥--- ---♥♥--- ---♥♥--- ---♥♥---
เพื่อผู้เป็นที่รัก
โอ้พี่น้องของฉัน เหนื่อยไหม ท้อไหม ล้าไหม กับบททดสอบที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
โอ้พี่น้องของฉัน ลำบากไหม เสียใจไหม ทรมานไหม กับความเจ็บปวดจากทุกก้าวเดินบนหนทางแห่งหวากหนาม
โอ้พี่น้องของฉัน เหงาไหม อ้างว้างไหม เดียวดายไหม กับการต้องเผชิญหน้ากับมรสุมอันเลวร้ายที่ดูเหมือนว่าจะก้าวผ่านมันไปไม่ได้
โอ้พี่น้องของฉัน ความเหนื่อย ความท้อ ความยากลำบาก ความเศร้าโศกเสียใจ
และอีกหลากหลายความรู้สึกที่ยากแก่การบรรยายออกมาให้เป็นถ้อยคำได้และยากแก่การที่จะอดทนได้…..
จะเทียบได้หรือ… กับการที่อัลลอฮฺจักทรงช่วยเหลือเราในทุกก้าวเดินแห่งความยากลำบาก
จะเทียบได้หรือ… กับการที่อัลลอฮฺจักทรงปลอบประโลมเราในยามที่เราเหนื่อยล้าและสับสน
ฉันมันช่างน่าละอาย
ฉันมันช่างน่าละอาย
เมื่อฉันคร่ำครวญกับบททดสอบเล็กๆที่อัลลอฮฺมอบให้กับฉัน ขณะที่ฉันเห็นหญิงชราแบกตะกร้าอันมหึมาบนหลังของเธอ เดินอยู่ท่ามกลางความร้อนระอุของแสงตะวัน และเร่ขายสิ่งที่เธอแบกมันไปตามท้องถนน.... และเธอ "ยิ้ม" ให้กับฉัน ยามที่เธอเดินผ่านฉันไป...
ฉันมันช่างน่าละอาย
เมื่อฉันขี้เกียจที่จะคร่ำเคร่งค้นคว้ากับตำราเรียนในยามค่ำคืน ขณะที่ฉันเห็นชายตาบอด แบกหนังสือกองโตด้วยมือขวาของเขา และอีกมือเดินถือไม้เท้านำทาง.... เขาเดินเข้าห้องสมุดโดยที่ไม่มีใครช่วยเหลือเขาเลย และเขา "ยิ้ม" ให้แม้จะมองไม่เห็นว่าเขากำลังยิ้มให้ใคร...
ฉันมันช่างน่าละอาย
ฮิญาบ ความสุขสองโลก : ดุนยาและอาคิเราะหฺ
1. การแสดงออกถึงความเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺ
ฮิญาบ คือการแสดงออกถึงความเชื่อฟังต่ออัลลอฮฺและต่อศาสนทูต ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม อัลลอฮฺตรัสไว้ในอัลกุรอาน ว่า “ไม่บังควรแก่ผู้ศรัทธาชายและผู้ศรัทธาหญิง เมื่ออัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์ได้กำหนดกิจการใดแล้ว สำหรับพวกเขาไม่มีทางเลือกในเรื่องของพวกเขา และผู้ใดไม่เชื่อฟังอัลลอฮฺและเราะสูลของพระองค์แล้ว แน่นอนเขาได้หลงผิดอย่างชัดแจ้ง” (อัลกุรอาน 33:36)
-เรื่องเล่าจากคนหน้ากรง-
ลูกกรงทั้งสองด้านนั้นห่างกันประมาณ ๒เมตร มีพื้นที่ว่างตรงกลางให้เจ้าหน้าที่ของสถานกักกันเดินตรวจตราความเรียบร้อยอย่างไม่เรียบร้อยได้ตามอัธยาศัย
ในระยะหลัง หากไม่ติดธุระอะไรจริงจัง จะต้องมีสัก ๑ วันในทุก ๆ สัปดาห์ที่ฉันกับเพื่อนๆ จะพาตัวเองมายืนอยู่ด้าน๑ของมัน เพียงเพื่อจะเกาะเหล็กเขรอะสนิมนั้น ส่งภาษาอังกฤษไม่แคร์ไวยากรณ์เดินทางผ่านลูกกรงและช่องว่างขนาด๒เมตร (บวกหัวผู้คุมที่ป้วนเปี้ยนไปมาอีก ๒ หัว) ไปยังร่างเล็ก ๆ ที่เกาะเหล็กลูกกรงอยู่อีกด้าน ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบของเธอในแต่ละสัปดาห์(อาจเพราะสุขมันยังดิบอยู่ เลยเป็นเรื่องทุกข์ซะมาก) เป็นกิจกรรประจำสัปดาห์ที่ให้ทั้งความขมซ่านและหวานซึ้ง
ออกห่างจากการสาปแช่งหรือการใช้ถ้อยคำหยาบคาย
