ข่าว
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ประกาศรับบริจาคช่วยปากีสถาน
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2553 กลุ่มมุสลิมเพื่อสันตินำโดยเชคริฎอ อะหมัด สมะดี ได้ประกาศทางรายการวิทยุอิสลามอินไทยแลนด์ ว่า "จากเหตุการณ์น้ำท่วมที่ประเทศปากีสถานซึ่งล่าสุดมีผู้เสียชีวิต กว่า 2000 คน และประสบเหตุเกือบ 3,000,000 คน ไร้ที่อยู่อาศัยและอาหาร ซึ่งทางการก็ไม่สามารถช่วยเหลืออย่างทั่วถึงได้ทั้งหมด
ทางกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ พยายามติดต่อ หาช่องทางที่จะนำเงินบริจาคไปส่งให้ถึงมือพี่น้องที่ปากีฯ อย่างจริงๆ โดยต้องผ่านองค์กรที่น่าเชื่อถือ และไว้ใจได้ ซึ่งเป็นมาตรฐานของกลุ่มมาโดยตลอด
จนกระทั่งอัลลอฮให้ได้รับความช่วยเหลือจาก คุณอับดุลคอลิค มุขตารี ได้นำเอาชื่อองค์กรที่เพื่อนนักข่าวที่ปากีสถาน แนะนำ มาส่งให้กับกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ชื่อว่า Al-Khidmat Foundation Pakistan ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือด้านมุษยชนที่นั่น
ทางกลุ่มจึงประขอประกาศรับบริจาคเงินซะกาตหรือซอดะเกาะฮฺ ที่จะส่้งไปให้พี่น้องที่ปากีสถานนับแต่บัดนี้
สำหรับพี่น้องท่านใดมีความประสงค์ที่จะบริจาค สามารถติดต่อได้ที่ :-
เบอร์โทรศัพท์ 086-003-1821
หรือโอนเงินมาที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขารัชดาภิเษกห้วยขวาง
บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 089-1-08289-4
ชื่อบัญชี เกรียงศักดิ์ มัสอูดี
และโทรแจ้งการโอนเงิน ที่หมายเลข 083-033-5804
วันญิฮาดครั้งที่ 17 (2 ต.ค.53)
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
ขอเชิญพี่น้องมุสลิมแสดงพลังแห่งความช่วยเหลือพี่น้องของเรา
ในงาน
วันญิฮาดครั้งที่ 17
2 ต.ค. 53
ที่ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย คลองตัน
ตั้งแต่หลังดุฮฺริ ถึงมัฆริบ
กิจกรรมในงาน
- ทบทวนข่าวพี่น้องมุสลิมทั่วโลกกับ นสพ. และ sms ของTND
- สมทบทุนกับกลุ่มออมทรัพย์อมานะฮฺเพื่อช่วยเหลือผู้เดือดร้อน
- พบปะทีมนักกฎหมายของกลุ่มฯ ปรึกษาปัญหาสิทธิของมุสลิม
- ความคืบหน้าของกิจกรรมกลุ่มฯ ในการเรียกร้องสิทธิของพี่น้องมุสลิมในไทย
- แสดงพลังมุสลิมไทยในการช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่เดือดร้อนทั่วโลก
- แถลงการณ์ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภคมุสลิม (ฮิมายะฮฺ)
กิจกรรมสาขาระนอง โดย คุณอับดุลลอฮฺ ประสงค์ผล
สรุปกิจกรรมสาขาระนอง โดย คุณอับดุลลอฮฺ ประสงค์ผล เลขาธิการกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติสาขาระนอง
มุสลิมเพื่อสันติส่งสารถึง NGO ปากีฯ พร้อมช่วยบรรเทาทุกข์น้ำท่วมเต็มที่