มุสลิมที่ได้รับการอบรมสั่งสอนเกี่ยวกับมรรยาทที่ดีงามแห่งอิสลามนั้นย่อมไม่มีทางที่จะใช้ภาษาที่หยาบโลน (ลามก) หรือถ้อยคำหยาบคาย หรือ การสร้างความขุ่นเคืองใจต่อผู้คนด้วยการสาปแช่งหรือการด่าทอ เพราะพวกเขาทราบว่า “คำสอนอันดีงามแห่งอิสลามนั้นสั่งห้ามการพูดจาประเภท นั้นโดยสิ้นเชิง” “การสาปแช่ง” ถูกมองว่าเป็นดั่ง “บาปที่ทำลายคุณสมบัติแห่งการยึดมั่นต่ออิสลามของบุคคลคนหนึ่ง” และผู้ที่พูดจาหยาบคายนั้นเป็นที่ รังเกียจยิ่ง ณ ที่อัลลอฮฺ
วิธีการจัดการกับความโกรธ
“ความโกรธ” คือหนึ่งในบรรดาเสียงกระซิบชั่วร้ายของชัยฎอน ที่นำไปสู่ความเลวร้ายและโศกนาฎกรรมมากมาย ซึ่งมีเพียงอัลลอฮฺพระองค์เดียวเท่านั้นที่ทรงรู้ถึงอาณาเขตทั้งหมดของมัน ด้วยเหตุผลนี้ อิสลามจึงได้กล่าวถึง “คุณลักษณะที่เลวร้ายนี้” ไว้อย่างมากมาย และท่านเราะสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัมเองก็ได้บอกถึงวิธีการเยียวยา “โรคร้ายนี้” และวิธีการที่จะจำกัดผลกระทบของมัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้
พัฒนาสมองด้วยวิถีมุสลิม
สมอง คือส่วนสำคัญของคนในการคิด ฝึกหัด กลั่นกรองข้อมูลข่าวสารเรื่องราวต่างๆ หากสมองขาดการคิดและการกระตุ้น ก็ไม่ต่างอะไรกับร่างไร้วิญญาณและหากขาดการใช้งานบ่อยๆ เซลล์สำคัญที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความสามารถ ประสิทธิภาพด้านต่างๆ ก็จะดูด้อยค่าลงทันตา เราจึงมักพบผู้ที่คร่ำหวอดด้านนี้มักแนะนำให้มนุษย์ทุกคนบริหารสมองอยู่เสมอ แต่ละวัยอาจมีวิธีการแตกต่างกันบ้าง แม้จะมีหลายเทคนิคให้เลือก เราก็ควรพิจารณาให้เหมาะสมสอดคล้องกับชีวิตผู้ศรัทธาและใช้มันอย่างมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด
ฉบับนี้มีคำแนะนำในการฝึกสมองให้ใช้งานได้ดี เป็นเทคนิคการฝึกสมองให้เราเป็นคนฉลาดในแบบมุสลิมอยู่เสมอค่ะ อินชาอัลลอฮฺ
ตัวอย่าง "ความใจบุญ" ของมารดาแห่งผู้ศรัทธา และเศาะฮาบียะฮฺ
ท่านอับดุลลอฮฺ อิบนุ อัซซุบัยรฺ กล่าวว่า "ฉันไม่เคยเห็นสตรีท่านใดที่มีความใจบุญมากยิ่งไปกว่า "ท่านหญิงอาอิชะฮฺ" และ "อัสมา บินตุ อบีบักร (พี่สาวของท่านหญิงอาอิชะฮฺ)" แล้ว หากแต่ว่า "ความใจบุญของท่านทั้งสองนั้นแตกต่างกัน" "ท่านหญิงอาอิชะฮฺจะสะสมสิ่งของ จากนั้นจึงค่อยแจกจ่ายมันออกไป ส่วนอัสมา บินตุ อบีบักร นั้นนางไม่เคย เก็บสะสมสิ่งใดได้จนถึงวันรุ่งขึ้นเลย (หมายถึงเมื่อนางได้รับสิ่งใดมา นางก็จะบริจาคทันที)" ภรรยาของศาสนทูต มุหัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะสัลลัม "ท่านหญิงซัยนับ บินตุ ญะฮะชฺ” เคยทำงานด้วยมือทั้งสองข้างของนาง และทำการบริจาคจากรายได้ที่นางได้รับมา นางเป็นผู้ที่มีความใจบุญมากที่สุดในบรรดาภรรยาของศาสนทูต ทั้งในการบริจาคโดยไม่หวังสิ่งใดตอบแทน (จากมนุษย์) และการทำความดีทั้งหลาย
อะไรคือกฏเกณฑ์ของการใช้เฟสบุค (Facebook)
คำถาม อะไรคือกฏเกณฑ์ของการใช้เฟสบุค (Facebook)?

ความเห็นล่าสุด
25 weeks 4 days ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 25 weeks ก่อน
1 ปี 35 weeks ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 3 days ก่อน
2 years 12 weeks ก่อน
2 years 18 weeks ก่อน