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติส่งสารถึง NGO ปากีสถาน ตอยย้ำถึงความเป็นเรือนร่างเดียวกันของมุสลิมทั่วโลก ประกาศพร้อมให้ความช่วยเหลือบรรเทาุทกข์เหตุน้ำท่วมใหญ่เต็มที่
กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ องค์กรเอกชน(NGO) ของมุสลิมในประเทศไทย ภายใต้การนำของเชคริฏอ อะหมัด สมะดี ประธานฯ ซึ่งเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปากีสถานมาอย่างใกล้ชิดโดยตลอด และพยายามหาช่องทางที่จะช่วยเหลือบรรเทาความเดือนร้อนให้มั่นในว่าจะถึงมือ ของพี่น้องปากีสถานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดังกล่าวอย่างเต็มที่
ล่าสุดเชคริฏอ อะหมัด สมะดี ได้ส่งหนังสือลงวันที่ 23 สิงหาคม 2553 ถึงมูลนิธิ Al-Khidmat ของปากีสถาน เพื่อสอบถามอย่างเป็นทางการ และเพื่อเป็นการแสดงถึงความเป็นเรือนร่างเดียวกันของพี่น้องมุสลิมทั่วโลก "ไม่ว่าส่วนใดเจ็บปวด ส่วนอื่นย่อมเจ็บปวดด้วย" และแจ้งความพร้อมในการร่วมมืออย่างเต็มที่ในการระดมความช่วยเหลือตามความ ต้องการของพี่น้องผู้ประสบภัยชาวปากีสถาน จากพี่น้องชาวไทย เพื่อให้มั่นใจได้ว่าของบรรเทาทุกข์จะถูกส่งถึงมือชาวปากีสถานที่ได้รับความ เดือดร้อน และตรงกับความต้องการมากที่สุด
ทั้งนี้กลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ เป็นองค์กรเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือ และปกป้องพี่น้องมุสลิมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เคยมีผลงานในการระดมเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา จำนวนนับล้านบาท รวมถึงการมอบความช่วยเหลือกรณีพี่น้องผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ และเหตุความไม่สงบในภาคใต้ด้วย
อมานะฮฺ เปิดจำหน่ายข้าวฟิฏรอฮฺ พร้อมบริการแจกจ่ายถึงมือคนยากจน
รายงานจากอับดุลลอฮฺอิบนุอับบาส(เราะฎิยัลลอฮุอันฮุมา) “ท่าน รอซูล ศ็อลลัลลอฮฺ อะลัยฮิวะสัลลัมได้กำหนด ซะกาตฟิฏรฺเพื่อชำระผู้ถือศีลอดให้สะอาดจากคำพูดที่ไร้สาระและหยาบคาย และเพื่อเป็นอาหารแก่คนยากไร้” (ฮะดีสบันทึกโดยอบู ดาวูด และอิบนุ มาญะฮฺ)
กลุ่มออมทรัพย์ อมานะฮฺ ได้จัดให้มีการจำหน่ายข้าวสารฟิฏรฺแก่สมาชิกและผู้สนใจทั่วไป และยังได้จัดให้มีการจำหน่ายข้าวสารเพื่อเป็นฟิดยะฮฺแก่ผู้ขาดการถือศีลอด รวมถึงการบริการแจกจ่ายไปยังบุคลที่มีสิทธิรับซาตุ้ลฟิฏรฺตามมุเก็มต่าง ๆ ด้วย (อินชาอัลลอฮฺ)
ข้าวสารฟิตรฺ 1 ซออฺ (3 กิโลกรัม) สำหรับ 1 ท่าน ราคา 100 บาท ต่อท่าน
ข้าวสารฟิดยะฮฺ 2 มุด (1.5 กิโลกรัม) สำหรับผู้ขาดศีลอด 1 วัน ราคา 50 บาท ต่อวัน
ผู้สนใจใช้บริการของอมานะฮฺ สามารถแจ้งความจำนงได้ที่ศูนย์บริการต่าง ๆ ของกลุ่มฯ ภายในวันที่ 20 รอมฎอน หรือภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2553
ติดต่อได้ที่
- รายการวิทยุอิสลามอินไทยแลนด์ 02-883-4439 ช่วงออกอากาศ 18.05-19.00 น.
- หนองจอก คุณดาวู๊ด มาลัยทัต 085-837-2805
- บางกอกน้อย คุณอัดนาน นาแซ 086-772-4350
- ถนนตก คุณมุสตอฟา สมะดี 086-900-0299
- รามคำแหง/ลาดพร้าว คุณคอยรุ้ลลอฮฺ ซอลิฮี 081-842-4371
- ซอยสามัคคี คุณสมิ้ล มัสอูดี 081-422-3904
- หน่วยเคลื่อนที่ คุณอับดุลเราะห์มาน บ่อหนา 081-427-1403
ท่านสะดวกในการฝากเงินผ่าน ATM สามารถโอนเข้าบัญชีดังนี้
-- ธนาคารกสิกรไทย สาขารัชดาภิเษกห้วยขวาง บัญชีกระแสรายวันเลขที่ 089-1-08289-4 ชื่อบัญชี เกรียงศักดิ์ มัสอูดี และส่ง sms มาที่ 083-033-5804
- ธนาคารกรุงเทพ-สำนักงานใหญ่ บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 101-814-7742 ชื่อแวดือนัน นาแซ และส่ง sms มาที่ 086-772-4350
ออมทรัพย์อมานะฮฺบริการข่าวสารฟิตยะฮฺ และฟิตเราะฮฺ โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
จ่ายฟิดยะฮฺและออกซะกาตฟิฏรฺ กับสหกรณ์อิสลามอมานะฮฺ www.amanahsaving.com
- โอนเงินที่่ เลขที่บัญชี 089-1-08289-4 ธ.กสิกรไท สาขารัชดาภิเษกห้วยขวาง บัญชีกระแสรายวัน (ถ้าโอน ATM ให้เลือกออมทรัพย์ ) ชื่อบัญชี เกรียงศักดิ์ มัสอูดี *โทรแจ้งหลังโอนที่ 083-033-5804 (ฮูเซ็น มัสอูดี )*
ต้อนรับรอมฏอน โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
เนื่องในเดือนรอมฏอนอันประเสริฐที่เวียนมาอีกวาระ อยากจะฝากกับพี่น้อง ขอให้เราได้วิงวอนขอกับอัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลา ว่า “โอ้อัลลอฮฺ ขอให้เดือนรอมฏอนปีนี้ เป็นการพิชิตมิติใหม่ในชีวิต ให้ชีวิตของเรา มีรสชาดของเดือนรอมฏอน เสมือนสมัยท่านนบีมูฮัมหมัด ศ็อลลั๊ลลอฮุอลัยฮิวะซัลลัม และบรรดาศ่อฮาบะฮฺ”
“ให้ชีวิตของเราได้สัมผัสกับเป้าหมาย และเนื้อหาของเดือนรอมฏอนอย่างแท้จริง ”
“ให้เราเข้าใกล้อัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลา มากที่สุด”
“ให้เรารู้สึกมีความสุขกับการอ่านกุรอาน การซิกรุ้ลลอฮฺ การละหมาดในยามค่ำคืน ในการถือศีลอด”
เวลาการถือศีลอดที่ทำให้เรารู้สึกหิว กระหายน้ำ ให้เราวอนขอต่ออัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลาให้เรา “ตอนหิวมีความอิ่ม ตอนกระหายน้ำให้มีความสุข” ถ้าได้อย่างนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีมาก
ขอดุอาอฺต่ออัลลอฮฺซุบฮานะฮูวะตะอาลา ให้พระองค์ทรงตอบรับการงานของกรรมการ คณะทำงาน สมาชิก และพี่น้องมุสลิมทุกคนที่มุ่งมั่นทำอิบาดะห์เพื่อพระองค์
สรุปกิจกรรม โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
สรุปกิจกรรมกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ โดยเชคริฏอ อะหมัด สมะดี ประธานกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ กับกิจกรรมในช่วงเดือนรอมฏอน การเตรียมงานวันญิฮาด 2 ตุลาคม สหกรณ์มุสลิมเพื่อสันติ ฯ
ความอธรรมในภาคใต้ยังไม่เคยจาง โดย ทนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
วันอาทิตย์ (18) ในช่วงบ่าย ทนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ บอกเล่าประสบการณ์การทำงานในคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในหัวข้อ “คดีความมั่นคงกับการบังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐานในจังหวัดชายแดนใต้ ” โดย ได้เล่าถึงการทำงาน ที่จนถึงวันนี้ยังคงมีปัญหาเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ยังคงมี อยู่อย่างต่อเนื่อง และปัญหาการขาดความรู้ยังคงเป็นปัญหาหลักในพื้นที่
ทนายกมลศักดิ์เล่าว่าการลงไปทำงานในพื้นที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากพี่ น้องในพื้นที่ บางครั้งจัดอบรมให้ความรู้ด้านกฏหมาย มีคนมาฟังหลายร้อยคน ชีวิตส่วนมากจึงต้องอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ มีเพียงวันหยุดเท่านั้นที่จะได้มาอยู่กับครอบครัว
คดีส่วนมากศาลยกฟ้อง แต่ระบบยุติธรรมของไทยเป็นระบบกล่าวหา ทำให้พี่น้องต้องถูกขังเป็นปีในระหว่างพิจารณาคดี กว่าคดีจะยุติ ทำให้หลายชีวิตในครอบครัวต้องได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก
31 ก.ค.53 - ประชุมกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ที่ สนง.
.ประชุมกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติที่ สนง..
31 ก.ค.53 - ประชุมกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ที่ สนง.
.ประชุมกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติที่ สนง..
สรุปสัมมนานักกฎหมายสิทธิมนุษยชนมุสลิม รุ่นที่ 1 โดย ทนายฮานีฟ หยงสตาร์
ทนายฮานีฟ หยงสตาร์ ประธานคณะทำงานด้านกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ได้กล่าวในรายการวิทยุอิสลามอินไทยแลนด์ ทางสถานีวิทยุ AM 1251 kHz ประจำวันอังคารที่ 20 กรกฏาคม 2553 ในช่วง "ความรู้ที่น่าสนใจกับกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ" โดยได้กล่าวสรุปการจัดกิจกรรมค่ายอบรมสัมมนานักกฎหมายสิทธิมนุษยชนมุสลิม รุ่นที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ วันที่ 16-18 กรกฎาคม 2553 ณ ทรัพย์เจริญกรีนแลนด์ รีสอร์ท หนองจอก โดยได้รับความสนใจจากนักศึกษาในคณะนิติศาสตร์ และรัฐศาสตร์ จากทั้งภาคกลาง และภาคใต้กว่า 20 คนเข้าร่วม และมีกว่า 10 คนที่สมัครร่วมทีมคณะทำงานด้านกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ หลังจากจบการสัมมนา เพื่อทำงานช่วยเหลือพี่น้องมุสลิมที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติศาสนกิจจากหน่วยงานของรัฐ และเอกชน ต่อไป อินชาอัลลอฮฺ
เป็นนักกฎหมายเพื่อใคร.....เป็นไปเพื่ออะไร โดย อาจารย์มุรีด ทิมะเสน
วันอาทิตย์ (18) เวลา 17.30 น.อาจารย์มุรีด ทิมะเสน ที่ปรึกษากลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ได้ให้ความรู้กับผู้อบรมค่ายนักกฏหมาย และนักสิทธิมนุษยชนมุสลิม ครั้งที่ 1 ของฝ่ายกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ในหัวข้อ "เป็นนักกฎหมายเพื่อใคร.....เป็นไปเพื่ออะไร" ได้ย้ำเตือนถึงอุดมการในการทำงานของทนายความ โดยยกตัวอย่างการทำงานของทนายสมชาย นีละไพจิตร ที่ทุมเทการทำงานในหน้าที่ของทนายความ เำพื่อรักษาไว้ซึ่งความยุติธรรมในสังคม โดยไม่เลือกให้ความช่วยเหลือเพียงเฉพาะมุสลิมเท่านั้น แต่ท่านได้ให้ความช่วยเหลือทุกคน และโดยเฉพาะคดีความมั่นคงในภาคใต้ ที่ถูกตั้งข้อสังเกตุวา่เป็นฉนวนเหตุของการถูกพ.ต.ต.เงิน ทองสุก กับพวก(ตามการตัดสินของศาลชั้นต้น) อุ้มตัวหายไปเยื้องกับสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2547 ที่ผ่านมา
ประเด็นที่ควรรู้ โดย อาจารย์ยะห์ยา ทองทา
วันอาทิตย์ (18) เวลา 8.30 น.อาจารย์ยะห์ยา ทองทา ที่ปรึกษาคณะทำงานด้านการศึกษากลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ได้ให้ความรู้กับผู้อบรมค่ายนักกฏหมาย และนักสิทธิมนุษยชนมุสลิม ครั้งที่ 1 ของฝ่ายกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ในหัวข้อ "ประเด็นที่ควรรู้" ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องมีมุสลิมเป็นหนึ่งในกรรมการ หรือเขตพื้นที่การศึกษาต่างๆ ที่มีส่วนในการกำหนดนโยบายการศึกษาในพื้นที่
โดยในระบบการศึกษาหลังการปฏิรูปการศึกษา มีการปรับเปลี่ยนนโยบายหลายอย่างโดยเฉพาะเรื่องการศึกษาด้านศาสนา ที่จากเดิมกำหนดให้การศึกษาศาสนาจำเป็นต้องมี 2 คาบต่อสัปดาห์ แต่มีการปรับลดเหลือเดียง 1 คาบต่อสัปดาห์ ซึ่งนั้นส่งผลเสียหายต่อเยาวชนที่ได้เรียนศาสนาน้อยลง แต่ต้องเรียนศิลปมากขึ้น
นอกจากนี้การที่มีมุสลิมเข้ามาเป็นตัวแทนในเขตการศึกษา หรือกรรมการสถานศึกษา ยังมีส่วนสำคัญในการในการอำนวยความสะดวกกับมุสลิมในการปฏิบัตศาสนกิจในสถาน ศึกษาด้วย ซึ่งถือว่ามีความจำเป็นของนักการศึกษาต่างๆ ที่ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ปัญหาในส่วนดังกล่าว
ความเป็นไปได้ในการใช้กฎหมายอิสลามต่อสังคมไทย โดย อ.ไพโรจน์ มินเด็น
วันเสาร์ (17) เวลา 13.00 น.อ.ไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครอง ได้ให้ความรู้กับผู้อบรมค่ายนักกฏหมาย และนักสิทธิมนุษยชนมุสลิม ครั้งที่ 1 ของฝ่ายกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ในหัวข้อ "ความเป็นไปได้ในการใช้กฎหมายอิสลามต่อสังคมไทย" โดยได้กล่าวถึงความพยายามของหลายภาคส่วนในการผลักดันร่างกฏหมายเพื่ออำนวย ให้มุสลิมได้ใช้ชีวิตที่สอดคล้องกับหลักการศาสนาอิสลาม
ซึ่งทุกวันนี้แม้เราไม่มีกฏหมายอิสลามในประเทศไทย แต่เราก็ใช้กฏหมายอิสลามกันอยู่แล้ว เช่นการนิกะห์ ที่เราต้องใช้กฏหมายอิสลามมาเป็นตัวชี้ว่าการนิกะห์นั้นใช้ได้หรือไม่และมี ผลบังคับใช้ทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใหนก็ตาม แต่โดยหลักการแล้วกระทรวงยุติธรรมไม่เห็นด้วยหากมีศาลชารีอะห์ เนื่องจากเขามีความเชื่อว่าศาลต้องมีเีพียง 1
ในขณะนี้มีหลายส่วนที่พยายามช่วยในการพลักดัน เช่นศอบต.ที่เขาเห็นปัญหาในพื้นที่ถึงกฏหมายที่ไม่สอดคล้องของวิถีชีวิต มุสลิม ได้ช่วยผลักดันอยู่ แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาหลักเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันร่างกฏหมายต่างๆ ให้มีผลบังคับใช้
และที่สำคัญเราต้องตรวจสอบตัวเองว่าเรามีความพร้อมที่จะมีกฏหมายอิสลาม เพื่ออำนวยในการปฏิบัติศาสนากิจ และการดำเนินชีวิตให้สอดคล้องกับหลักการศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ยังถือเป็นการยอมรับของสังคมว่าในที่นี่มีมุสลิม และสัจธรรมแห่งอิสลามประกาศใช้ที่นี่
บทบาทนักการเมืองมุสลิม กับความหวังของประชาชาติอิสลาม โดย นายแพทย์ แวมาฮาดี แวดาโอะ
วันเสาร์ (17) เวลา 15.00 น.นายแพทย์ แวมาฮาดี แวดาโอะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรเขต 1 จังหวัดนราธิวาส ได้ให้ความรู้กับผู้อบรมค่ายนักกฏหมาย และนักสิทธิมนุษยชนมุสลิม ครั้งที่ 1 ของฝ่ายกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ในหัวข้อ "บทบาทนักการเมืองมุสลิม กับความหวังของประชาชาติอิสลาม" ย้ำนักการเมืองมุสลิมต้องยึดมั่นในอิสลาม
หมอแวกล่าววา่โดยหลักการศาสนามุสลิมไม่มีสิทธิเสนอตัวเพื่อเป็นผู้แทน แต่นักการเมืองมุสลิมต้องมาจากการเสนอขององค์กรโดยผ่านการชูรอมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันมีหลายประเทศที่มีความพร้อมในการนำสัจธรรมแห่งอิสลามสู่สังคม เช่นตุรกี, ซูดาน และอินโดนีเซีย
โดยเฉพาะที่อินโดนีเซีย มีพรรคการเมืองหนึ่งที่มีส.ส.เพียงประมาณ 17 คนเท่านั้น แต่ได้รับการมอบหมายจากประธานาธิบดีของอินโดนีเซียให้ดูแลกระทรวงสำคัญ 4 กระทรวง เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่า นักการเมืองจากพรรคนี้ เป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม ส่วนประเทศที่ไม่มีความพร้อมในการขับเคลื่อนในทางการเมือง ก็จะผลักดันให้พรรคการเมืองที่มีคุณธรรมขึ้นเป็นผู้บริหาร และองค์กรเหล่านั้นก็จะทำการเคลื่อนไหวอีกในภาคสังคมอีกส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้หมอแวยังบอกอีกว่า "ผมไม่ใช่นักการเมือง แต่ผมเป็นนักดะห์วะ ที่ใช้การเมืองเป็นเครื่องมือในการดะห์วะ"
และที่สำคัญหมอแวยังได้เน้นย้ำว่า นักการเมืองมุสลิมต้องมีคุณธรรม โดยต้องยืนยันว่าอำนาจสูงสุดเป็นของอัลลอฮฺ
สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดย นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ
วันเสาร์(17) เวลาประมาณ 11.00 น.นายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ให้ความรู้กับผู้อบรมค่ายนักกฏหมาย และนักสิทธิมนุษยชนมุสลิม ครั้งที่ 1 ของฝ่ายกฏหมายกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ในหัวข้อ "สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย" ได้กล่าวถึงความสำคัญในการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ที่ยังมีอยุ่อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ความเหลื่อมล้ำทางสังคมยังคงเป็นปัญหาหลักในการก่อให้เกิดปัญหาในด้านสิทธิ มนุษยชน คนที่มีรายได้น้อย การพิจารณาตามขั้นตอนต่างๆ ยังคงเป็นไปได้ช้ากว่าผู้มีรายได้มาก เช่นในกรณีของการใช้กฏหมายที่เข้มงวด อย่างพรก.ฉุกเฉินที่รัฐประกาศในกทม.และอีก 19 จังหวัด ตอนนี้ยกเลิกไป 5 จังหวัด แต่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการใช้ พรก.มาอย่างยาวนาน เจ้าหน้าที่มีอำนาจดำเนินการตามกฏหมาย แต่ไม่มีอำนาจในการซ้อมทรมานผู้ถูกจับกุม
วันนี้ประเด็นการละเมิดสิทธิต่างๆ ยังไม่ได้ถูกแก้ไข หรือข้อสรูป เนื่องจากหลายคดียังไม่มีข้อยุติ ยังไม่สามารถนำคนผิดมาดำเนินคดีได้ เช่นคดีตากใบ กรีอเซะ หรือคดีอุ้มทนายสมชาย และอีกหลายคดี
การต่อสู้ในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนส่วนมากจะเป็นการดำเนินการของภาคประชาชน ดังนั้นประชาชน และสื่อมวลชน จึงมีส่วนสำคัญในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่มีอยู่ในสังคม ที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ต่างๆ ในปัจจุบัน
กฎหมายอิสลามในบริบทของสังคมไทย โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
วันเสาร์(17) เวลาประมาณ 8.30 น.เชคริฏอ อะหมัด สมะดี ประธานกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ ได้กล่าวเปิดการสัมมนานักกฏหมายและสิทธิมนุษยชนมุสลิมครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “ กฎหมายอิสลามในบริบทของสังคมไทย ” ได้กล่าวถึงเอกลัษณ์ของกฏหมายอิสลาม ซึ่งเป็นกฏหมายของพระเจ้า เป็นอำนาจของพระเจ้า เป็นมิติแห่งอิหม่านที่มุสลิมทุกคนยึดปฏิบัติโดยมิมีข้อขัดแยง และมิติแห่งจริยธรรมซึ่งเป็นความสมบูรณ์แห่งการใช้เป็นกฏในการดำเนินชีวิต ของมนุษย์
โดยเชคได้ยกตัวอย่างเช่น กรณีหากเกิดข้อพิพาทของมุสลิมถูกโกงไป 1 ล้านบาท แต่เราเรียกร้องทางศาลเผื่อไปที่ 2 ล้านบาทเผื่อว่าศาลลดครึ่งหนึ่ง แต่ศาลตัดสินให้เราได้เต็ม 2 ล้านบาท มุสลิมมิสามารถรับเงินที่เกินมาจำนวนดังกล่าวได้ อันนี้ต้องคืนตามสิทธิของเจ้าของ
หรือกรณีที่เคยเกิดขึ้นในอดีต ในสมัยของคอลีฟะฮฺอุมัร อิบนุคอตฏอบ ที่ท่านได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปเก็บยิซญะกับคนต่างศาสนิก แต่คนต่างศาสนิกดังกล่าวไม่มีเงินให้ จึงให้เหล้าที่ต่างศาสนิกนั้นจำหน่ายกับคนต่างศาสนิกด้วยกันไปขายเพื่อเอา เงินเข้าคลังแทน แต่เมื่อท่านบิล้าลรู้เรื่องดังกล่าวจึงไปบอกท่านอุมัร และท่านอุมัรได้สอบสวนเรื่องดังกล่าว และได้สั่งให้เจ้าหน้าที่นำเงินจำนวนดังกล่าวไปคืนให้กับศาสนิกดังกล่าว เนื่องจากเป็นเงินที่มีที่มาจากของต้องห้ามตามศาสนา เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมจากความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของคนต่าง ศาสนิก ซึ่งในส่วนนี้มุสลิมต้องทำงานเมื่อทำความเข้าในที่ถูกต้องในส่วนต่างๆ ให้มากขึ้น
กำหนดการอบรมทนาย โดย เชคริฎอ อะหมัด สมะดี
กำหนดการ
โครงการอบรมสัมมนานักกฎหมายสิทธิมนุษยชนมุสลิม รุ่นที่ 1
ระหว่างวันที่ 16-18 กรกฎาคม 2553 ณ ทรัพย์เจริญกรีนแลนด์ รีสอร์ท หนองจอก
วันศุกร์ ที่ 16 กรกฎาคม 2553
15.00 น. ผู้เข้าร่วมโครงการรวมตัว ณ ศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทยเพื่อเดินทางไปสถานที่สัมมนา/ลงทะเบียน
17.00 น. และเดินทางออกไปสถานที่อมรมสัมมนา
18.00 น. เดินทางถึงสถานที่อบรมสัมมนา
18.00 – 20.00 น. ภาระกิจส่วนตัว/ รับประทานอาหาร และละหมาด
20.00 – 22.00 น. ตะอารุฟ (ทำความรู้จัก) / กิจกรรม / กรรมการกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติพบปะ พูดคุยกับน้องๆ
22.00น. ตามอัธยาสัย
วันเสาร์ ที่ 17 กรกฎาคม 2553
4.30 - 6.00 น. ละหมาดซุบฮิ/สะกิดให้ฟังเรื่อง “เช็คพลังอีหม่านในหัวใจคุณ” โดย อ.ซอดีกีน อับดุลบารีย์
6.00 - 7.00 น. ตามอัธยาสัย
7.00 - 8.30 น. ภาระกิจส่วนตัว/รับประทานอาหารเช้า
8.30 - 10.00 น. พิธีเปิด โดยเชคริฎอ / บรรยายพิเศษเรื่อง “ กฎหมายอิสลามในบริบทของสังคมไทย ”
10.00 - 10.15 น. ตามอัธยาสัย
10.15 - 12.00 น. บรรยายพิเศษเรื่อง “ความเป็นไปได้ในการใช้กฎหมายอิสลามต่อสังคมไทย” โดย อ.ไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครอง
12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน / ละหมาดดุฮ์ริ
13.00 - 14.30 น. บรรยายพิเศษ “ สิทธิมนุษยชนที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญไทย” โดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
14.30 – 14.45 น. ตามอัธยาสัย
14.45 - 16.45 น. บรรยายพิเศษ “บทบาทนักการเมืองมุสลิม กับความหวังของประชาชาติอิสลาม” โดยนายแพทย์ แวมาฮาดี แวดาโอะ
16.45 - 17.00 น. ละหมาดอัสรี่
17.00 -18.00 น. ตามอัธยาศัย
18.00 - 19.00 น. ภาระกิจส่วนตัว / รับประทานอาหารเย็น / ละหมาดมัฆริบ
19.00 - 20.30 น. “ คุณคือประชาชาติตัวอย่าง ” กิจกรรมโดยกลุ่มฟิตยาตุ้ลฮัก
20.30 - 20.45 น. ละหมาดอีชา/ รับประทานอาหารว่าง
20.45 - 22.00 น. สัมมนาเชิงปฏิบัติการว่าด้วยการว่าความ โดยฝ่ายกฎหมายมุสลิมเพื่อสันติ
22.00 น. ตามอัธยาสัย
วันอาทิตย์ ที่ 18 กรกฎาคม 2553
4.30 - 7.00 น. ละหมาดซุบฮิ/สะกิดให้ฟังเรื่อง “ คุณคือความหวังของสังคม ” โดยกรรมการกลุ่มฟิตยาตุ้ลฮัก
7.00 - 8.00 น. ภาระกิจส่วนตัว/รับประทานอาหารเช้า
8.00 - 9.00 น. “ประเด็นที่ควรรู้” ฝ่ายการศึกษากลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
9.15 - 10.45 น. บรรยายพิเศษ “ การละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยองค์กรของรัฐ และเจ้าหน้าที่รัฐ ” โดย อ.ไพโรจน์ มินเด็น ตุลาการศาลปกครอง
10.45 - 11.00 น. ตามอัธยาสัย
11.00 - 12.00 น. บรรยายพิเศษ “ ทนายความ.....หัวใจของกระบวนการยุติธรรม ” โดยอาจารย์สุประวัติ ใจสมุทร
12.00 - 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน / ละหมาดดุฮ์รี่
13.30- 15.30 น. บรรยายพิเศษ “ คดีความมั่นคงกับการบังคับใช้กฎหมายสองมาตรฐานในจังหวัดชายแดนใต้ ”โดยทนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
15.30 - 16.00 น. ละหมาดอัสริ
16.00 - 17.00 น. บรรยายพิเศษ “เป็นนักกฎหมายเพื่อใคร.....เป็นไปเพื่ออะไร” โดยอาจารย์มุรีด ทิมะเสน
17.00 - 18.00 น. มอบวุฒิบัตร/บรรยายพิเศษ ปิดงาน โดย เชคริฏอ อะหมัดสะมะดี ประธานกลุ่มมุสลิมเพื่อสันติ
18.00 น. เดินทางกลับ





ความเห็นล่าสุด
2 weeks 3 days ก่อน
2 weeks 4 days ก่อน
13 weeks 13 hours ก่อน
29 weeks 6 days ก่อน
29 weeks 6 days ก่อน
29 weeks 6 days ก่อน
29 weeks 6 days ก่อน
41 weeks 4 days ก่อน
47 weeks 3 days ก่อน
1 ปี 3 days ก่อน